เปิดขั้นตอนใช้สิทธิ ช้อปดีมีคืน 2566 พร้อมสูตรคำนวณลดหย่อนภาษี
เปิดขั้นตอนใช้สิทธิ ช้อปดีมีคืน 2566 พร้อมสูตรคำนวณลดหย่อนภาษี
ตามที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ ‘มาตรการของขวัญปีใหม่ 2566′ ของ กระทรวงการคลัง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 2566 หนึ่งในนั้นคือ โครงการช้อปดีมีคืน สำหรับผู้มีเงินได้ซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
สำหรับรายละเอียดโครงการ ‘ช้อปดีมีคืนปี 2566′ มีดังนี้
– ระยะเวลาตั้งแต่ 1 มกราคม-15 กุมภาพันธ์ 2566 เพื่อนำไปยื่นประกอบการลดหย่อนภาษีเงินได้ที่เกิดในปี 2566 โดยยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ ในช่วง เดือนมกราคม-มีนาคม 2567
– กลุ่มเป้าหมาย เป็นผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ทั่วประเทศ โดยกรมสรรพากร คาดว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมโครงการ 1.4 ล้านคน รัฐสูญเสียรายได้จากการลดหย่อยภาษี 6.2 พันล้านบาท แต่จะทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นมูลค่าประมาณ 4.2 หมื่นล้านบาท
โดย ในมาตรการช้อปีมีคืนปี 2566 นี้ สามารถหักลดหย่อนค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 4 หมื่นบาท แบ่งเป็น
1.ค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการ จำนวน 3 หมื่นบาทแรก ออกใบกำกับภาษีแบบกระดาษหรืออิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ และ 2.ค่าซื้อสินค้าหรือบริการ อีกจำนวน 1 หมื่นบาท จะต้องออกใบกำกับภาษีรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ซึ่งการออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ไม่จำเป็นต้องเป็นร้านค้าออนไลน์อย่างเดียว แต่เป็นร้านค้าทั่วไป ที่ออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้ และหากเป็นสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม จะไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้
ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจ ไม่ต้องลงทะเบียนใดๆ ถ้าต้องการใช้สิทธิก็สามารถซื้อสินค้าหรือบริการตามเงื่อนไขที่กำหนด แล้วขอใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปจากร้านค้า แล้วใช้ประกอบการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2566 เพื่อหักลดหย่อนภาษีได้เหมือนกับค่าลดหย่อนอื่นๆ ทั่วไป
สำหรับสินค้าที่เข้าร่วมมาตรการ เช่น ค่าซื้อสินค้า และค่าบริการทุกประเภทที่ซื้อจากผู้ประกอบการ ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมถึงค่าสินค้าโอท็อป และมีการเพิ่มค่าใช้จ่ายจากน้ำมันเชื้อเพลิงของรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ มาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ในมาตรการช้อปดีมีคืนได้เป็นครั้งแรก เพื่อการกระตุ้นการเดินทางและการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาล ต้องซื้อสินค้าหรือรับบริการ และจ่ายค่าสินค้าหรือค่าบริการนั้น ในระหว่างวันที่ 1 มกราคม-15 กุมภาพันธ์ 2566
กรณีการซื้อหนังสือ รวมทั้งสินค้าโอท็อป ที่ได้ลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชนแล้ว โดยกรณีเป็นสินค้า โอท็อป ต้องระบุชื่อ-นามสกุลของผู้มีเงินได้ และระบุว่าสินค้านั้นเป็นสินค้าโอท็อปไว้ในใบเสร็จ หรือประทับตรายางที่มีชื่อการค้า หรือเครื่องหมายที่ระบุข้อความว่า“สินค้าทุกรายการเป็นสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์” หรือข้อความอื่นๆ ในลักษณะทำนองเดียวกัน ไว้บนใบเสร็จ
ส่วนสินค้าและบริการ 10 ประการที่ไม่รวมมาตรการ ดังนี้1. ค่าซื้อสุรา เบียร์ ไวน์ 2. ค่าซื้อยาสูบ 3. ค่าซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเรือ 4. ค่าซื้อหนังสือพิมพ์และนิตยสาร รวมทั้งค่าบริการหนังสือพิมพ์และนิตยสารที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต 5. ค่าบริการจัดนำเที่ยวที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว และมัคคุเทศก์ 6. ค่าที่พักในโรงแรมที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม-ค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า 7. ค่าบริการสัญญาณโทรศัพท์ 8. ค่าบริการสัญญาณอินเตอร์เน็ต 9. ค่าบริการสำหรับบริการที่มีข้อตกลงการให้บริการระยะยาว ซึ่งเริ่มต้นก่อนวันที่ 1 มกราคม 2566 หรือสิ้นสุดหลังวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 เนื่องจากเกินกำหนดมาตรการ 10. ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย
อัตราการลดหย่อนภาษี มีดังนี้
เงินได้สุทธิ 0-150,000 บาท (ได้รับการยกเว้นภาษีอยู่แล้ว ไม่ได้ประโยชน์จากโครงการ ‘ช้อปดีมีคืน’)
เงินได้สุทธิ
150,001-300,000 บาท อัตราภาษี 5% ช้อปเต็มจำนวน 40,000 บาท มีสิทธิได้คืนภาษีสูงสุด 2,000 บาท เงินได้สุทธิ
300,001-500,000 บาท อัตราภาษี 10% ช้อปเต็มจำนวน
40,000 บาท มีสิทธิได้คืนภาษีสูงสุด 4,000 บาท เงินได้สุทธิ
500,001-750,000 บาท อัตราภาษี 15% ช้อปเต็มจำนวน 40,000 บาท มีสิทธิได้คืนภาษีสูงสุด 6,000 บาท เงินได้สุทธิ 750,001-1,000,000 บาท อัตราภาษี 20% ช้อปเต็มจำนวน
40,000 บาท มีสิทธิได้คืนภาษีสูงสุด 8,000 บาท เงินได้สุทธิ 1,000,001-2,000,000 บาท อัตราภาษี 25% ช้อปเต็มจำนวน
40,000 บาท มีสิทธิได้คืนภาษีสูงสุด 10,000 บาท เงินได้สุทธิ 2,000,001-5,000,000 บาท อัตราภาษี 30% ช้อปเต็มจำนวน
40,000 บาท มีสิทธิได้คืนภาษีสูงสุด 12,000 บาท เงินได้สุทธิตั้งแต่
5,000,001 บาทขึ้นไป อัตราภาษี 35% ช้อปเต็มจำนวน
40,000 บาท มีสิทธิได้คืนภาษีสูงสุด 14,000 บาท
ข่าวที่เกี่ยวข้อง: