ตลท. เผย 18 พ.ย.นี้ สรุปผลสอบหุ้น MORE อายัด 10 บัญชีต้องสงสัย สัปดาห์หน้าอุดรูรั่ว เล็งมาร์จิ้นโลน
นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ร่วมกับ นายพิเชษฐ์ สิทธิอำนวย นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) ร่วมแถลงความคืบหน้ากรณีหุ้น บมจ.มอร์ รีเทิร์น (MORE) ในช่วงเวลา 12.30 น. วันนี้ ( 16 พ.ย.) โดยระบุว่าพบหลักฐานที่มีนัยสำคัญชัดเจนว่ามีการกระทำที่ไม่ปกติในการซื้อขายหุ้น MORE ทั้งนี้คาดว่าจะสรุปข้อมูลในการตรวจสอบร่วมกับฝ่ายต่าง ๆ เพื่อดำเนินการในขั้นต่อไปภายในวันศุกร์ที่ 18 พ.ย.นี้ ซึ่งขณะนี้ถือว่ามีข้อมูลเกินกว่า 50% แล้ว
นอกจากนั้น ในสัปดาห์หน้า ตลท.จะร่วมกับสมาคม บล. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อวางแผนป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต โดยอาศัยกรณีหุ้น MORE เป็นกรณีตัวอย่าง ซึ่งจะทำให้หลักเกณฑ์หลายอย่างต้องเปลี่ยนแปลงไปแน่นอน โดยเฉพาะการปล่อยสินเชื่อเพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์ (มาร์จิ้นโลน)
นายภากร ยืนยันว่า ธุรกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างสำนักหักบัญชีกับบริษัทหลักทรัพย์ในการชำระราคาหุ้น MORE ดำเนินการแล้วเสร็จตามเวลา และไม่ได้เกิดปัญหาใดใดขึ้น แต่ส่วนที่เป็นปัญหาคือผู้ซื้อกับบริษัทหลักทรัพย์
ด้านนายพิเชษฐ กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมาได้มีการพิจารณาและหาแนวทางในการอุดช่องโหว่มาอย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างเช่น การโอนหุ้นข้ามชื่อที่ในอดีตสามารถทำได้ แต่เมื่อพบว่าเกิดปัญหาก็ได้มีการปรับเปลี่ยนให้ไม่สามารถโอนหุ้นข้ามชื่อได้
ส่วนโบรกเกอร์ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีหุ้น MORE มีอยู่ในฝั่งผู้ซื้อหุ้นราว 10 บริษัทหลักทรัพย์ และฝั่งผู้ขายจำนวนต่ำกว่า 10 บริษัทหลักทรัพย์ ขณะที่มูลค่าการซื้อขายในปัจจุบันยังไม่สามารถเปิดเผยได้
ปัจจุบันหุ้นได้ถูกโอนไปยังบริษัทหลักทรัพย์ฝั่งซื้อเรียบร้อยแล้ว และ เงินได้ถูกโอนไปยังบริษัทหลักทรัพย์ฝั่งขายแล้วเช่นกัน แต่ในรายการต้องสงสัยได้มีการระงับการทำธุรกรรมในบัญชีดังกล่าวของลูกค้าไว้เพื่อที่จะทำการตรวจสอบ โดยมีบัญชีที่ยังต้องระงับไว้หลักสิบบัญชี ขณะที่บัญชีที่ได้รับการดำเนินการตามปกติไปแล้วมีจำนวนกว่า 3,000 บัญชี
ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่านายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MORE มีข้อเสนอให้ ตลท.เป็นตัวกลางในการเจรจาเพื่อเข้าซื้อหุ้น MORE ที่ถูกอายัดไว้ในบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ นั้น นายภากร ยืนยันว่า ไม่เคยได้รับการติดต่อจากนายอมฤทธิ์ เช่นเดียวกับนายพิเชษฐ์กล่าวว่า ไม่ได้มีการห้ามการเจรจา แต่โดยส่วนตัวยังไม่ได้มีการเจรจาหรือพูดคุยกับใคร
"ตลท. มีความกังวลมากเนื่องจากมีข่าวที่ไม่เป็นข้อเท็จจริงออกมาจำนวนมาก และทำให้ตลาดมีความปั่นป่วน โดยอยากจะให้ใช้ข้อมูลที่เปิดเผยโดยตลท. พร้อมย้ำว่าข้อมูลที่ได้อ่าน ได้เห็น มีอะไรที่คลาดเคลื่อน ไม่จริง และ ไม่เคยเห็น มาเยอะมาก" นายภากร กล่าว
นอกจากนี้ นายภากร ฝากนักลงทุนรายย่อย และ นักลงทุนสถาบัน ให้ตรวจสอบเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (NCR) ของโบรกเกอร์ที่ใช้บริการอยู่ โดยปัจจุบันมองว่ามีข้อมูลครบถ้วนแล้วที่จะสามารถประเมินได้ว่าผลกระทบที่มีต่อบริษัทหลักทรัพย์นั้นๆ เป็นอย่างไรบ้าง และ บริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ มีแผนงานอย่างไรในการที่จะดำเนินกิจการต่อไปได้
สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากกรณีหุ้น MORE กว้างมากไม่ใช่แค่เพียงบริษัทหลักทรัพย์เท่านั้น แต่จะกระทบไปยังกลุ่มนักลงทุนที่ไม่ใช่เพียงแค่นักลงทุนในหุ้น MORE เท่านั้น แต่เป็นนักลงทุนทั้งหมดในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่จะกระทบด้านความเชื่อมั่นในระบบของตลาดฯ ว่าจะสามารถรองรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรูปแบบนี้ได้อย่างไรบ้าง ระบบเคลียริ่งสามารถรองรับได้หรือไม่ , NCR ของบริษัทหลักทรัพย์มีเพียงพอหรือไม่ , ระบการตรวจสอบความผิดปกติในการลงทุนสามารถทำได้รวดเร็วเพียงพอหรือไม่