โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดเงื่อนไข ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 16 พ.ย. 2568 เวลา 03.33 น. • เผยแพร่ 16 พ.ย. 2568 เวลา 03.33 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

เส้นทางนักลงทุน

มีความชัดเจนแล้วสำหรับโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ซึ่งเป็นมาตรการเฉพาะกิจที่จะดำเนินการเพียงครั้งเดียว โดยมีวัตถุประสงค์มุ่งเน้นการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่เป็นหนี้เสีย หรือ NPLs ให้ได้รับการปรับโครงสร้างหนี้เพื่อช่วยลดภาระหนี้ ด้วยการ “ปิดจบหนี้ได้เร็ว” และกลับมามี “ประวัติการชำระหนี้ที่ดี”

การแจ้งเกิดของโครงการ "ปิดหนี้ไว ไปต่อได้" เนื่องจากภาครัฐ โดยกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีเป้าหมายเพื่อช่วยลูกหนี้รายย่อยที่มีหนี้เสีย วงเงินไม่เกิน 100,000 บาท ให้หลุดพ้นจากกับดักหนี้ และกลับสู่ระบบการเงินได้

ซึ่งภาครัฐกำหนดให้กลุ่มเป้าหมายในระยะแรก คือ ลูกหนี้บุคคลธรรมดาที่ถูกพิจารณาว่าเป็นหนี้เสีย ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 นั้นแสดงว่าจะต้องเป็นหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเกินกว่า 90 วัน

ซึ่งขั้นตอนการเริ่มดำเนินการ ก็คือ วันที่ 1 มกราคม 2569 สถาบันการเงินจะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์หนี้ไปยังบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (SAM) จากนั้นวันที่ 5 มกราคม 2569 ลูกหนี้ที่สนใจสามารถติดต่อสถาบันการเงินเจ้าหนี้ หรือติดต่อผ่านช่องทางของ SAM และ ธปท. เพื่อยื่นขอปรับโครงสร้างหนี้

ภายใต้การดำเนินงานของโครงการ "ปิดหนี้ไว ไปต่อได้" มีการคาดหวังว่าจะสามารถช่วยแก้ไขหนี้ได้สำเร็จ 30-50% ของลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการ หรือประมาณ 500,000-800,000 ราย จากจำนวนลูกหนี้ทั้งหมด 1.6 ล้านบัญชี ส่งผลให้ลูกหนี้ที่ปิดหนี้ได้สำเร็จ จะมีประวัติเครดิตบูโรกลับมาเป็นปกติได้เร็วขึ้น จากเดิมที่ต้องรอ 3 ปี และลูกหนี้จะมีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้อีกครั้ง ภายหลังจากลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการจะสามารถแก้ไขปัญหาหนี้ของตนเองได้สำเร็จ และมีประวัติเครดิตบูโรที่ดีขึ้น

“เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เป็นโครงการเรือธงเสาที่ 2 ของรัฐบาล ในการช่วยลดภาระหนี้ของประชาชน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย, สมาคมธนาคารไทย, สถาบันการเงิน และหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมกันเร่งขับเคลื่อนให้โครงการฯ เกิดขึ้นได้ภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือน

เพื่อช่วยแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างที่สำคัญ ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน และการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจไทย

โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ในระยะแรกจะครอบคลุมลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์ และบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ จำนวนประมาณ 1.6 ล้านบัญชี หรือ 1.2 ล้านราย คิดเป็นภาระหนี้ประมาณ 43,600 ล้านบาท

เมื่อ SAM รับซื้อหนี้ของลูกหนี้กลุ่มเป้าหมายเพื่อนำมาปรับโครงสร้างหนี้แบบผ่อนปรน เพื่อให้ลูกหนี้กลับมาจ่ายชำระหนี้ได้ โดย SAM เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์เพื่อสังคม (social AMC) ที่มุ่งเน้นช่วยแก้หนี้ให้ประชาชนโดยไม่มุ่งหากำไร ซึ่งในระยะต่อไปจะพิจารณาขยายให้ SAM รับซื้อหนี้จากผู้ให้บริการทางการเงินประเภทอื่นเพิ่มเติมด้วย

ขณะที่ วิทัย รัตนากร” ผู้ว่าการ ธปท.ชี้ว่า ปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทยเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่กระทบต่อประชาชน รวมถึงการเติบโตของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ซึ่งในปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ที่ 87% ของจีดีพี ซึ่งถือว่าสูงเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาค

การเลือกกลุ่มลูกหนี้ที่มียอดหนี้ต่ำกว่า 100,000 บาท เป็นโครงการนำร่อง เพราะกลุ่มนี้มีจำนวนบัญชีสูงถึง 4.7 ล้านบัญชี หรือคิดเป็น 3.4 ล้านราย คิดเป็นกว่า 60% ของจำนวนลูกหนี้เสียทั้งหมดในระบบ

โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” จะมีแรงจูงใจด้วยการยกเว้นดอกเบี้ย ค่าปรับ หรือค่าธรรมเนียมบางส่วน ทำให้ยอดหนี้ที่ต้องชำระลดลง และปิดหนี้ได้ง่ายขึ้น ในขณะเดียวกัน ก็ต้องระมัดระวังว่าจะต้องไม่สร้างแรงจูงใจที่ผิด (Moral Hazard)

จึงมีผลให้โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” นี้ เป็นมาตรการเฉพาะกิจที่จะดำเนินการเพียงครั้งเดียว เพื่อไม่ทำให้ลูกหนี้เสียวินัยทางการเงิน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...