โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แกะรายละเอียดดีลใหญ่ บางจาก ซื้อ Chevron Hong Kong

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ส่องรายละเอียดดีลครั้งใหม่ “บางจาก” เข้าซื้อหุ้น “Chevron Hong Kong” กว่า 270 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดดีลจบกลางปี 2569 กับหมุดหมายการขยายธุรกิจพลังงานไทยสู่ต่างประเทศ

หากพูดถึง “บางจาก” หลายคนต่างคุ้นเคยในฐานะหนึ่งในบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของไทย ที่มีการเติบโตมากขึ้น ทั้งการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และการดำเนินธุรกิจด้านพลังงานสะอาด

และชื่อของ “บางจาก” เอง ก็เป็นที่พูดถึงอย่างมากในสัปดาห์ที่ผ่านมา จากการประกาศลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นกับบริษัท Chevron Companies (Greater China) Limited (CCGC) เพื่อเข้าถือหุ้นกิจการบริษัท Chevron Hong Kong Limited (CHK) ในสัดส่วน ร้อยละ 100 เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นอีกครั้งที่ดีลใหญ่ของบางจาก เป็นที่จับตามอง หลังจาก 3 ปีก่อน ได้เข้าซื้อกิจการ “เอสโซ่ (Esso)” ในประเทศไทย

เปิดรายละเอียด ดีลซื้อหุ้น “Chevron Hong Kong”

การเข้าซื้อหุ้น Chevron Hong Kong สัดส่วน 100% ของบางจากในครั้งนี้ จะดำเนินการภายใต้ Bangchak Hong Kong Holding Limited (BHK Holding) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บางจากจัดตั้งขึ้นใหม่และถือหุ้นทั้งหมด 100% โดยเป็นการซื้อขายหุ้นกับ Chevron Companies (Greater China) Limited ประเมินมูลค่าเบื้องต้น ประมาณ 270 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยใช้แหล่งเงินทุนจากเงินกู้สถาบันการเงินและกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน

โดยการลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้น เสร็จสิ้นแล้ว คาดว่าการโอนหุ้นและการชำระเงินจะเสร็จสิ้นภายในช่วงกลางปี 2569 และ Chevron Hong Kong Limited จะเปลี่ยนชื่อเป็น Bangchak Hong Kong Limited

สำหรับธุรกิจหลักของ Chevron Hong Kong นั้น ดำเนินธุรกิจด้านพลังงาน โดยมีธุรกิจน้ำมันค้าปลีก (แบรนด์ Caltex) ธุรกิจน้ำมันภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจน้ำมันเรือเดินสมุทร และคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือระดับมาตรฐานสากล

ทั้งนี้ Chevron Hong Kong เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการสถานีบริการหลักของตลาดน้ำมันฮ่องกง โดยมีสถานีบริการ 31 แห่ง ภายใต้แบรนด์ “คาลเท็กซ์ (Caltex)” กระจายครอบคลุมพื้นที่เขตเมืองและชานเมือง และมีส่วนแบ่งทางการตลาด ราว 19% (ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2025)

บางจาก ยังระบุในการนำเสนอการประชุมนักวิเคราะห์ ปี 2568 ว่า จากดีลครั้งนี้ คาดว่าจะสร้าง EBITDA ให้กับกลุ่มบริษัทบางจาก (รวมผลการดำเนินงานของ CHK และ Synergy ที่เกิดขึ้นภายในกลุ่ม) ได้ประมาณ 1,500-2,000 ล้านบาทต่อปี

ไตรมาส 3 นี้ เริ่มต้น “Caltex by Bangchak”

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า หลังจากที่บริษัทบางจากเข้าซื้อหุ้นกิจการบริษัท Chevron Hong Kong Limited (CHK) ในสัดส่วน 100% เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะมีการชำระเงินในช่วงกลางปี 2569 นี้ โดยใช้แหล่งเงินทุนจากเงินกู้สถาบันการเงินและกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน

ขณะที่ CHK จะทำการเปลี่ยนชื่อเป็น Bangchak Hong Kong Limited ซึ่งจะดำเนินงานภายใต้แบรนด์ Caltex by Bangchak ทุกปั้มในฮ่องกง ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ จากนั้นจะทยอยเปลี่ยนป้ายชื่อ Bangchak ภายใน 2 ปี ซึ่งระยะเวลาดังกล่าวเพื่อให้ลูกค้ารู้จักกับบางจากมากกว่านี้

กลยุทธ์ใหม่ “Bangchak 100x” ตั้งเป้า EBITDA โต 100% ในปี’71

การเข้าซื้อหุ้นของ Chevron Hong Kong ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ใหม่ ‘Accelerating Bangchak 100x’ ซึ่งบางจาก ตั้งเป้าเติบโตอย่างก้าวกระโดด มี EBITDA เพิ่มขึ้น 100% ภายในปี 2571

โดยหนึ่งในเรื่องสำคัญที่เกิดขึ้น คือ การปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว และเพื่อความชัดเจนในการดำเนินงาน จัดโครงสร้างธุรกิจใหม่เป็น 5 กลุ่มหลัก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569

กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด และพลังงานชีวภาพ (Refinery & Marketing and Biofuels)

  • บริหารโรงกลั่นน้ำมันบางจากพระโขนงและโรงกลั่นน้ำมันบางจากศรีราชาแบบ One Team เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน
  • ขยายกำลังการกลั่นรวม จาก 265,000 บาร์เรลต่อวันในปี 2568 เป็น 285,000 บาร์เรลต่อวันในปี 2571 และมากกว่า 290,000 บาร์เรลต่อวันในปี 2573 ควบคู่กับการลงทุนใน SAF และ HVO (Hydrotreated Vegetable Oil) รวม 7,000 บาร์เรลต่อวันภายในปี 2570 (SAF 5,000 บาร์เรลต่อวัน เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ภายในเดือนมิถุนายน 2569)
  • ด้านพลังงานชีวภาพ เดินหน้าขยายกำลังการผลิตเอทานอลเป็น 292 ล้านลิตรต่อปีตั้งแต่ปี 2569 และเพิ่มประสิทธิภาพการเดินเครื่องโรงงานไบโอดีเซลสู่กำลังการผลิตเต็มที่ 330 ล้านลิตรต่อปี เสริมสร้างซินเนอร์ยีระหว่างหน่วยธุรกิจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
  • ด้านการตลาด มุ่งขยายสถานีบริการเป็นราว 2,300 แห่งในปี 2568 และมากกว่า 2,300 แห่งภายในปี 2571 พร้อมตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดน้ำมันจาก 29% ในปี 2568 เป็นมากกว่า 33% ในปี 2573 ควบคู่กับการผลักดันธุรกิจ non-oil ทั้งอินทนิลและค้าปลีก โดยตั้งเป้าให้ EBITDA ของธุรกิจนี้เติบโต 3 เท่าภายในปี 2571

กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน (Trading)

กลุ่มธุรกิจหลักใหม่ (new flagship) ถือเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ของบางจากฯ ที่ยกระดับจากบทบาทเดิมในการสนับสนุนโรงกลั่น สู่การเป็นธุรกิจหลักที่สร้างผลตอบแทน โดยมุ่งพัฒนาการซื้อขายพลังงานแบบมีสินทรัพย์รองรับ (asset-backed trading) ใช้ความได้เปรียบจากการมี โรงกลั่นน้ำมัน คลังน้ำมัน และระบบขนส่งที่ครอบคลุมเป็นฐานในการขยายตลาด ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงด้านราคาและปริมาณ ขยายทั้งปริมาณและมูลค่าการซื้อขายในประเทศและภูมิภาค

กลุ่มธุรกิจต้นน้ำ (Upstream)

ตั้งเป้าเป็นผู้ดำเนินธุรกิจแหล่งปิโตรเลียมระยะกลางชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยใช้ประสบการณ์ระดับสากลจากนอร์เวย์ บริหารแหล่งผลิตให้มีประสิทธิภาพ เสริมความคล่องตัวและกระแสเงินสดมั่นคง พร้อมพิจารณาการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานและการเติบโตระยะยาว

กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน (Power and Infrastructure)

ต่อยอดพลังงานหมุนเวียนสู่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานยุทธศาสตร์ (Critical Infrastructure) ได้แก่ ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ และธุรกิจรีไซเคิลแบตเตอรี่ โดยตั้งเป้าเพิ่ม EBITDA เป็น 7,000 ล้านบาท ภายในปี 2571 ผ่านการบริหารพอร์ต เพื่อเพิ่มผลตอบแทนและหมุนเวียนทุน (Return & Capital Recycling)

กลุ่มธุรกิจใหม่และโฮลดิ้งส์ (New Businesses and Holdings)

มุ่งสร้างการเติบโตผ่านการขยายศักยภาพ ธุรกิจหลัก ทั้งด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ธุรกิจการกลั่นและการตลาด ควบคู่กับการลงทุนใหม่มูลค่า 30 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเตรียมพร้อมสู่อนาคต โดยเน้นการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน การสร้างประสบการณ์ดิจิทัลที่ทันสมัย และการพัฒนาพลังงานสะอาดรูปแบบใหม่ อาทิ Bio-LNG, Nuclear Fusion, กรีนแอมโมเนีย และเชื้อเพลิงสังเคราะห์ ตลอดจนเทคโนโลยีชีวภาพและระบบแบตเตอรี่ เพื่อเสริมพลังให้ ธุรกิจหลัก ขยายโอกาสใหม่ และสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับกลุ่มบริษัทบางจาก

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานปี 2568 ที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการถึง 507,570 ล้านบาทนั้น เป็นการเติบโตแบบทวีคูณหากเทียบกับช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดย EBITDA 35,753 ล้านบาท และกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 2,880 ล้านบาท (กำไรหลัก 10,240 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67 % จากปีก่อน) พร้อมรับรู้ Synergy รวม 7,300 ล้านบาท จากการผสานการทำงานของธุรกิจในกลุ่ม และการบริหารการผลิตที่มีประสิทธิภาพ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แกะรายละเอียดดีลใหญ่ บางจาก ซื้อ Chevron Hong Kong

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...