Google เปิดตัว “TalayLink” หนุนไทยสู่ Digital Gateway โบรกชี้หุ้นธีม Infra Tech เด่น
ข่าวหุ้นธุรกิจ
อัพเดต 26 พ.ย. 2568 เวลา 05.37 น. • เผยแพร่ 26 พ.ย. 2568 เวลา 01.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์การประกาศเปิดตัวเคเบิลใต้น้ำเส้นใหม่ “TalayLink” ของ Google ซึ่งเชื่อมโยงประเทศไทยกับออสเตรเลีย กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของภูมิทัศน์โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สร้างความคึกคักในตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะกลุ่ม Infra Tech, Data Center, โครงสร้างพื้นฐานสื่อสาร และนิคมอุตสาหกรรม หลังนักวิเคราะห์หลายสำนักย้ำว่า “ศูนย์กลางดิจิทัล” จะกลายเป็น New S-Curve ของเศรษฐกิจไทยในทศวรรษหน้า
สำหรับ TalayLink ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ Australia Connect และมีเส้นทางใหม่ทางฝั่งมหาสมุทรอินเดีย ไม่ทับซ้อนกับเส้นทางเดิม ช่วยยกระดับความปลอดภัย ความเสถียร และความยืดหยุ่นของการเชื่อมต่อเครือข่ายระดับโลก โดย Google ยืนยันว่าจุดเชื่อมต่อในประเทศไทยจะรองรับการเติบโตของ Data Center และ Cloud Region ที่บริษัทเตรียมลงทุนเพิ่มเติมในไทย
ด้านนายบิกาช โคลีย์ รองประธาน ฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกของ Google, Google Cloud กล่าวว่า Google Cloud ประกาศเปิดตัว “TalayLink” สายเคเบิลใต้น้ำเส้นใหม่ที่เชื่อมระหว่างประเทศออสเตรเลียและไทย เพื่อยกระดับการเข้าถึง ความเสถียร และความยืดหยุ่นของการเชื่อมต่อดิจิทัลอย่างมีนัยสำคัญทั้งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและทั่วโลก
ทั้งนี้ สายเคเบิลใต้น้ำ TalayLink ตั้งชื่อตามคำไทย “ทะเล” (Talay) ที่หมายถึงทะเล หรือมหาสมุทร จะเป็นส่วนต่อยอดจากโครงการสายเคเบิลเชื่อมโยงระหว่างศูนย์ข้อมูล (Interlink Cable) ที่บริษัทประกาศเปิดตัวเมื่อปีก่อน ภายใต้แผนริเริ่ม Australia Connect
โดยสายเคเบิลใต้น้ำเส้นนี้จะสร้างเส้นทางใหม่ที่แยกจากเดิมไปยังประเทศไทยผ่านมหาสมุทรอินเดีย ทางด้านตะวันตกของช่องแคบซุนดา ซึ่งเป็นจุดที่สายเคเบิลใต้น้ำที่มีอยู่ส่วนใหญ่พาดผ่านในปัจจุบัน การวางเส้นทางเชิงกลยุทธ์นี้จะช่วยให้ Data Center และ Cloud Region ที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทยสามารถเชื่อมโยงเข้ากับเครือข่ายระดับโลกได้อย่างราบรื่น
นอกจากนี้ Google ยังมีแผนการลงทุนสร้างศูนย์กลางการเชื่อมต่อใหม่ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย เมืองแมนดูราห์ และพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย การลงทุนเชิงกลยุทธ์เหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมความแข็งแกร่งและรองรับการเชื่อมต่อระดับภูมิภาคในอนาคต พร้อมเร่งการให้บริการด้านดิจิทัลและ AI ชั้นสูงผ่านความสามารถด้านการสลับสายเคเบิล (Cable Switching) การจัดเก็บเนื้อหา (Content Caching) และโคโลเคชั่น (Colocation)
ศูนย์กลางการเชื่อมต่อในเมืองแมนดูราห์จะทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อขึ้นฝั่งแห่งใหม่แยกจากเมืองเพิร์ธ ซึ่งเป็นจุดที่สายเคเบิลใต้น้ำส่วนใหญ่ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียใช้งานอยู่ในปัจจุบัน
สำหรับพื้นที่ในภาคใต้ของประเทศไทย ถือเป็นจุดตัดสำคัญของสายเคเบิลใต้น้ำอยู่แล้ว บริษัทได้เข้าเป็นพันธมิตรกับ AIS ผู้ให้บริการโคโลเคชั่น เพื่อเร่งการติดตั้งการใช้งาน และสร้างประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานท้องถิ่นที่มีอยู่เดิม
นายบิกาชกล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อโครงการแล้วเสร็จ TalayLink และศูนย์กลางการเชื่อมต่อแห่งใหม่เหล่านี้ จะช่วยสร้างความยืดหยุ่นของเครือข่ายโทรคมนาคมตลอดทั่วทั้งประเทศออสเตรเลีย ทวีปแอฟริกา และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นอกจากนี้ เมื่อรวมกับการลงทุนในศูนย์กลางการเชื่อมต่อที่ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้ ในประเทศมัลดีฟส์ และเกาะคริสต์มาส การลงทุนเหล่านี้จะช่วยขยายการเชื่อมโยงเครือข่ายออกไปทั่ว ทั้งในมหาสมุทรอินเดีย และครอบคลุมไปถึงภูมิภาคตะวันออกกลาง
สายเคเบิลเส้นใหม่และศูนย์กลางการเชื่อมต่อระดับภูมิภาคจะช่วยขับเคลื่อนและส่งเสริมโรดแมปของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียโดยตรง ในการสร้างอนาคตทางดิจิทัลที่ปลอดภัยและครอบคลุม พร้อมกันนี้ยังสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลไทยในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจผ่านการเข้าถึง AI และเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างทั่วถึง
ด้านนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวว่า สายเคเบิล TalayLink ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งเข้ามาช่วยเสริมความสามารถด้านการเชื่อมต่อและความยืดหยุ่นของระบบดิจิทัลของประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
อีกทั้ง TalayLink เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ช่วยยกระดับโครงข่ายสื่อสารของไทยสู่มาตรฐานโลก และเสริมบทบาทไทยในฐานะ “Digital Gateway” ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะการเข้าถึงบริการ Cloud และ AI ขั้นสูงที่จะเป็นฐานการเติบโตสำคัญในอนาคตอย่างมั่นคง
ขณะที่นายปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS กล่าวว่า การผนึกกำลังระหว่างเส้นทางสายเคเบิลใต้น้ำสายใหม่ที่มีความหลากหลายของ Google กับศักยภาพด้านโคโลเคชันที่มีเสถียรภาพสูงของ AIS จะช่วยให้มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในภูมิภาคสามารถสนับสนุนยุทธศาสตร์ด้าน AI ของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านนางปรีญาภรณ์ ตั้งเผ่าศักดิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ALT กล่าวว่า บริษัทอินเตอร์เนชั่นแนล เกตเวย์ จำกัด (IGC ) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ ALT มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรหลักกับ Google ในการสนับสนุนการเชื่อมโยงสายเคเบิลใต้น้ำเส้นทางใหม่เข้าสู่ประเทศไทย
โดย IGC ได้นำประสบการณ์อันยาวนานในการบริหารเครือข่ายทั่วประเทศ และจุดเชื่อมต่อสายเคเบิลระหว่างประเทศ มาสนับสนุนโครงการนี้ สายเคเบิลเส้นใหม่นี้ถือเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งจะช่วยเร่งการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายอย่างเต็มศักยภาพ
ด้าน บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้(25 พ.ย.68) ว่า จากประเด็นGoogle ประกาศโครงการเคเบิลใต้ทะเล TalayLink เชื่อมต่อภาคใต้ของไทยกับออสเตรเลีย โดยจับมือกับ AIS ทำจุดเชื่อมต่อในประเทศไทย ซึ่งกูเกิลพูดชัดเจนว่าเคเบิลเส้นนี้จะช่วยให้ศูนย์ข้อมูล Google Cloud ในไทย (ที่มีแผนจะเปิด) เชื่อมต่อไปยังพื้นที่อื่นๆ ของโลกได้ดีขึ้น ส่วนงานการวางและจัดการสายเคเบิลใต้น้ำทำโดยบริษัท ALT Telecom ของไทยเช่นกัน
สำหรับกรณี Google มองภาพบวกที่ 1.) บ่งชี้มองบวกต่อประเทศไทยความเชื่อมั่นศักยภาพการเป็นศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐานเทคฯ และ2.)บ่งชี้ Upside ใหม่ๆ ที่มีโอกาสเกิดขึ้นของกลุ่มสื่อสาร ในด้านความร่วมมือกับ บริษัทเทคฯระดับโลก บวกต่อหุ้นธีม Infra Tech อาทิ นิคม WHA, AMATA ไฟฟ้า GULF สื่อสาร ADVANC, TRUE รับเหมา STECON, INSET