โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุดเศร้า! “3 วัยรุ่นอินเดีย” ประท้วงพ่อแม่ห้ามดูซีรีส์เกาหลี-เล่นเกมส์ออนไลน์ ยืนเรียงแถวกระโดดตึกชั้น 9 ดับอนาถ

Manager Online

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

เอเอฟพี/เอเจนซีส์ – ตำรวจอินเดียแถลงวันพฤหัสบดี(5 ก.พ)เปิดสอบสวนคดีต้องสงสัยฆ่าตัวตายของ 3 วัยรุ่นอินเดียหลังวันพุธ(4 ก.พ)ยืนเรียงแถวกระโดดจากระเบียงอพาร์ทเมนท์ชั้น 9 ประท้วงพ่อแม่ห้ามดูทีวีซีรีส์เกาหลีและเล่นเกมส์ออนไลน์พร้อมยึดอุปกรณ์เกลี้ยงหลังติดงอมแงมหนักท่ามกลางสังคมแดนภารตะอยู่ระหว่างการผลักดันสั่งแบนโซเชียลมีเดียในกลุ่มเยาวชนตามตะวันตก

เอเอฟพีรายงานวันนี้(5 ก.พ)ว่า สื่อแดนภารตะรายงานว่าเด็กวัยรุ่นอินเดีย 3 คนเพศหญิงที่เป็นพี่น้องกันอายุ 12 ปี 14 ปี และ 16 ปีตามลำดับตัดสินใจกระโดดลงมาจากระเบียงอพาร์ทเมนท์ชั้น 9 วันพุธ(4)ที่เมืองกาเซียบัด(Ghaziabad) ชานกรุงนิวเดลี

เดลีเมลของอังกฤษรายงานในรายละเอียด พักฮี(Pakhi) อายุ 12 ปี ปราชี (Prachi) อายุ 14 ปี และวิชีกา (Vishika)อายุ 16 ปี เมื่อเวลา 02.15 น.ตามเวลาท้องถิ่นของวันพุธ(4) ยืนอยู่ที่ระเบียงชั้น 9 ของอพาร์ทเมนท์ที่เด็กเหล่านั้นอาศัยในเมืองบารัต(Bharat) กาเซียบัด(Ghaziabad) ก่อนตัดสินใจกระโดดลงไปเรียงตัวกลายเป็นเหตุโศกนาฎกรรมเขย่าขวัญทั่วประเทศในเวลานี้

สื่อท้องถิ่นอินเดียรายงานอ้างว่า เด็กวัยรุ่นหญิงเหล่านั้นตะโกนหวีดร้องเสียงดังปลุกทั้งพ่อแม่และเพื่อนบ้าน แต่ทว่าเมื่อพ่อแม่พังประตูเข้าไปมันกลับสายไปแล้ว

เอเอฟพีรายงานว่า กลายเป็นที่วิตกมากขึ้นไม่กี่ปีมานี้ในหมู่ผู้เชี่ยวชาญและผู้กำกับต่างต่อการใช้เวลาหน้าจอมากเกินไปของหมู่เยาวชนรวมไปถึงการติดงอมแงมโซเชียลมีเดียและเกมส์ออนไลน์นั้นส่งผลร้ายต่อพัฒนาการของเด็กทำให้รัฐบาลต่างๆรวม อินเดีย พยายามผลักดันการแบนโซเชียลมีเดียในกลุ่มเด็กและเยาวชน

นีมิช ปาติล (Nimish Patil) เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับอาวุโสของอินเดียให้สัมภาษณ์เอเอฟพีในวันพฤหัสบดี(5)ว่า “การสอบสวนกำลังดำเนินในจดหมายสั่งลาและโทรศัพท์ของเด็กเหล่านั้น”

เอเอฟพีชี้ว่า ตำรวจอินเดียมักสอบสวนตามปกติต่อปัจจัยที่นำไปสู่เหตุสงสัยฆ่าตัวตาย

ทั้งนี้พบว่าเหตุเกิดมาจาก พี่น้อง 3 สาวถูกพ่อแม่ห้ามฟังเพลงเกาหลี ดูซีรีส์เกาหลี และเล่นเกมส์ออนไลน์เกาหลีโดยเด็ดขาดหลังทั้งหมดติดงอมแงมในวัฒนธรรมเกาหลี เค-ป็อบที่กำลังเป็นกระแสโด่งดังไปทั่วโลกในเวลานี้

“เด็กทั้งหมดตกเป็นทาสวัฒนธรรมเกาหลีทั้งเพลงเค-ป็อป เกมส์และทีวีซีรีส์” ตำรวจอินเดียกล่าวและเปิดเผยว่า และดูเหมือนว่าในเวลาครอบครัวเด็กที่เสียชีวิตกำลังประสบปัญหาการเงิน

พบว่าเมื่อไม่นานมานี้ผู้เป็นพ่อได้จัดการยึดอุปกรณ์ของคนทั้งหมดและสั่งห้ามเด็กเหล่านั้นดูทีวีซีรีส์เกาหลีและเล่นเกมส์ สื่ออินเดียเอ็กซเพรสรายงาน

เดลีเมลรายงานว่า ผู้เป็นพ่อและแม่ที่หัวใจสลายค้นพบจดหมายสั่งลา 8 หน้าในไดอารีที่เปิดเผยความคลั่งไคล้ต่อวัฒนธรรมเกาหลีอย่างถอนตัวไม่ขึ้น และเด็กทั้งหมดเชื่อว่าพ่อและแม่กำลังพยายามขัดขวางการเป็นสาวกเกาหลีของคนเหล่านั้น

“พ่อและแม่ทำให้พวกเราต้องลาจากเกาหลีได้อย่างไร? เกาหลีเป็นชีวิตของพวกเรา ดังนั้นทั้งพ่อและแม่กล้าดีอย่างไรทำให้พวกเราต้องลาจากชีวิตของพวกเรา? ทั้งพ่อและแม่ไม่รู้หรอกว่าพวกเรานั้นรักเกาหลีมากเท่าใด และเวลานี้ทั้งพ่อและแม่จะได้เห็นประจักษ์พยานแล้ว เวลานี้พวกเราเชื่อว่าเกาหลีและเค-ป็อปเป็นชีวิตของพวกเรา…” อ้างอิงจากเดลีเมล

ทั้งนี้พบว่าวัฒนธรรมเกาหลีนั้นเป็นที่นิยมมากโดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ในหลายสิบปีที่ผ่านมาที่กระแสเริ่มมาจากเพลงกังนัมสไตล์เมื่อปี 2012 ส่งผลทำให้กระแสเค-ป็อปมาแรงพร้อมกับแพลตฟอร์มสตรีมมิงออนไลน์ต่างๆเต็มไปด้วยซีรีส์เกาหลี

ออสเตเลียกลายเป็นชาติแรกในโลกที่สั่งแบนโซเชียลมีเดียสำหรับกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีเมื่อธันวาคมปีที่แล้ว

และส.ส ฝรั่งเศสในเดือนที่ผ่านมาผ่านกฎหมายแบนโซเชียลมีเดียสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และห้ามการใช้โทรศัพท์มือถือในโรงเรียนสำหรับเด็กนักเรียนระดับมัธยมปลายตามนโยบายของประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานุเอล มาครง หลังที่ผ่านมานักเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงระดับมัธยมต้นห้ามการใช้โทรศัพท์มือถือในโรงเรียนฝรั่งเศสแล้ว

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...