โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

พท.ซัด รมว.ดีอีเอส 4 ปี แก้ภัยไซเบอร์ไม่ได้ กระทบความมั่นคง ปท. แนะ 6 นโยบายปราบโจร

MATICHON ONLINE

อัพเดต 07 ก.พ. 2566 เวลา 08.31 น. • เผยแพร่ 07 ก.พ. 2566 เวลา 07.24 น.

‘เพื่อไทย’ แนะ 6 แนวนโยบายปราบโจรไซเบอร์-รัฐตั้งคณะกรรมการระดับชาติ-เร่งสร้างภูมิคุ้มกันให้ ปชช. ชี้ภัยโกงออนไลน์คือปัญหาความมั่นคงระดับชาติ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) จัดเสวนา “เพื่อไทยมา ปัญหาโจรไซเบอร์ต้องจบ” โดยมี นายสยาม หัตถสงเคราะห์ ส.ส.หนองบัวลำภู, นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ ส.ส.เลย, น.ส.จุฑาพร เกตุราทร ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขตบางรัก และคณะทำงานเศรษฐกิจพรรค พท. ร่วมเสวนา และนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรค พท. เป็นผู้ดำเนินการเสวนา

โดยนายสยามกล่าวว่า จากการติดตามปัญหาภัยไซเบอร์ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พบว่าความเสียหายจากโจรไซเบอร์ถือเป็นปัญหาด้านความมั่นคงของประเทศแล้ว ตนได้รับฟังเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายจำนวนมาก ที่พบมากคือเรื่องซื้อขายของออนไลน์ รวมทั้งมีการฉ้อโกงทางโทรศัพท์ ทั้งในลักษณะของการโทรและข้อความ ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กมธ.ดีอีเอส ได้พยายามแก้ไขปัญหาร่วมกันกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, กระทรวงการคลัง ที่ดูแลเรื่องบัญชีม้า ตัวแทนสมาคมธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) มาโดยตลอด ซึ่งหลังจากได้รวบรวมปัญหาจากผู้เสียหายและอุปสรรคในการแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน

นายสยามกล่าวต่อว่า จึงนำเสนอแนวทางที่ควรแก้ไขคือ 6 แนวทาง ได้แก่ 1.การออกกฎหมายที่สำคัญจำเป็น รวดเร็ว ในการระงับยับยั้งอาชญากร 2.ต้องตั้งกองกำกับการไซเบอร์ทุกจังหวัด เพื่ออำนวยความสะดวกของประชาชนแต่ละพื้นที่ 3.กำหนดการใช้ซิมการ์ดของแต่ละบุคคล 4.การปราบปรามบัญชีม้า ซึ่งมีจำนวนหลายล้านบัญชี 5.การเสริมสร้างบุคลากรที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และ 6.การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กเยาวชน ติดความรู้ให้ชาวบ้าน ไม่ให้ถูกชักชวนการลงทุนจากอาชญากร

“รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัล 4 ปีมายังไม่ทำอะไร ถ้าเป็นรัฐบาลเพื่อไทยจะเสนอให้ปิดแอพพลิเคชั่นพวกนี้ไว้ก่อน เพราะถือว่าเป็นภัยความมั่นคง” นายสยามกล่าว

ด้านนายศรัณย์กล่าวว่า ตอนนี้ประเทศไทยมีวิธีการที่สามารถแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์ แต่รัฐบาลยังปล่อยผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ พรรค พท.ได้อภิปรายในสภาว่าเว็บไซต์ หรือแอพพลิเคชั่นที่หลอกหลวงมีประชาชนเป็นผู้เสียหายแล้วมูลค่ารวมมากกว่า 10-100 ล้านบาท จนถึงวันนี้เว็บไซต์ หรือแอพพลิเคชัน่ดังกล่าวยังไม่ถูกดำเนินการแต่อย่างใด ทุกอย่างไม่ใช่ปัญหาที่เราไม่สามารถรับมือได้ ปัญหาตอนนี้คือรัฐบาลไม่ทำ หน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบไม่สามารถปิดได้ คดีส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยไม่ใช่อาชญากรรมที่มีความซับซ้อนมากขนาดนั้น เช่น การชักชวน หรือหลอกให้ลงทุน

นายศรัณย์กล่าวต่อว่า เคยคุยกับเหยื่อหลายคน ทุกเสียงเห็นตรงกันว่า สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากสภาพเศรษฐกิจ การบริหารบ้านเมือง ประชาชนต้องหารายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากรายได้หลัก ซึ่งไม่ใช่เกิดจากความโลภ ประชาชนไม่เคยได้ ไม่เคยมีความหวังจากรัฐบาล ทำให้ประชาชนต้องเลือกไปหาความเสี่ยงนั้น กว่าภาครัฐจะมีท่าทีก็กินเวลานาน อย่างกรณีที่มีการเปิดเผยชื่อเว็บไซต์ที่ไม่น่าไว้วางใจ ตอนนี้เว็บไซต์ดังกล่าวก็เปลี่ยนชื่อไปแล้ว

“ถ้าเพื่อไทยมา ปัญหาโจรไซเบอร์ต้องจบ เรามีความสามารถทำให้เกิดขึ้นได้ ซึ่งจะอาศัยเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้ว และความร่วมมือจากภาคเอกชน พรรคเพื่อไทยรู้วิธีและทำจริง เราจะไม่ปล่อยให้ปัญหานี้กระทบต่อพี่น้องประชาชน ขอแค่เรามีโอกาสที่จะทำ” นายศรัณย์กล่าว

ด้าน น.ส.จุฑาพรกล่าวว่า ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ภาคธุรกิจและบุคคล ในประเทศไทย มีมูลค่าความเสียหายเกือบ 30,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเยอะมาก ข้อมูลจากศูนย์แจ้งความออนไลน์ของตำรวจ ในปีที่ผ่านมามีคดีที่แจ้งมากกว่า 200,000 คดี ส่วนใหญ่เป็นการแจ้งความในเรื่องอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 170,000 กว่าคดี ซึ่งประเภทที่มีสัดส่วนมากที่สุดคือการถูกหลอกให้ซื้อขายของออนไลน์ ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่ปัญหานี้จะต้องได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุด โดยในระยะสั้น หน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนควรมุ่งเน้นประชาสัมพันธ์ผ่านทางสื่อออนไลน์ต่างๆ ให้แต่ละกลุ่มประชากรรู้เท่าทันภัยจากอาชญากรรมไซเบอร์

น.ส.จุฑาพรกล่าวต่อว่า ในระยะยาวต้องมีการทำงานร่วมกันมากขึ้นระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย อย่าง ตร. และตัวแทนจากภาคธนาคาร ซึ่งถือเป็นผู้มีฐานข้อมูลบัญชี หากได้มีการพิสูจน์ทราบแล้วว่ามีการเปิดบัญชีม้า ให้ทำการอายัดบัญชีได้ทันท่วงที โดยการฟรีซบัญชีม้าไว้ ก่อนที่เงินจะถูกโอนออกนอกประเทศ หรือถูกโอนเป็นสกุลเงินดิจิทัลได้ นอกจากนี้ หน่วยงาน กสทช.จะสามารถเข้ามาป้องกันและปราบปรามการโกงทางไซเบอร์นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

น.ส.จุฑาพรกล่าวด้วยว่า ในปัจจุบันการอายัดเงินยังทำได้ค่อนข้างยากมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจมักจะติดปัญหาในเรื่องของการขอข้อมูลแต่ละคดี บางคดีขอข้อมูลต้องทำหนังสือสอบถามไปยังธนาคารต่างๆ ตามเส้นทางการโอนเงิน ซึ่งทำให้เสียเวลา จึงต้องจัดตั้งกองปราบโกงออนไลน์ที่มีอำนาจจัดการการโกงมากขึ้น ขจัดอุปสรรคขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ไม่ทันอาชญากร ขอให้พึงระลึกไว้เสมอว่ายิ่งนานโอกาสได้เงินคืนจะยิ่งลดน้อยลง

“ในระยะยาวควรมีหลักสูตรให้กระทรวงศึกษาธิการบรรจุหลักสูตรป้องกันปัญหานี้ให้เหมาะสมกับช่วงวัย เปรียบเสมือนการฉีดวัคซีนภูมิปัญญาเพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อ ซึ่งพรรคเพื่อไทยทำได้ดีกว่าเดิมแน่นอน” น.ส.จุฑาพรกล่าว

ด้านนายอนุสรณ์กล่าวว่า พรรค พท.ขอเสนอแนวนโยบายของพรรคในการปราบปรามการโกงออนไลน์และอาชญากรรมทางไซเบอร์ 6 ด้าน ได้แก่ 1.ให้มีคณะกรรมการระดับชาติ เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อความรวดเร็วในการกำหนดนโยบายและการปฏิบัติ 2.มีการจัดตั้งกองปราบไซเบอร์ มีอำนาจจัดการปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ให้ครบวงจรมากขึ้น

นายอนุสรณ์กล่าวต่อว่า 3.ควบคุมการใช้เครื่องมือเกี่ยวกับการอาชญากรรมทางไซเบอร์ เช่น IP Box Generator เพิ่มความเข้มในการจดทะเบียนซิมการ์ดโทรศัพท์ 4.เพิ่มโทษบัญชีม้า เว้นว่าถูกหลอกลวง 5.เพิ่มอำนาจสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในการควบคุมจัดการเงินที่ได้มาจากโกงประชาชนที่จะแปรไปเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล และ 6.มีกองทุนเยียวยาเหยื่อการโกง โดยนำทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดที่ถูกยึดหรืออายัดมาใช้เพื่อการนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...