โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

KCC ไนท คลับ แคปปิตอล หุ้น AMC น้องใหม่กับการเติบโตผ่านหนี้ภาคธุรกิจ

Wealthy Thai

อัพเดต 10 ส.ค. 2566 เวลา 01.17 น. • เผยแพร่ 25 เม.ย. 2565 เวลา 01.41 น.

KCC หรือ บริษัท บริหารสินทรัพย์ ไนท คลับ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) กำลังจะเป็นหนึ่งหุ้นน้องใหม่ในตลาดหลักทรัพย์ mai ซึ่งความคืบหน้าของ KCC พวกเขากำหนดราคา IPO ที่ 3.70 บาท และวันนี้ (25 เม.ย.) อยู่ระหว่างการเปิดจองซื้อและคาดว่าจะเข้าทำการซื้อขายในต้นเดือน พ.ค. นี้
ธุรกิจการบริหารจัดการสินทรัพย์ หรือ AMC เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้ความสนใจมาอย่างต่อเนื่อง ความโดดเด่นของ KCCคือ พวกเขาเข้าระดมทุนในจังหวะสำคัญในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังเผชิญกับความท้าทาย และความโดดเด่นของพวกเขาคือ มีจำนวนพนักงานทั้งบริษัทเพียง 18 คน แต่สามารถสร้างรายได้ในปี 2564 ถึง 127 ล้านบาทเลยทีเดียว แผนการเติบโตในอนาคตพวกเขาจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ในบทความนี้

หนี้เสียกำลังท่วมประเทศ

KKC ว่าที่หุ้นน้องใหม่ใน mai ที่จะเข้าจดทะเบียนในเร็ววันนี้ และนับเป็น AMC ลำดับที่ 4 ในตลาดหุ้นไทย AMC ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่น่าสนใจอย่างมาก ด้วยความท้าทายของหนี้เสียในระบบ หรือ NPLs มีสัญญานที่จะเพิ่มขึ้นนับเป็นโอกาสทางธุรกิจของธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ และ KKC เลือกจังหวะนี้ในการเข้าระดมทุน
คุณ ทวี กุลเลิศประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริหารสินทรัพย์ ไนท คลับ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) KCC เปิดเผยกับ wealthy thai ว่าภาวะของเศรษฐกิจไทยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวจากการแพร่ระบาด covid-19 กระทบกับการทำธุรกิจและการบริโภคของภาคประชาชน ขณะเดียวกันตอนนี้ยังมีความขัดแย้งอย่างสงครามยูเครนและรัสเซียเข้ามาอีก ทำให้เรามองภาพของ 2 ปีหลังจากนี้ โอกาสจะให้เศรษฐกิจฟื้นตัวไม่ได้ตามที่หลายคนคาดหวัง
ผลต่อจะทำให้หนี้เสียในระบบหรือNPLs เพิ่มขึ้น แม้ที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. จะมีมาตรการออกมาช่วยเหลือลูกหนี้ แต่ท้ายที่สุดธนาคารพาณิชย์ก็ต้องเร่งในการขายหุ้น NPLs ออกมาอยู่ดี ดังนั้น AMC กลายเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยนั้นเดินหน้าต่อไปได้ เพราะหนี้ที่ของ AMC คือ การบริหารจัดการภาระหนี้

KCC

KCC ถูกก่อตั้งเมื่อวันที่ 22สิงหาคม 2543ซึ่ง ณ วันก่อตั้ง ใช้ชื่อบริษัทฯ ว่าบริษัท ริชชี่ แคปปิตอล อัลลายแอนซ์ จำกัด และในปี 2547 จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ไนท คลับแคปปิตอล จำกัดโดยผมร่วมกับ นายสุชาติ บุญบรรเจิดศรีประธานกรรมการบริหารบริษัท ที่เห็นโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งเราเคยเป็นผู้บริหารใน 56 ไฟแนนซ์ในช่วงปี2540 มีประสบการณ์ในด้าน AMC มามากกว่า 20 ปี และในวิกฤติต้มยำกุ้งตอนปี 2540 เรามีส่วนเกี่ยวข้องในการประมูลหนี้จาก ปรส. มีส่วนร่วมในการปรับโครงสร้างหนี้ เห็นโอกาสของการเติบโตในธุรกิจบริหารจัดการทรัพย์สินต่อมาได้ก่อตั้ง KKC และดำเนินธุรกิจมาถึงปัจจุบัน
ได้รับไลเซ่นซ์จาก ธปท ในการทำ AMC ตั้งแต่ปี 2556 ให้ความสนใจในสินทรัพย์ 2 ส่วน คือ สินเชื่อภาคธุรกิจมีสัดส่วนอยู่ที่ 60 % ของพอร์ตสินเชื่อ และสินเชื่อที่อยู่อาศัยมีสัดส่วนอยู่ที่ 40 % โดยในปี 2564 เรามีพอร์ตหนี้ NPLs ที่ 565.57ล้านบาท
การเติบโตในช่วงที่ผ่านมานั้นค่อนข้างดี หนี้ภาคธุรกิจ เราเน้นการปรับโครงสร้างหนี้ ลูกหนี้ดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลตอบแทนของบริษัทดีไปด้วย ดีกว่าการบังคับคดียึดทรัพย์ขายทอดตลาด การเติบโตในปีนี้บริษัทให้ความสนใจหนี้ภาคธุรกิจมากขึ้น ต้องการขยายหนี้สินเชื่อธุรกิจมาเป็น 70 % โดยเราตั้งเป้าหมายการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อในปีนี้ ที่ 800 ล้านบาท
ปัจจุบันหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 0.6 เท่า เมื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ช่วยให้ฐานทุนเราเพิ่มขึ้น มีโอกาสในการหาเงินทุนขยายธุรกิจ โดยเรามองระดับ D/E ไว้ไม่เกิน 2 เท่า

ตลาดหุ้นช่วยเพิ่มแหล่งเงินทุน

การเข้าตลาดหลักทรัพย์ทำให้ช่องทางการระดมทุนหลากหลายมากขึ้น ธุรกิจ AMC หาทุนยากกว่าธุรกิจปกติ ในการหาสถาบันการเงินในการปล่อยกู้ การเข้าตลาดหุ้นช่วยสร้างความมั่นคงและความน่าเชื่อถือให้กับบริษัท ไม่ใช่แค่เพียงกู้เงินธนาคาร ยังสามารถออกหุ้นกู้ และหาเงินทุนจากช่องทางอื่นๆได้ด้วย
เงินที่ได้จากการระดมทุนประมาณ 592 ล้านบาท บริษัทนำไปใช้ในการจัดหาสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและทรัพย์สินรอการขาย นำไปชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน และ/หรือชำระหุ้นกู้ที่ถึงกำหนดที่ออกโดยบริษัท และ/หรือภาระหนี้สินอื่นใดของบริษัท รวมถึงเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทและเพิ่มศักยภาพการเติบโตในอนาคต
KCC เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO)จำนวน 160ล้านหุ้น 25.81%ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายครั้งนี้มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 230ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 460ล้านหุ้น หลังเพิ่มทุนเพื่อขายไอพีโอ บริษัทฯ จะมีทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น 310ล้านบาท หรือ 620ล้านหุ้น
จุดเด่นของ KCC เรามีประสบการณ์ของทีมบริหารเชี่ยวชาญในทางธุรกิจ เน้นการเจรจากับลูกหนี้เป็นหลัก เราจะเป็นที่ปรึกษาให้กับลูกหนี้ให้คำแนะนำ ช่วยให้การปรับโครงสร้างราบรื่น นอกจากนี้ KCC ยังมีประสบการณ์ในการประเมินหนี้ และการเข้าซื้อหนี้ในแต่ละกลุ่มที่ทำให้บริษัทมีการบริหารจัดการได้ดี มีอัตรากำไรที่สูง เพราะหนี้ภาคธุรกิจมีความซับซ้อนมากกว่า
นอกจากนี้ KCC มีทีมงานที่เข้มแข็งและมีจำนวนคนในบริษัทเพียง 18 คน สามารถดูแลลูกค้าได้มากกว่า 100 ราย สามารถควบคุมต้นทุนได้ดีมาก รวมถึงมีระบบไอทีที่ดีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกับบริษัท
สำหรับการแข่งขัน แม้จะมีผู้เล่นเข้ามามาก แต่ใน AMC มีหลายแบบ ทั้งสินเชื่อรายบุคคล ที่อยู่อาศัย และภาคธุรกิจ เราไม่ได้สนใจสินเชื่อบุคคล เราสนใจในหนี้ที่อยู่อาศัย และ ภาคธุรกิจ โดยในตลาดก็มีผู้ประกอบการรายใหญ่อยู่ งบการเข้าซื้อหนี้ในแต่ละปีก็มีจำนวนมาก แต่เมื่อเทียบกับ NPLsในระบบเยอะกว่านี้หลายเท่า ต่อให้มี AMC ตั้งขึ้นมาใหม่อีก แต่ไม่มีความเชี่ยวชาญก็ยากจะแข่งขัน
“แม้ว่าประเทศไทยจะมี AMC หลายราย และมีผู้เล่นที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นจำนวนมาก ซึ่งหลายคนมองว่าอาจจะมีการแข่งขันที่รุนแรง แต่ในภาพของความเป็นจริง ตลาด AMC ยังเป็นตลาดที่เปิดกว้างมาก เพราะหนี้เสียที่ออกมาแต่ละปี เกินกำลังที่บริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้าน AMC จะรับไหว”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...