เชฟแฉลูกค้าสุดแสบ แอบถอนขนรักแร้ใส่จาน ก่อนเบี้ยวค่าอาหารกว่าหมื่นบาท
สำนักข่าวต่างประเทศนำเสนอกลโกงแนวใหม่ของแก๊งหลอกกินฟรีตามร้านอาหาร โดยเป็นเหตุการณ์ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เพิ่งประสบมาเมื่อไม่นานมานี้
ร้านอาหารดังกล่าวได้กล่าวหาครอบครัวนักท่องเที่ยวครอบครัวหนึ่งว่า จงใจสร้างสถานการณ์อาหารปนเปื้อนโดยวางแผนไว้ก่อน ทางร้านอ้างว่าลูกค้ากลุ่มแอบนำเส้นผมหรือเส้นขนของตนเองใส่ลงไปในจานอาหาร เพื่อจะได้ไม่ต้องจ่ายค่าอาหารมื้อนั้น ซึ่งคิดเป็นเงินราว 600 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 13,180 บาท)
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ร้าน “โพนี” ในย่านเดอะ ร็อคส์ ของเมืองซิดนีย์ พนักงานของร้านเล่าว่า ลูกค้ากลุ่มนี้เป็นครอบครัวที่เดินทางมาจากไอร์แลนด์ พวกเขาสั่งเมนูที่แพงที่สุดของร้านหลายรายการ รวมถึงสเต็กเนื้อโทมาฮอว์กขนาดใหญ่ที่หนักเกือบ 2 กิโลกรัม พร้อมด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยและเครื่องดื่ม
หลักฐานซึ่งเป็นคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดที่ร้านอาหารนำมาตรวจสอบในภายหลัง เผยว่า ลูกค้าชายคนหนึ่งที่นั่งร่วมโต๊ะใช้มือล้วงเข้าไปใต้รักแร้ของตัวเอง ดึงเส้นขนออกมา แล้ววางเส้นขนดังกล่าวลงบนจาน หลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว
นีล โนแลน ซึ่งเป็นหัวหน้าเชฟที่ร้านโพนีมานานกว่า 20 ปี กล่าวว่า เขาไม่เคยเห็นแผนโกงแบบนี้มาก่อน
"ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลยครับ นี่มันเป็นการพยายามต้มตุ๋นในอีกระดับหนึ่งเลย" โนแลนบอกกับผู้สื่อข่าว
ตามข้อมูลของพนักงานในร้าน ลูกค้ากลุ่มนี้ร้องเรียนเรื่องอาหารปนเปื้อนหลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จแล้ว เส้นขนดังกล่าวถูกระบุว่าเป็น "สีบลอนด์" ซึ่งเป็นรายละเอียดที่พนักงานในครัวสังเกตเห็นในทันทีว่า ไม่ตรงกับลักษณะของพนักงานคนใดที่ทำงานอยู่หลังร้านเลย
"คุณจะเห็นได้ว่าผมของผมไม่ใช่สีบลอนด์ และคุณจะไม่เห็นใครมีผมสีบลอนด์ในห้องครัวเลยสักคนเดียว" โนแลนกล่าว
เขายังเล่าอีกว่า เมื่อมีการเผชิญหน้ากัน ลูกค้าชายคนดังกล่าวก็เริ่มแสดงอาการฉุนเฉียวมากขึ้น "เขาเริ่มสติหลุด… ตะโกนเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ และปฏิเสธที่จะจ่ายค่าอาหารทั้งหมด"
สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อภรรยาของชายคนดังกล่าวร้องไห้ออกมาต่อหน้าแขกคนอื่นๆ ในร้าน ด้วยความกังวลเรื่องความวุ่นวาย ทางฝ่ายจัดการร้านจึงตัดสินใจ ยกเว้นค่าอาหารทั้งหมดให้ลูกค้ากลุ่มนี้ เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลาย
รายงานข่าวระบุว่า ในเวลาต่อมา ร้านโพนีก็ได้รับทราบข้อมูลว่ามีการร้องเรียนในลักษณะคล้ายกันนี้เกิดขึ้นกับร้านอาหารอีกแห่งในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเชื่อว่าคนก่อเรื่องเป็นครอบครัวเดียวกันกับที่สร้างสถานการณ์ในร้านของเขา โนแลนกล่าวว่าเขาได้รายงานเรื่องนี้ต่อตำรวจแล้ว แต่ได้รับคำตอบว่า คงจะดำเนินการใดๆ ไม่ได้มาก
โนแลนที่รู้สึกคับข้องใจจึงตัดสินใจโพสต์คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดลงบนโซเชียลมีเดีย เพื่อเตือนผู้ประกอบการร้านอาหารรายอื่นๆ
ส่วนข้อมูลการติดต่อที่ครอบครัวนี้ให้ไว้ตอนจองโต๊ะนั้น หลังจากตรวจสอบแล้วก็พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ และเชื่อว่าครอบครัวนี้ได้เดินทางออกจากซิดนีย์ไปแล้ว
ที่มา : people.com
เครดิตภาพ : YouTube / @7news