โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เกาะประเด็นการเมืองวันนี้ จับตา ‘พรรคประชาชน’ สุดทนไล่ฟ้อง

เดลินิวส์

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“วิโรจน์”สุดทน ประกาศฟ้องเพจใส่ร้ายป้ายสี-เครือข่ายที่รับลูก ปั่นเรื่องกล่าวหาพรรคส้ม เอาผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ลั่นต่อไปผู้สมัครคนไหนมีปัญหาอีก พรรคจะขอให้ลาออกจากสมาชิกเอง แขวะบางพรรคแคนดิเดตนายกฯ เคยถูกศาลพิพากษามาแล้วด้วยซ้ำ

จากกรณีที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยข้อมูลผลสำรวจพบว่า การซื้อเสียงมีหนักมาก ในกรุงเทพฯ บางทีซื้อเสียงกันถึงหัวละ 7,500 บาท นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของสำนักงาน กกต. จะต้องขยับตัวเพื่อตอบสนองต่อข้อมูลดังกล่าว กกต. มุ่งเน้นไปที่การป้องปรามไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เรารับรู้ข้อมูลการข่าวอยู่แล้ว แต่ไม่ทราบจำนวนเงินที่แน่นอนว่ากี่บาท ตัวเลขนี้อาจเป็นการประเมินหรือความเห็นตามหลักวิชาการของทางเอกชนเอง กกต.ต้องจัดการให้เรื่องพวกนี้ไม่มีนัยสำคัญต่อการลงคะแนน

“ยังไม่จำเป็นต้องเชิญภาคเอกชนที่ทำสำรวจมาให้ข้อมูล ช่วงนี้การป้องกันป้องปรามโดยการใช้ข่าวร่วมกับฝ่ายบ้านเมือง และใช้หน่วยเคลื่อนที่เร็วลงไปในพื้นที่ที่ได้แบ่งกันไว้ไม่รู้จะเป็นสีแดง สีเหลือง หรือสีขาว ซึ่งเราทำแบบนี้ทุกครั้ง ข่าวกับเรื่องจริงมันอาจจะคนละเรื่อง ได้ส่งข้อความถึงเจ้าหน้าที่ กกต. ให้ช่วยกันรณรงค์ไม่ให้เกิดการซื้อสิทธิขายเสียง เชื่อว่าจะผู้ไปใช้สิทธิจะมากกว่าครั้งที่แล้วที่อยู่ที่ 75%”

ที่อาคารอนาคตใหม่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แถลงว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่หยุด ตลอดระยะเวลาในการหาเสียง คือปฏิบัติการใส่ร้ายป้ายสี เผยแพร่ข้อความ และข้อมูลอันเป็นเท็จ เพื่อทําให้ประชาชนเข้าใจพรรคประชาชนผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งถือว่าเป็นการกระทําความผิดต่อ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. อย่างชัดเจน ฝ่ายกฎหมายของพรรคจะรวบรวมหลักฐานทั้งหมด เพื่อส่งให้ กกต.ดำเนินคดี

“สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ เป็นขบวนการที่จัดตั้ง เพื่อใส่ร้ายพรรคด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ตัวอย่างเช่น การใส่ร้ายเรื่องประเด็นความมั่นคงว่า หัวหน้าเท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค จะรื้อรั้วชายแดนออกให้หมด หากได้เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเขาไม่เคยมีความคิด และไม่เคยให้สัมภาษณ์ด้วยข้อความเช่นนี้เลย

ที่แย่ที่สุด คือการทําให้ประชาชนเข้าใจว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือการแก้ไข ม.112 รวมถึงการสร้างข้อความบิดเบือน โดยมีเพจที่เป็นเครือข่ายรับลูก ปั่นโพสต์ แชร์กันต่อ เราจะแจ้งความ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พรรครวบรวมรายชื่อเพจและบัญชีผู้ใช้งานของขบวนการเหล่านี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น จักรวาลด้อมส้ม, MalaengtaD, หมออนามัยขี้ Mount รวมถึงเครือข่ายบัญชีที่คอยแสดงความเห็นและแชร์ต่อ”

ส่วนกรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองดัง ที่วิจารณ์พรรคหลายครั้ง นายวิโรจน์ กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้ไม่สามารถยอมรับนายชูวิทย์ ได้อีกต่อไป และไม่เชื่อว่านายชูวิทย์กระทำลงไปด้วยอคติส่วนตัว คือ การพยายามจะตีฟูวาทกรรม “พรรคส้มผสมน้ำเงิน” โดยพยายามที่จะจับคู่พรรค ปชน.กับอีกพรรคหนึ่งให้ได้ ทั้งๆ ที่หัวหน้าเท้งพูดเอาไว้อย่างชัดเจนในทุกรายการดีเบต และทุกโอกาสที่มีการสัมภาษณ์ว่า พรรค ปชน.ไม่โหวต “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ เด็ดขาด ขอให้สังคมตั้งคำถามถึงนายชูวิทย์ ว่าทั้งหมดนี้ทำไปเพื่ออะไร พรรคการเมืองไหนที่ได้ประโยชน์

"นับจากนี้พรรคมีมาตรการชัดเจนว่า หากมีผู้สมัคร สส. คนใดถูกดำเนินคดี พรรคจะอำนวยความสะดวกต่อกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ไม่มีการแทรกแซง และหารือกับผู้สมัครรายนั้นให้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค เพื่อให้คุณสมบัติการลงสมัคร สส. สิ้นสุดลง ประชาชนจะตั้งข้อสังเกตถึงพรรคการเมืองอื่นได้ด้วย ว่าในเมื่อพรรค ปชน. มีมาตรการและมีมาตรฐานที่ชัดเจนจัดการกับผู้สมัคร สส.ถึงเวลาที่ผู้สมัคร สส. คนอื่นมีปัญหา ต้องถูกตั้งคำถามเช่นเดียวกัน

พรรคการเมืองอื่น ที่ส่งผู้สมัคร สส. ที่ดีเอสไอรับเอาคดีฟอกเงินเป็นคดีพิเศษ และ ปปง. มีมติให้ยึดอายัดทรัพย์ทำไมผู้สมัครรายนั้น พรรคการเมืองนั้น ยังคงให้ลงรับสมัครเลือกตั้งต่อไป แม้แต่คนที่มีคำพิพากษาชัดเจนจากศาลต่างประเทศ จากรัฐนิวเซาท์เวลส์ ออสเตรเลีย ก็ยังสามารถเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้ รวมถึงพรรคการเมืองอีกหลายพรรคที่ส่งบุคคลที่ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดในข้อหาทุจริตคอร์รัปชัน ทำไมยังลงรับสมัครเลือกตั้งได้" นายวิโรจน์ กล่าว

เมื่อถามว่า “ปลัดตุ๋ม” จตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ โต้กลับนายณัฐพงษ์บนเวทีดีเบต ว่า ถ้าเขาเป็นหัวหน้าพรรคที่มีผู้สมัครมีปัญหาจะลาออก วิโรจน์ตอบว่า "ขอให้ไปดูประวัติการทำงานของนายจตุพร ไปดูการจัดซื้อในช่วงที่ดำรงตำแหน่งเป็นปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ก็คงจะบอกว่าเป็นอำนาจของอธิบดีอีก การแสดงความรับผิดชอบต้องได้สัดส่วน หากมีการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างนายจตุพรจะรับผิดชอบด้วยหรือไม่"

ส่วนบรรยากาศการหาเสียง ที่พรรคเพื่อไทย "ดร.เชน" ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย และคณะ นำทีมปล่อยขบวนรถหาเสียงไฟฟ้ารูปแบบใหม่ รักษาสิ่งแวดล้อม จากบริเวณด้านหน้าที่ทำการพรรคเพื่อไทย ให้ออกไปหาเสียงรอบพื้นที่กรุงเทพฯ นายยศชนัน กล่าวว่า วันนี้มาปล่อยรถนโยบายของพรรคเพื่อไทย เป็นรถ EV ป้องกันมลพิษ เราลดจำนวนป้ายหาเสียงด้วย เพิ่มเติมรถสื่อสารเรื่องนโยบาย เมื่อรถวิ่งไปในเขตผู้สมัครคนไหนก็จะเปลี่ยนหน้าจอเป็นภาพคนนั้น

ถ้า EV มีความต้องการภาครัฐมาก แล้วเราจะลงทุนเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นผลิตภัณฑ์ของคนไทยก็จะเกิดประโยชน์ แน่นอนว่าจะเป็นแนวทางต่อไปในการปรับปรุงอุตสาหกรรม หลังจากนี้ก็จะเห็นรถหาเสียงของพรรคเพื่อไทยตามท้องถนนมากขึ้น สามารถโบกมือทักทาย และบางคันหากตนขับเองก็มาทักทายเพิ่มเติมได้

ที่ จ.สงขลา “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ แม่ทัพภาคใต้ พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ขึ้นเวทีปราศรัยช่วย นายศาสตรา ศรีปาน ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 เบอร์ 3 พรรคภูมิใจไทย ขอทวงโอกาสให้ภาคใต้ในรอบ 30 ปี หาดใหญ่มีศักยภาพครบถ้วน ทั้งระบบถนน รถไฟ และการบิน เป็นศูนย์กลางการคมนาคมและโลจิสติกส์ของภาคใต้ เชื่อมโยงไปยังมาเลเซียและสิงคโปร์ แต่กลับเผชิญปัญหาการจราจรติดขัดอย่างรุนแรง โครงการถนนวงแหวนรอบหาดใหญ่ถูกคิดตั้งแต่ปี 2542 รวมระยะทางกว่า 65 กิโลเมตร แต่จนถึงปัจจุบันกลับได้รับงบประมาณก่อสร้างจริงเพียง 7 กิโลเมตรเท่านั้น

“ส่วนที่เหลือจะเสร็จในยุคที่พวกเรายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ นี่คือเหตุผลว่าทำไมภาคใต้ถึงต้องทวงคืนโอกาสที่หายไปกว่า 30 ปี การพัฒนาภาคใต้ไม่อาจพึ่งพาเพียงถนนอย่างเดียว โดยเฉพาะระบบรถไฟรางคู่ ซึ่งปัจจุบันจากกรุงเทพฯ มาหยุดเพียงจังหวัดชุมพร ทำให้ภาคใต้ตอนล่างยังขาดทางเลือกด้านการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ พรรคภูมิใจไทยจึงมีนโยบายผลักดันการขยายรถไฟรางคู่ลงสู่ภาคใต้ แก้ปัญหาน้ำท่วม”

“ลิซ่า” ภคมน หนุนอนันต์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ลงพื้นที่อำเภอเมือง จ.นครศรีธรรมราช ช่วยหาเสียงให้กับ “แมน” ปกรณ์ อารีกุล ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 1 พรรค ปชน. ลิซ่าแสดงความมั่นใจว่า พื้นที่เมืองคอน เขต 1 จะเกิดจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ ประชาชนส่งสัญญาณไม่เอาแล้วกับของเดิม

เรียกว่า ภาคใต้แข่งเดือดทีเดียว พรรคประชาธิปัตย์ก็มุ่งจะทวงคืนเก้าอี้ พรรคประชาชนก็หวัง จากการที่เคยชนะภูเก็ตยกจังหวัดมาแล้ว พื้นที่ภาคใต้ที่น่าจะปลอดภัยคือ พื้นที่ของพรรคประชาชาติ ที่ฐานเสียงคือชาวมุสลิม 3 จังหวัด

นายชวน หลีกภัย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ช่วย “ต๊ะ” นารากร ติยายน ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง และผู้สมัคร สส.เขต 1 หาเสียงที่ตลาดดอกไม้ และตลาดต้นลำไย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จากนั้น เดินทางไปที่วัดเชียงมั่น ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่และวัดแรกของจังหวัดเชียงใหม่เพื่อไปไหว้ขอพร พระเสตังคมณี หรือ พระแก้วขาว

นายชวน กล่าวว่า การลงพื้นที่เชียงใหม่วันนี้คิดว่าคะแนนระบบบัญชีรายชื่อจะดีขึ้นแต่ก็คิดว่าจำนวนไม่มากขึ้นแต่อย่างไรก็ตามถือว่าเป็นในส่วนที่น่าจะไม่มีการซื้อเสียง เพราะการเลือกตั้งเขตส่วนใหญ่จะมีการซื้อเสียงกันเลยทำให้ผู้สมัครแบบแบ่งเขตจะยากหน่อยในการที่จะหาเสียงและได้คะแนนมา ระบบบัญชีรายชื่อไม่มีการซื้อเสียงถือว่ามีโอกาสที่พรรคจะได้คะแนนมากขึ้น ส่วน สส.แบบเบ่งเขตพรรคประชาธิปัตย์ไม่กล้าหวังแต่ก็ถ้าหากได้มาก็ดี.

"ทีมข่าวการเมือง"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...