ซื้อเสียงมหาศาล กล้าลงทุนเพื่อ…!?
เมืองไทย 360 องศา
ตอนแรกรับฟังข้อมูลเรื่องการทุจริตซื้อเสียงการเลือกตั้งครั้งนี้ บอกว่ามีการทุ่มเงินซื้อเสียงสูงถึงหัวละ 7,500 บาท ยังรู้สึกขำๆ ว่าจะเป็นไปได้อย่างไร ว่าใครจะกล้าทุ่มเงินมากมายขนาดนั้น และมันจะคืนทุนหรือไม่ รวมไปถึงจะเอาเงินมาจากไหน แต่พออ่านรายละเอียดแล้วพบว่าเป็นผลสำรวจของหน่วยงานหนึ่งในภาคเอกชน โดยได้รับการสนับสนุนจากสามหน่วยงานหลัก คือ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ สมาคมธนาคารไทย เป็นคณะกรรมการร่วมภาคเอกชนหรือ กกร. เป็นแกนหลัก ทำหน้าที่รวบรวมข้อเสนอจากภาคธุรกิจ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม
จากผลสำรวจดังกล่าว มีเจตนาต้องการต่อต้านการคอร์รัปชันของพรรคการเมือง และนักการเมืองไทย ในการเลือกตั้ง ปี 2569 ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์
ผลสำรวจประชาชนและภาคธุรกิจ 4,814 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม 2568-12 มกราคม 2569 พบว่า ร้อยละ 77 เห็นว่าปัญหาคอร์รัปชันในประเทศไทย มีความรุนแรงมาก ร้อยละ 11 รุนแรงปานกลาง และร้อยละ 12 ไม่ค่อยรุนแรง
ผลสำรวจ ร้อยละ 58.7 ยังระบุว่า จะไม่เลือกพรรคการเมืองที่ไม่มีนโยบายในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน เพราะไม่มีความโปร่งใส ซื่อสัตย์ตั้งแต่ต้น และหากเข้ามาบริหารประเทศ อาจตั้งใจกอบโกยผลประโยชน์ของประเทศ ส่วนร้อยละ 41.3 จะยังคงเลือกพรรคการเมือง โดยดูจากนโยบายอื่นที่มีประโยชน์แก่ประชาชน ความน่าเชื่อถือ รวมถึงผลงานที่ผ่านมา
เมื่อสอบถามถึงปัญหาสำคัญของประเทศที่จะต้องแก้ไขมากที่สุด ในส่วนของกลุ่มประชาชน ร้อยละ 18.9 ต้องการให้เร่งแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ ร้อยละ 17.9 ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน และร้อยละ 13.4 คุณภาพชีวิตของประชาชน
อย่างไรก็ดี ผลการสำรวจครั้งนี้ยังพบว่า ในกทม.และปริมณฑล ซื้อเสียงต่ำสุด 100 บาท ซื้อเสียงสูงสุด 7,500 บาท ซื้อเสียงโดยเฉลี่ย 1,169.84 บาท
ภาคกลาง ซื้อเสียงต่ำสุด 100 บาท ซื้อเสียงสูงสุด 5,000 บาท ซื้อเสียงโดยเฉลี่ย 855.90 บาท ภาคตะวันออก ซื้อเสียงต่ำสุด 200 บาท ซื้อเสียงสูงสุด 3,000 บาท ซื้อเสียงโดยเฉลี่ย 842.16 บาท ภาคเหนือ ซื้อเสียงต่ำสุด 100 บาท ซื้อเสียงสูงสุด 5,000 บาท ซื้อเสียงโดยเฉลี่ย 1,076.80 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซื้อเสียงต่ำสุด 100 บาท ซื้อเสียงสูงสุด 5,000 บาท ซื้อเสียงโดยเฉลี่ย 869.49 บาท ภาคใต้ ซื้อเสียงต่ำสุด 200 บาท ซื้อเสียงสูงสุด 5,000 บาท ซื้อเสียงโดยเฉลี่ย 872.74 บาท
ที่น่าสนใจก็คือ ข้อมูลการซื้อเสียงที่บอกว่าในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีการซื้อเสียงในราคาสูงที่สุดถึงหัวละ 7,500 บาท ภาคกลางและภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ สูงสุดหัวละ 5,000 บาท ขณะที่ภาคตะวันออกสูงสุดอยู่ที่หัวละ 3,000บาท
จากผลสำรวจที่ระบุออกมาดังกล่าว จะเห็นในพื้นที่กรุงเทพมหานครนั้น มีการ “แจกเงิน” สูงสุด มีถึงหัวละ 7,500 บาท ซึ่งถือว่าสูงมาก สูงจนไม่น่าจะเชื่อว่าเป็นไปได้ เพราะนี่คือพื้นที่ของเมืองหลวง แต่ถึงอย่างไรสำหรับความเห็นส่วนตัวแล้วก็ยัง “ไม่เชื่อ” อยู่ดี เพราะพิจารณาดูแล้วมันสูงเกินไป “สูงจนเวอร์” ไปหน่อย
อย่างไรก็ดี สำหรับปฏิกิริยาของฝ่ายการเมืองหลายคนก็ไม่เชื่อว่าจะสูงขนาดนั้น เริ่มจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อถูกถามถึงเรื่องดังกล่าว นายอนุทิน ย้อนถามว่า ประเด็นอะไร 7,500 บาท ผู้สื่อข่าวตอบว่าเป็นเงินที่ใช้ในการซื้อเสียง นายอนุทิน จึงถามอีกว่าใครซื้อเสียง 7,500 บาท สื่อจึงตอบกลับว่าเป็นผลสำรวจที่มีออกมา
นายอนุทิน จึงกล่าวว่า “หัวละ 7,500 บาท อุ้ย ซื้อเขาควาย 700 บาทเอง ใครจ่าย 7,500 บาท บอกมาเลยเดี๋ยวจะซื้อเขาควายไปครอบให้เขา”
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า และการเมืองสู้กันดุเดือดทุกรอบอยู่แล้ว แต่ขอให้สู้ในเกมไม่มีปัญหาการต่อสู้การแข่งขันเป็นเรื่องงดงาม แต่ต้องให้เป็นตามกติกา มีสปิริตซึ่งกันและกัน เมื่อถามย้ำว่าตัวเลข 7,500 บาท เป็นไปไม่ได้แน่นอนใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ผมไม่รู้ ไม่กล้าบอกเพราะไม่เคยทำ เดี๋ยวจะมาหลอกให้ผมตอบว่าไม่ถึงหรอก โธ่ ”
ขณะที่ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการออกมาระบุว่ามีการซื้อเสียงหัวละ 7,500 บาท โดย ร.อ.ธรรมนัส ถึงกับร้อง “ห๊ะ” เมื่อได้ยินคำถาม พร้อมกับระบุว่า มีด้วยหรือ มีคนไม่ปกติอย่างนี้ด้วยหรือ ตนไม่ทราบเหมือนกัน
ถามว่า เนื่องจากครั้งนี้มีข่าวว่า มีการซื้อเสียงกันหนัก เลยอาจทำให้ตัวเลขพุ่งสูงไปถึงจำนวนดังกล่าวได้ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าถ้าใครทำแบบนี้ โอ้โหบ้านเมืองพินาศแน่ ไม่ไหวหรอก ถ้าใช้เงินทุ่มกันขนาดนี้ แต่ตนเชื่อว่านักการเมืองคงไม่มีใครทำแบบนี้หรอก เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ ที่การเลือกตั้งซึ่งมีการแข่งขันกันสูง อาจจะมีปัจจัยนี้เข้ามา ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ห่วง ตนก็ใช้วิธีการหาเสียงตามสไตล์ตน ไปเกือบทุกจังหวัด ไม่มีวันหยุด
เมื่อถามว่า ที่มีข่าวออกมาช่วงนี้ ต้องการโจมตีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า คิดว่าส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักเลงคีย์บอร์ดโจมตี มีที่ไหนไปเล่นกันหัวละ 7,500 บาท ถ้าทำอย่างนี้คงไม่ต่ำกว่า 2-3 หมื่น คูณเข้าไป
สอดคล้องกับ ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร กล่าวย้ำว่าจนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับรายงาน แต่โอกาสที่จะเป็นไปได้ตนมองว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร 4.5 ล้านคน โอกาสที่จะแจกคนละ 7,500 บาท เป็นไปไม่ได้เพราะแค่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 1 ล้านคน ถ้าจ่ายก็ 7,500 ล้านแล้ว จึงคิดว่าไม่น่าจะมี สส.หรือพรรคการเมืองใดที่จะลงทุน
อย่างไรก็ดี หากมองกันในมุมบวกก็ย่อมถือว่าดีเหมือนกัน เพราะทำให้เกิดความตื่นตัวของประชาชน และหน่วยงานต่างๆช่วยกันต่อต้าน และยิ่งมีการระบุตัวเลขที่สูงเวอร์แบบนี้ก็ยิ่งเป็นเรื่องดี เพราะทำให้เกิด “แรงต้าน” เพิ่มขึ้นไปอีก แม้ยังเชื่อว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งเหมือนกับทุกครั้งที่ย่อมมีการ “ซื้อเสียง” และเป็นการซื้อเสียงในการเลือกตั้งทุกระดับ แม้กระทั่งการเลือกตั้งท้องถิ่น ที่เพิ่งผ่านไปไม่กี่วันก่อนหน้าอย่างองค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต. ก็ถือว่ามีการซื้อเสียง และมีการประเมินกันว่าโดยเฉลี่ยแล้วอาจมีจำนวนเงินสูงมากกว่าด้วยซ้ำไป เพราะเป็นพื้นที่เล็ก สามารถชี้ขาดกันได้ไม่กี่คะแนน จึงมีการ “ทุ่มซื้อ” กันในบางหมู่บ้าน บางชุมชน
เอาเป็นว่า สำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.ที่กำลังจะมาถึงอีกไม่กี่วัน ยิ่งเข้าใกล้โค้งสุดท้าย ก็ยิ่งน่าตื่นเต้น การแข่งขันก็จะยิ่งเข้มข้น บางพื้นที่ก็ย่อมนำมาซึ่งการซื้อเสียง ตามมา ด้วยหลายวิธีการที่พัฒนากันไปจนยากที่จะตามทัน แต่ขณะเดียวกันการ “ขายเสียง” ก็ถือว่าเปลี่ยนแปลงไปแล้วเช่นเดียวกัน จนถึงขั้นมีการต่อรองเพิ่มจำนวนเงินกันแล้ว และบางครั้งในยุคสมัยใหม่ เมื่อรับเงินไปแล้วก็อาจไปเลือกเบอร์อื่นก็ได้
แต่ถึงอย่างไรการ “ซื้อเสียง” ถือว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อระบบการเมืองของไทย มีผลต่อการพัฒนาและการล้าหลังของบ้านเมือง จนถึงขั้นทำให้เกิดความพินาศกันได้เลย ดังนั้นการที่มีข่าวแบบนี้ขึ้นมา หากมองในทางบวกก็ถือเป็นเรื่องดีที่ทำให้เกิดความตื่นตัว และช่วยกันต่อต้าน และที่สำคัญก็ต้องรอพิสูจน์การทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ที่ต้องทำหน้าที่อย่างแข็งขัน จะต้อง “เชือดโชว์” ด้วยความเด็ดขาดสักครั้ง เพราะที่ผ่านมาถือว่า “น่าผิดหวัง” อย่างยิ่ง !!
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO