โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ICHI ไตรมาส 4/65 เป็นเทรนด์ขาขึ้น พร้อมลุยสินค้าให้มาร์จิ้นสูง ดันปี 66 รายได้โต 15%

Wealthy Thai

อัพเดต 10 ส.ค. 2566 เวลา 01.22 น. • เผยแพร่ 11 พ.ย. 2565 เวลา 16.36 น. • ศุภมาศ ศรีขำ

ICHIตั้งเป้าหมายรายได้ปี 66 เติบโตไม่ต่ำ 15% เผยธุรกิจ OEM ลูกค้าใหม่เพิ่มต่อเนื่อง ด้านส่งออกแนวโน้มสดใส พร้อมบุกตลาดใหม่ซาอุดิอาระเบีย คาดรับรู้รายได้เดือนม.ค. 66 มั่นใจปีนี้ผลงานตามเป้า 6,500 ล้านบาท
นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI กล่าวว่า คาดปี 2566 รายได้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 15% ตามแนวโน้มเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น หลังสถานการณ์ Covid-19 คลี่คลาย ทำให้ผู้บริโภคกลับมาทำกิจกรรมได้ตามปกติ โดยประเมินช่วงเทศกาลบรรยากาศจะกลับมาคึกคัก ช่วยสนับสนุนให้ผลิตภัณฑ์ชาเขียวพร้อมดื่มเติบโต
ทั้งนี้บริษัทจะเน้นผลิตภัณฑ์ที่ให้มาร์จิ้นสูง เช่น TANSUNSU (ตันซันซู) น้ำอัดลมแบรนด์ใหม่ที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างมาก โดยตั้งเป้ายอดขายปีหน้าไว้ราว 600 ล้านบาท รวมถึงธุรกิจ OEM และการส่งออกที่น่าจะฟื้นตัวได้ดี หนุนรายได้เติบโตตามเป้าหมาย
สำหรับปี 2565 ประเมินว่ารายได้ยังเติบโตตามเป้าที่ 6,500 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 24% จากปีก่อน ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นคาดจะปรับตัวขึ้นมาเล็กน้อยที่ 18% จากช่วง 9เดือน อยู่ที่ระดับ 17.5%โดยไตรมาส 4/65 คาดยังอยู่ในเทรนด์ขาขึ้น รับปัจจัยบวกจากการเปิดตัวสินค้าใหม่ ได้แก่ อิชิตัน คาเทชิน 0 แคลอ 2 รสชาติ, อิชิตัน น้ำด่าง 8.5+สารสกัดจาก CBD และ TANSUNSU ที่เปิดตัวมาแล้ว 2 รสชาติ คาดว่าจะทยอยเปิดรสชาติที่ 3 และ 4 ภายในเดือนธ.ค. 65 ซึ่งปีนี้ตั้งยอดขายอยู่ที่ 150ล้านบาท
ส่วนธุรกิจ OEM มีแนวโน้มสดใส จากประสบการณ์ในการผลิตเครื่องดื่มมามากกว่า 10 ปี และทีม R&D ที่เชี่ยวชาญ ทำให้เริ่มมีการรับรู้รายได้จากลูกค้าใหม่ 2 รายเข้ามาในไตรมาส 3/65 และไตรมาส 4/65ได้แก่ เครื่องดื่ม Acer Predator Shot Vitamin Drink และ Thaitanium Power Energy Drink เครื่องดื่มเพิ่มพลังผสมวิตามินสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่วางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สนับสนุนการใช้อัตราการกำลังการผลิต (Utilization Rate) เพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 65% จากงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ระดับ 49 % เป็นสัญญาณแนวโน้มที่ดีในการช่วยต้นทุนต่อขวดลดลง
ขณะที่ตลาดส่งออกฟื้นตัวดีขึ้น และมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่อง จากราคาต้นทุนลดลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก แม้ในช่วงที่ผ่านมาต้องเผชิญกับปัจจัยกดดันทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะตลาดในประเทศอินโดนีเซียทีเดิมคาดว่าจะส่งกำไรกลับมาให้กับบริษัทได้ราว 75 ล้านบาท แต่สิ้นปี 65 น่าจะสามารถส่งกำไรกลับมาเพิ่มขึ้นเป็น 80 ล้านบาท โดย 9 เดือนแรกส่วนแบ่งกำไรธุรกิจร่วมค้าในอินโดนีเซียอยู่ที่ 65.5ล้านบาท
ส่วนประเทศฟิลิปปินส์เริ่มมีการส่งออกผลิตภัณฑ์ไปวางจำหน่ายผ่านร้านค้า Alfamart แล้วในเดือนสิงหาคม กว่า 1,300สาขา และเตรียมรับรู้รายได้จากสินค้าใหม่ Calvit นมเปรี้ยวโยเกิร์ตปลายปีนี้ นอกจากนี้บริษัทยังมีการขยายตลาดไปยังประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง เช่น ซาอุดิอาระเบีย คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในเดือนม.ค. 66
ทั้งนี้ ในส่วนของภาษีความหวานที่จะมีการเรียกเก็บเพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 66 นั้น บริษัทไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากมีการปรับปรุงและพัฒนาสูตรเรียบร้อยแล้ว สามารถลดน้ำตาลลงได้ 6% ตามเกณฑ์ ทำให้ไม่ต้องเสียภาษีความหวานเพิ่มอีก 0.3% ซึ่งจะช่วยค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้ราว 12 ล้านบาทต่อปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...