ร้านอาหารริมเขื่อนชายแดนปิดร้างกว่า 13 ร้าน ทนอยู่แม้ทั้งอาทิตย์ขายไม่ได้สักบาท วอนรัฐบาลใหม่จัดการให้จบ
วันที่ 22 ก.พ.69 ผู้สื่อข่าวรายานว่า สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่คลุมเครือและยืดเยื้อมามาเกินกว่าครึ่งปีแล้ว ไม่มีทีท่าว่าจะจบสิ้น ส่งผลให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ชายแดน ได้รับผลกระทบอย่างไม่อาจหลักเลี่ยงได้ ไม่ว่าจะเป็นการประกอบอาชีพที่ไม่ปกติ ต้องอยู่อย่างหวาดระแวง แม้หลายคนจะชินและพร้อมอพยพได้ทุกเมื่อ แต่การหารายได้กลับฝืดเคือง
การค้าขายที่ต้องประเมินและวางแผนในการซื้อสินค้าเข้ามาขายวันต่อวัน เพราะหากซื้อมาเยอะ เกรงว่าจะมีสถานการณ์ชายแดนขึ้น สินค้าจะเสียหาย โดยเฉพาะของสดต่างๆ ไม่ต่างกันกับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่เปิดร้านอาหารที่ริมเขื่อนอ่างเก็บน้ำเขื่อนตาเกาว์ ต.กาบเชิง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ซึ่งอยู่ติดชายแดน ที่ได้รับผลกระทบ ไม่มีลูกค้าเข้ามาเที่ยวและอุดหนุน หลังจากเกิดสถานการณ์ความไม่สงบ จากร้านค้าที่มีกว่า 10 ร้าน ต้องปิดตัวลง ทิ้งร้าง ให้เห็น เหลือร้านอาหารเพียง 6 ร้าน ที่ยังคงเปิดบริการขายอาหาร แม้บางวันหรือแทบทั้งอาทิตย์ จะขายไม่ได้เงินแม้บาทเดียวก็มี
แต่บรรดาแม่ค้าก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่มีอาชีพอื่น จำเป็นต้องเปิดค้าขาย ให้พอมีรายได้บ้าง ก็ต้องลุ้นว่าจะมีลูกค้ามาอุดหนุนบ้างไหม วันต่อวัน และต่างเชิญชวนให้ประชาชนคนไทยแวะมาอุดหนุนช่วยเหลือแม่ค้าที่กำลังลำบากกันด้วย
นางตุลา พรมเดื่อ เจ้าของร้านอาหารเจ้กุหลาบ อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44/1 บ.เขื่อนแก้ว ต.กาบเชิง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ตอนนี้เงียบมาก ไม่มีลูกค้า ก็อยู่กันแบบนี้ ไม่รู้จะทำอย่างไรไม่มีอาชีพอื่น ปีที่แล้วก็ยังพอขายได้ พอส่งครามเกิดขึ้นก็หายหมด พอหยุดยิงลูกค้าก็ไม่กล้ามา เมื่อก่อนมีร้านค้าประมาณ 13 ร้าน ปิดไปหมด เหลือตอนนี้เปิด 6 ร้าน แม้ขายไม่ได้ก็ต้องมา ขายไม่ได้ก็กินเอง ส่วนการสู้รบรอบที่ 3 ตนไม่กลัว เพราะชินและทำใจไว้แล้ว เพราะเราเป็นคนชายแดน ไม่ได้อพยพ อยู่บ้านเลี้ยงวัว อพยพไปก็ลำบากเหมือนเดิม สู้เราอยู่บ้าน เราก็ยังหาอะไรกินได้อยู่ มีปลาร้ามีน้ำพริกเราก็กิน ยิงกันไม่กลัว กลัวอด ปากท้องสำคัญ เราอยู่ติดชายแดน เราทำใจแล้วก็ต้องอดทนเอา อะไรจะเกิดก็เกิด กลัวอดตายมากกว่า เรื่องลูกปืนไม่กลัว แต่อยากให้รัฐบาลทำจริงๆยิงมันไปเลย เอาให้มั่นคงไปเลย ชาวบ้านจะได้ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องมานั่งนอนระแวง ที่จะอพยพ รอแต่วันหนีไม่ได้ คุณจะต้องมาดูว่าชาวบ้านเดือดร้อนมากไหม เงิน 5 พันว่าดีไหมไม่ดี แต่จำเป็นต้องเอามาใช้ต่อชีวิตเราไปอีก ส่วนการเผาป่าของเขมร ตนก็ไม่รู้สาเหตุ เห็นแต่เผาบ้านตัวเอง กรรมเวรมีจริง ถ้าจะยิงอีกรอบก็เอาเลย เอาให้ถึงที่สุด ส่วนการปิดด่านและสร้างกำแพงดี เขมรจะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายกับเราอีก ด่านไม่อยากให้เปิดเลย เปิดก็มีปัญหา อย่าเปิดดีที่สุด คนไทยช่วยกันได้ แต่พอมีข่าวว่าจะยิงกัน คนก็ไม่กล้ามาเที่ยว ขายไม่ได้ ถ้ารัฐบาลช่วยได้ก็ดี แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่มีใครเข้ามาดูแล พูดได้แต่ทำไม่ได้ เมื่อก่อนคนมาเที่ยวเยอะมาก ค่อยๆเงียบลงๆอยากให้รัฐบาลดูแล ทำชายแดนให้มั่นคง เอาให้เด็ดขาด ว่าวันนี้จะเอาจริงๆ ไม่ใช่พูดแต่ว่ามันจะยิงๆ เอาเลย จะชั่วจะดีเอาให้จบๆจะได้นอนตาหลับ ไม่ใช่รอแต่นอนผวา ยืดเยื้อไปเรื่อยๆแบบนี้ ชาวบ้านก็กลัว บางคนก้เก็บเงินไว้อพยพ ไม่กล้ามาซื้อของ เดือดร่อนกันมาก ฝากคนไทยช่วยมาอุดหนุนช่วยกันด้วย นางตุลาฯกล่าว
นางแสงดาว ธรรมนาม แม่ค้าขายอาหารริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนตาเกาว์ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 155 ม.13 บ.เขื่อนแก้ว ต.กาบเชิง จ.สุรินทร์ กล่าวว่า การสู้รบตนคาดว่าน่าจะมีอีก ก็เตรียมมพร้อมอพยพ สถานการณ์แบบนี้ทำให้การค้าขายอาหาร แทบไม่มีลูกค้าเป็นอาทิตย์ก็มี ขายไม่ได้สักบาทก็มี ลำบากกันมาก ฝากรัฐบาลใหม่ มาช่วยทำเรื่องชายแดนให้เสร็จรอบ 3 ชาวบ้านจะได้ทำมาหากินปกติเสียที ถ้าอยู่แบบนี้ก็ยืดเยื้ออยู่แบบนี้อดตายกันต่อไป ฝากคนไทยช่วยมาอุดหนุนคนไทยด้วยกันด้วย
ทีมข่าวจังหวัด สุรินทร์ รายงาน