โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะเรื่อง "เขาคลังนอก" มหาสถูป "เมืองศรีเทพ" ข้อมูลจากปากคนใน เมื่อครั้งอนุรักษ์พัฒนา

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 22 ก.ย 2566 เวลา 02.36 น. • เผยแพร่ 20 ก.ย 2566 เวลา 06.43 น.
มหาสถูปเขาคลังนอก เมืองศรีเทพ ถ่ายเมื่อพฤศจิกายน พ.ศ. 2561

นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่ เมืองโบราณศรีเทพ หรือ เมืองศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกโลกทางวัฒนธรรม” อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2566 ถือเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 4 ของไทย ศิลปวัฒนธรรมออนไลน์ จึงขอนำบทความจากนิตยสารศิลปวัฒนธรรม เดือนมิถุนายน ปี 2551 ว่าด้วยเรื่องราว “เขาคลังนอก” มหาสถูป “เมืองศรีเทพ” ข้อมูลจากปากคนใน เมื่อครั้งอนุรักษ์พัฒนา โดย ธวัชชัย ชั้นไพศาลศิลป์ นักโบราณคดี อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ (ณ ขณะนั้น) มานำเสนอ

เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า “เมืองศรีเทพ” เป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่ในแถบลุ่มแม่น้ำลพบุรี-ป่าสัก และมีพัฒนาการทางวัฒนธรรมที่ต่อเนื่องมายาวนาน นับตั้งแต่ชุมชนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย หรือราว 2,000 ปีมาแล้ว

ต่อมาได้ขยายตัวและเจริญขึ้นโดยรับวัฒนธรรมจากภายนอก ซึ่งเข้าใจว่าได้รับจากบริเวณภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยปัจจุบัน ซึ่งได้แก่วัฒนธรรม “ทวารวดี” ที่ได้รับอิทธิพลจากอินเดียผ่านมาอีกทอดหนึ่ง

โดยปรากฏหลักฐานประเภทอาคารสิ่งก่อสร้างจำนวนหลายแห่ง เช่น โบราณสถานเขาคลังใน เป็นต้น จนกระทั่งอิทธิพลเขมรโบราณได้แผ่เข้ามา เมืองนี้ก็ได้รับอิทธิพลและเจริญขึ้นด้วยเช่นกัน ดังปรากฏหลักฐานอาคารสิ่งก่อสร้างที่ยังคงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน ได้แก่ โบราณสถานปรางค์ศรีเทพ และ ปรางค์สองพี่น้อง ซึ่งมีลักษณะการก่อสร้างเป็นปราสาทแบบเขมร โดยรวมระยะเวลาที่เมืองนี้เจริญขึ้นนั้น นับเป็นเวลาเกือบ 1,000 ปีทีเดียว

จากตำแหน่งของเมืองศรีเทพ ที่ตั้งอยู่บริเวณรอยต่อทางอารยธรรมของ 2 ภาค ได้แก่ ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงไม่น่าแปลกใจที่เมืองนี้ได้เจริญขึ้นพร้อมกับความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่ามีการส่งผ่านองค์ความรู้ทั้งทางตรงและทางอ้อมจากอารยธรรมต้นกำเนิด จนกระทั่งได้ผสมผสานและมีรูปแบบที่ลงตัวเป็นของตนเองสืบเนื่องมา จนล่มสลายไปในที่สุด

อย่างไรก็ตาม โบราณสถานหลักทั้ง 3 แห่ง ที่กล่าวถึง ล้วนตั้งอยู่ภายในเขตเมืองโบราณแบบวัฒนธรรมทวารวดีที่มีคูน้ำและคันดินล้อมรอบ แต่ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีร่องรอยหลักฐานของโบราณสถานขนาดใหญ่ที่ถูกทิ้งร้างตั้งอยู่นอกเมืองอีกจำนวนหลายแห่ง

โบราณสถานที่มีขนาดใหญ่และสำคัญที่สุด เห็นจะเป็นโบราณสถาน “เขาคลังนอก”

ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2551 กรมศิลปากร โดยอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ได้ดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถาน เขาคลังนอก ซึ่งเป็นการดำเนินงานศึกษาด้านวิชาการโบราณคดีทั้งหมด (เริ่มโครงการเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2551) รวมไปถึงการออกแบบเพื่อการบูรณะในปีงบประมาณถัดไป

ปัจจุบัน (ปี 2551-กอง บก. ออนไลน์) โบราณสถานเขาคลังนอก มีที่ตั้งอยู่ในเขต หมู่ที่ 11 บ้านสระปรือ ตำบลศรีเทพ อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ อยู่ทางทิศเหนือของเมืองโบราณศรีเทพ ห่างออกไปราว 2 กิโลเมตร

ที่มาของชื่อเขาคลังนอก เป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียกกันมาแต่เดิม เพราะเหตุว่ามีรูปร่างลักษณะคล้ายภูเขาสูงใหญ่ และเชื่อกันว่าน่าจะมีทรัพย์สมบัติและอาวุธเก็บรักษาอยู่ภายใน ประกอบกับในเขตเมืองโบราณศรีเทพ มีโบราณสถานที่มีลักษณะคล้ายภูเขาที่เรียกว่า “เขาคลังใน” จึงได้เรียกโบราณสถานที่มีลักษณะคล้ายภูเขาที่ตั้งตระหง่านอยู่นอกเมืองแห่งนี้ว่า “เขาคลังนอก”

สภาพก่อนการดำเนินงานทางโบราณคดี พบว่า มีลักษณะเป็นเนินทรงกลมคล้ายภูเขาขนาดใหญ่ มีต้นไม้ขึ้นหนาทึบ มีเศษอิฐและศิลาแลงกระจายตัวอยู่ทั่วทั้งบริเวณ บริเวณด้านบนเนินปรากฏหลุมลักลอบขุดขนาดใหญ่ ลักษณะเป็นโพรงลึกลงไป ทำให้เห็นโครงสร้างภายในที่ก่อด้วยอิฐอย่างชัดเจน สันนิษฐานว่าอาจเป็นเจดีย์ก่ออิฐขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลง

จากการดำเนินงานที่ผ่านมาระยะเวลาประมาณ 2 เดือนนั้น ได้ทำงานเฉพาะด้านทิศตะวันออกและทิศเหนือ พบว่า ผังของอาคารน่าจะมีรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่มีการยกเก็จหรือเพิ่มมุมตามระเบียบแบบแผนของอาคารแบบทวารวดี ฐานมีขนาดเฉลี่ยกว้างด้านละประมาณ 64 เมตร ความสูงจากฐานถึงยอด ประมาณ 20 เมตร โดยใช้ศิลาแลงก่อสูงขึ้นไปจนมีขนาดใหญ่โต แบ่งเป็น 2 ชั้นหลักๆ โดยแต่ละชั้นสูงประมาณ 5 เมตร

มีการประดับตกแต่งโดยการก่อเป็นซุ้มคล้ายอาคารจำลองหลายขนาดที่มีเสาประดับ วางซ้อนลดหลั่นกันขึ้นไปโดยรอบ แต่ไม่พบร่องรอยการฉาบปูนและปูนปั้นประดับ เหมือนที่โบราณสถานเขาคลังใน บางจุดยังคงมีลักษณะคล้ายรูปแบบศิลปกรรมของอินเดียอย่างชัดเจน คือ การก่อซุ้มลักษณะโค้งแบบกุฑุ (สถาปัตยกรรมที่เป็นรูปวงโค้งคล้ายเกือกม้า) ที่พบมากในสถาปัตยกรรมแบบอินเดีย รวมทั้งยังพบชิ้นส่วนยอดของสถูปขนาดเล็กที่ใช้ประดับอาคารอีกด้วย และอาจมีบันไดทางขึ้นสู่ด้านบนทั้ง 4 ด้าน แต่ละด้านมีซุ้มประตูตั้งอยู่ด้านบน เพื่อผ่านเข้าไปยังลานประทักษิณ เพื่อประกอบศาสนพิธีที่ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว

บนฐานเขียงด้านทิศตะวันออก ยังปรากฏร่องรอยของหลุมเสาไม้จำนวน 4 หลุม แต่ไม่พบร่องรอยของกระเบื้องมุงหลังคาดินเผา นอกจากนี้ ยังพบร่องรอยการก่อศิลาแลงทับซ้อนอยู่บนชั้นพังทลาย แสดงถึงการเข้ามาใช้พื้นที่ประกอบศาสนพิธีด้านบนในสมัยหลังอีกด้วย

องค์สถูปด้านบนก่อด้วยอิฐแบบทวารวดี มีร่องรอยของแกลบข้าวผสมอยู่ในเนื้ออิฐ ลักษณะสถูปประกอบด้วยฐานเขียงที่ซ้อนกันตั้งอยู่บนฐานศิลาแลง เหนือขึ้นไปพบว่า มีร่องรอยการก่อลดชั้นและยกเก็จที่มุม ซึ่งอาจมีองค์สถูปทรงกลมตั้งอยู่ด้านบน แต่ปัจจุบันพังทลายไปมากแล้ว

ศ. ดร. ผาสุข อินทราวุธ แห่งภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้ให้ความเห็นว่า เขาคลังนอก มีลักษณะเป็นมหาสถูป ซึ่งมีความสำคัญตั้งอยู่นอกตัวเมืองโบราณ รับคติการสร้างจากพุทธศาสนามหายาน ที่นิยมสร้างอาคารบนฐานสูง รูปแบบผังมณฑลจักรวาล และมีความสัมพันธ์กับ “เขาถมอรัตน์” ที่ตั้งอยู่ห่างจาก “เมืองศรีเทพ” ไปทางทิศตะวันตก เป็นระยะเกือบ 20 กิโลเมตร โดยมีภาพสลักเกี่ยวกับพุทธศาสนามหายานอยู่ภายในถ้ำบนยอดเขา และน่าจะมีอายุร่วมสมัยกัน

จุดเด่นของโบราณสถานแห่งนี้ อยู่ที่หลักฐานที่ปรากฏอยู่บริเวณฐานอาคาร ซึ่งยังคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์อยู่มาก มีความอ่อนช้อย แต่ซ่อนความแข็งแกร่งแฝงไว้ และมีกลิ่นอายแบบอินเดียผสมผสานอยู่มาก กล่าวได้ว่าในประเทศไทยยังไม่เคยพบโบราณสถานในสมัยเดียวกัน ที่ยังคงสภาพและมีขนาดใหญ่มากเท่านี้มาก่อน สะท้อนคุณค่าทางรูปแบบศิลปกรรมอย่างชัดเจน

กล่าวโดยสรุปว่า โบราณสถาน เขาคลังนอก มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมเป็นสถูปที่ตั้งอยู่บนฐานขนาดใหญ่ มีการใช้พื้นที่ประกอบศาสนพิธีอยู่ด้านบน มีรูปแบบศิลปกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากอินเดียอย่างชัดเจน อายุสมัยน่าจะอยู่ในช่วงราว 1,200-1,300 ปีมาแล้ว หรือในช่วงวัฒนธรรมทวารวดี และมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับชุมชนที่เจริญขึ้นที่เมืองโบราณศรีเทพและเขาถมอรัตน์อย่างใกล้ชิดเช่นกัน

ผู้มาเยี่ยมชมมักถามว่า ได้พบมานานแล้วหรือยัง ซึ่งความจริงแล้วกรมศิลปากรได้สำรวจและขึ้นทะเบียนโบราณสถานเขาคลังนอก และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 80 ตอนที่ 29 วันที่ 26 มีนาคม 2506 น. 859 โดยขึ้นทะเบียนดังนี้ คลังนอกเมืองศรีเทพ บ้านหนองปรือ อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมทั้งเขตที่ดิน รวมเนื้อที่ประมาณ 14 ไร่ 1 งาน ทั้งนี้ได้ขึ้นทะเบียนพร้อมๆ กับตัวเมืองศรีเทพและปรางค์นอก (ปรางค์ฤาษี) จะเห็นว่าโบราณสถานแห่งนี้ได้ประกาศขึ้นทะเบียนมาเป็นเวลา 45 ปีแล้ว กว่าที่จะได้มีโอกาสเผยโฉมให้เราได้เห็นความงดงามกันในปัจจุบัน

หมายเหตุ : อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานเพียงระยะ 2 เดือนเศษที่ผ่านมา (พ.ศ. 2551) อาจให้คำตอบทางวิชาการได้ไม่มากนัก ทุกสิ่งเป็นเพียงข้อสันนิษฐานเบื้องต้น อีกทั้งบริเวณโดยรอบยังคงปรากฏร่องรอยของซากอาคารที่เป็นองค์ประกอบของโบราณสถานอีกเป็นจำนวนมาก ทั้งที่ยังหลงเหลือร่องรอยและถูกลักลอบขุดทำลายไปแล้ว จึงจำเป็นต้องอาศัยเวลาในการศึกษาให้ครบถ้วนเสียก่อน ถึงจะคลี่คลายปมปัญหาทางวิชาการต่างๆ เกี่ยวกับโบราณสถานแห่งนี้รวมถึงเรื่องราวของเมืองศรีเทพที่ยังคลุมเครืออยู่ต่อไปได้

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เอกสารอ้างอิง :

กรมศิลปากร. อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ. กรุงเทพฯ : บริษัทรุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977) จำกัด, 2550.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...