โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'บ่าววี'เผยประสบการณ์เฉียดตายล้มป่วยด้วยโรคลิ้นหัวใจรั่ว

แนวหน้า

เผยแพร่ 17 ก.พ. 2564 เวลา 10.54 น.

“บ่าววี” เผยเส้นทางการเป็นศิลปิน 15 ปี พร้อมเผยประสบการณ์เฉียดตายล้มป่วยด้วยโรคลิ้นหัวใจรั่ว

บ่าววี หรือ วีรยุทธิ์ นานช้า นักร้องขุนพลแดนใต้กับเส้นทางการเป็นศิลปินกว่า 15 ปี และเผยประสบการณ์เฉียดตายล้มป่วยด้วยโรคลิ้นหัวใจรั่วต้องรักษาตัวกว่าครึ่งปี พร้อมเปิดเผยเรื่องราวความรักกับแฟนสาวเป็นครั้งแรก ในรายการ “คุยแซ่บSHOW” ที่มี ตั๊กแตน ชลลดา “หนิง” ปณิตา  และ “พีเค” ปิยะวัฒน์  เข็มเพชร  เป็นพิธีกร

แจ้งเกิดในเวทีเดอะสตาร์ซีซั่นไหน

บ่าววี : เป็นซีซั่น 2 แต่ตกรอบ คือซีซั่นแรกมีสน เดอะสตาร์ คือผมรู้สึกว่า หน้าตาและหุ่นของสนคล้ายเรา ถ้าสนมาเป็นนักร้องได้ก็คิดว่ามาลองดูสักครั้ง ที่ผ่านมาก็ไม่ได้ประกวดอะไร เวทีที่ใหญ่สุดก็น่าจะเป็นเวทีเดอะสตาร์ วันออดิชั่นผมจำได้เลยว่าเข้าแถวสิบคน แล้วผมมาเป็นคนสุดท้าย คนที่ 5000 กว่า วันนั้นผมได้ร้องเพลง วอนพ่อขุน คือในสิบคนคนอื่นกลับบ้าน แต่ผมได้อยู่ต่อใน 10 คนนั้น  แล้วเขาก็บอกว่าให้พรุ่งนี้ให้มาดูชื่อ ให้เตรียมเพลงมา ปรากฎว่าพอตอนเช้ามาเช็คชื่อ ไม่มีชื่อผม วันนั้นทั้งตัวเหลือเพียง 79 บาท นั่งปอ.2 กลับลพบุรี

ตอนกลับน้ำตาไหลตลอดเวลา 

ในชีวิตผมแค่การเป็นนักร้องในผับผมก็มีความสุขที่สุดแล้ว ผมไม่เคยคิดประกวดแต่อยากลองสักตั้งเพราะเราก็อยากจะเป็นดาว หลังจากนั้นมาผมก็ไม่เสี่ยงกับการไปประกวดแล้ว เพลงผมก็ทำเอง แต่งเอง มีเพื่อนผมที่เป็นนักดนตรีด้วยกันที่ลพบุรี เป็นโปรดิวเซอร์ให้ คือเราก็มีทำนองแล้ว และเราก็ไปเขียนเนื้อ เขียนไป 10 เพลงมีหลายแนวมาก ทั้งสายันต์ พงษ์พัฒน์ อ.ไข่มาลีฮวนน่า คือตอนนั้นเรายังหาตัวเองไม่เจอ

เห็นว่าส่งเพลงให้ค่ายเพลงไปแค่ 3 เดือน ค่ายตอบกลับมา

บ่าววี : ใช่ ก็คิดไม่ถึงเพราะผมส่งไปทุกค่ายเลย ทั้ง รถไฟดนตรี แกรมมี่ อาร์สยาม ค่ายที่ตอบกลับมาคืออาร์สยาม บังเอิญว่าคืนนั้นพี่หนูมิเตอร์ไปเล่นคอนเสิร์ตที่ร้านที่ผมเล่น แกก็เลยบอกว่าส่งไปได้ สุดท้ายเขาโทรมาบอกให้เราเข้าไปคุย วันนั้นผมใจเต้นไปหมด วันนั้นผมมาแข่งกีฬาของกองทีพอากาศ ผมหยิกตัวว่าเราฝันหรือเปล่า ท้ายสุดก็ได้ออกกับค่ายอาร์สยาม เพลงที่ดังที่สุดในอัลบั้มคือเพลง “ฝากฟ้า” เพลงที่ผมเขียนขึ้นมาเอง 

เห็นว่ามีแฟนอยู่แล้ว และแฟนก็ขี้หึงมาก แฟนอยู่ในระดับไหน ถ้าสูงสุดเป็น 10

บ่าววี : แฟนผมอยู่ในระดับ 8 ระดับ 9 แฟนคนนี้คบมา 20 ปีแล้ว จุดเริ่มต้นคือผมไปทำงานที่ลพบุรีแล้วก็ไปเจอเขา ตอนนั้นเขาเรียนอยู่ม.5 ส่วนเราก็อายุ 20 กว่าๆ เรามาจากไม่มีอะไร คือคนอาจจะไม่ค่อยได้รรับรู้เพราะเขาอยากอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว แฟนผมชื่อ “แต๊ก” ครั้งแรกที่เจอคือเขามาเที่ยว เขาเห็นหน้าตาเขาน่ารักดี ก็มีคุย มีแอบไปหาบ้าง หลังจากนั้นเดือน 2 เดือน ก็เริ่มคบกัน 

พอเรามีชื่อเสียง แฟนหึงอย่างไรบ้าง

บ่าววี : พอมีชื่อเสียง เราก็เป็นผู้ชาย ตั้งแต่ยังไม่ดังก็มีผู้หญิงมาชอบเรา เราก็เอารูปผู้หญิงคนอื่นมาใส่ในกระเป๋าแล้วลืมเอาออก แล้วแฟนมาเห็นพอดี ก็เลยเป็นเรื่องต้องไปคุยเคลียร์กัน ซึ่งมันก็ทำให้ผมรู้ว่าแฟนผมเขาจริงใจกับผม ขนาดผมมีวอกแวกเขาก็ยังให้โอกาส 

เห็นว่าล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ มีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีก

บ่าววี : จริงๆ แฟนผมกับผมไม่ค่อยไปไหนด้วยกัน บังเอิญวันนั้นผมไปทานข้าวเป็นร้านเล็กๆ  แล้วก็ไปร้องคาราโอเกะบนเวทีในร้านทาน ข้าว แล้วไม่รู้ว่าผู้หญิงมาจากไหนคนหนึ่งมาถ่ายรูปเรา ซึ่งแฟนผมก็มาร้านนี้พอดี เราก็คิดว่ามันนัดกันมาหรือเปล่า พอเราร้องเสร็จผมก็เดินไปห้องน้ำ ผู้หญิงที่ถ่ายรูปผมก็เดินตามผมไปหน้าห้องน้ำมาขอถ่ายรูป แฟนผมก็เดินตามมาเพราะเขาคิดว่าเรานัดใครมาที่ร้านนี้ พอถ่ายรูปเสร็จผมก็อธิบายให้แฟนฟัง ก็ไม่มีอะไร 

อะไรที่ทำให้แฟนที่คบกันมา 20 ปี ให้อภัยเราเสมอ และอยากอยู่กับเราตลอด

บ่าววี : อาจจเป็นเพราะเรามีเพื่อนมีพวกเยอะ เขาเข้าใจตรงนั้น และอีกอย่างคือผมรู้สึกว่าแฟนผมจริงใจกับผม ไม่ว่าอะไรที่เข้ามาในชีวิตเราเราก็เป็นห่วงเขาเหมือนกัน 

อยากทราบว่าตัวตนบ่าววีเป็นคนเจ้าชู้ไหม

บ่าววี : ตัวผมก็มีบ้าง ส่วนเรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องหึงหวงไม่มี ตั้งแต่มีแฟนมา ผมจะบอกแฟนเสมอว่าให้หนักแน่น ให้เชื่อมั่นในตัวเราและเชื่อมั่นตัวเอง เพราะว่าเราอยู่จุดนี้ ทุกอย่างจะโหมเข้ามา และที่เราอยู่กับเขาได้เพราะว่า เขาเข้มแช็ง เพราะจริงๆ แล้วเขาไม่เคยไปงานกับเราเลย เพราะเราไม่อยากให้เขาไปเห็นภาพบางอย่าง แม้ว่าเราจะไม่เคยคิดอะไรกับคนอื่นเพราะเรามีแฟนอยู่แล้ว ส่วนเรื่องมีคนมาชอบผมมองว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ ของลูกผู้ชาย 

แฟนผมไม่เคยไปคอนเสิร์ตของผมเลย คือเขาปล่อยให้ผมไปทำงาน ไม่ได้มาตาม แล้วเขาก็อยู่บ้าน ผมก็จะบอกเขาเสมอว่า ความรักไม่ใช่เจ้าของ การใช้ชีวิต ความรักนั้น ไม่มีใครเป็นเจ้าของกันและกัน เพราะเรามาอยู่ด้วยกันตรงจุดนี้ได้เพราะเราให้เกียรติกันและกัน  
คบกันมา 20 ปี ทำไมไม่แต่งงาน 

บ่าววี : ความจริงแล้วผมกับเขาได้ทำพิธีทางศาสนาไปแล้ว มันก็เหมือนแต่งงานแล้ว เพียงแต่ว่าเราไม่ได้เป็นข่าวเพราะว่าแฟนไม่อยากเป็นข่าว เราก็อยากมีความสุขของเรา ถามว่าจดทะเบียนสมรสหรือยัง ยังไม่ได้จดทะเบียน 

ประทับใจอะไรในตัวแฟนบ้าง

บ่าววี : ผมประทับใจเขาที่เขาจริงใจ และผมรู้สึกว่า ไม่ว่าเราจะเป็นอย่างไร แฟนผมก็ดูแลผมและให้เกียรติผมมาโดยตลอด มันทำให้เราคิดถึงวันแรกๆ ที่เรายังไม่มีอะไร เราอยู่กันมา 20 กว่าปี ทั้งๆ ที่ทั้งตัวเราและเขาต่างมีโอกาสเจอใครอีกเยอะ แต่ทุกวันนี้เรายังอยู่ด้วยกัน ผมรู้สึกว่าเคมีเราเข้ากัน ทั้งๆ ที่ผมไม่เคยมีความหวานให้เขาเลย และเวลาเขางอนผมก็ไม่เคยง้อ แต่จะทะลึ่งใส่ ถามว่าผมกลัวเมียไหม ไม่ได้กลัวนะ แต่ว่าเราให้เกียรติ 

วาเลนไทน์ที่ผ่านมามีอะไรเซอร์ไพร์สแฟนบ้าง 

บ่าววี : บอกตรงๆ ผมไม่มีวันวาเลนไทน์เป็นที่ตั้ง ไม่มีอะไรให้แฟนเลย วันนั้นแฟนก็มีถามแฟนว่าวันนี้เป็นวันวาเลนไทน์เธอไปไหนบ้างไหม เท่านั้นเอง เราก็จะพูดหยอกว่า วาเลนไทน์ มีความสุขนะ จริงๆ ก็อยากทำเซอร์ไพร์สเขานะ  แต่มันเขิน บอกไม่ถูก
ถ้าเขาดูเราอยู่บอกรักผ่านทีวีได้ไหม 

บ่าววี : คือผมเป็นคนที่มีเพื่อนมีพวกเยอะ ผมดีใจที่แฟนผมรับตรงนี้ได้ ทั้งๆ ที่เราไม่ค่อยมีเวลาให้เขา ผมก้รู้สึกว่าเขาเข้าใจเราซึ่งตรงนี้สำคัญ เพราะฉะนั้นเรื่องการบอกรักเรื่องอะไรต่างๆ เราก็อยากให้เขารู้ในใจ ว่าเราห่วงใย เราคิดถึงเขาเราก็จะคิดถึงวันแรกๆ ที่เรามาจากวันที่ไม่มีอะไร ถามว่ารักเขาไหม รักสิครับ รักเขามาก 

อยู่กันมานานแล้ว ใจอยากมีลูกไหม

บ่าววี : ใจอยากมีลูกเพราะเห็นหลานๆ แล้ว แต่เราไม่ค่อยมีเวลาเพราะเป็นคนที่มีสังคมเยอะ  ส่วนแฟนเขาก็คิดเพราะเขาอายุเยอะขึ้นแล้วเราไม่ค่อยมีเวลา คือเขาเป็นห่วงเรื่องนี้เรื่องเดียว ถามว่าได้ปรึกษาหมอไหม ยังเลย แล้วอีกอย่างผมป่วย ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่ถ้ามีลูกได้ ผมอยากมีสักคนสองคน เป็นผู้ชายคน ผู้หญิงคน 

ทราบว่าเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว

บ่าววี : คือไวรัสไปติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจ มันก็เลยกลายเป็นลิ้นหัวใจรั่ว คุณหมอบอกว่า ตอนเด็กเราอาจจะเคยเป็นแล้วมันหายไป พอเราโตขึ้น ทำงานหนักขึ้น เราไม่รู้ตัวการพักผ่อนน้อยมันก็อาจจะกลับมาหาเรา  ส่วนอาการแรกๆ คือเวลาเดินขึ้นบันไดธรรมดาเราเดินสบายเพราะเราเป็นคนออกกำลังกาย แต่กลายเป็นว่าเราหอบแล้วหายใจไม่ออก มันเหนื่อยมาก แล้วเราทำงานเยอะไม่ได้พักผ่อน แล้วมีอาการไอ คิดว่าไม่เป็นอะไรกินยาแก้ไอแต่ไม่หาย คิอเราประมาทตัวเอง อีกวันก็ไปโรงพยาบาลไปเช็คโดยการเอ็กซเรย์ทำให้ทราบว่าเป็นน้ำท่วมปอด คุณหมอบอกว่าจะขอส่งเคสนี้ขึ้นไปที่ศูนย์หัวใจ เขาส่งไปที่ศูนย์หัวใจ ผมรอ 2 ชั่วโมง หมอโรคหัวใจเรียกผมไปคุยแล้วก็บอกว่า คุณมีเชื่อไวรัสลงที่ลิ้นหัวใจทำให้ลิ้นหัวใจทำงานไม่ได้ 1 ลิ้น กำลังลามไปลิ้นที่ 2 ตอนนั้นผมตกใจมาก คุณหมอบอกว่าเคสของผมมันแรงมาก ต้องผ่าตัดด่วน คือคนที่ผ่าตัดส่วนใหญ่จะฉีดยาฆ่าเชื้อรักษาไป 2-3 ปี แล้วค่อยผ่าตัด แต่ของผมผ่าตัดก่อนแล้วค่อยมาฉีดยาฆ่าเชื้อตามหลัง เพราะถ้ารอนานไปกว่านั้น ลิ้นที่ 2 มันจะกินลิ้นไปหมด และถ้าลิ้นที่ 2 ทำงานไม่ได้ผมจะเสียชีวิต แล้วไวรัสมันจะลามไปที่อื่น เข้ามาในเลือด

ตอนนั้นกลัวตายไหม

บ่าววี : ผมไม่ได้กลัวตาย คือเราไม่เคยคิดเพราะเราไม่เคยป่วย พอเจอเคสนี้ไป ทุกวันนี้ผมนอนวันละ 8 ชั่วโมง และผมก็เลิกที่จะไปกับคนโน้นคนนี้ นอกจากจะไปเตะบอล หรือไปออกกำลังกาย แล้วเราก็กลับเข้าบ้าน ไม่เหมือนเมื่อก่อนใครชวนไปไหนผมก็ไป 

ตอนนั้นอยู่ห้องผ่าตัดกี่ชั่วโมง 

บ่าววี : พอเขาส่งเคสผ่าตัดด่วน ผมมาอยู่ห้องผ่าตัด 15 วัน ตอนแรกนะ ก่อนผ่าตัดก็ฉีดยาฆ่าเชื้อนิดหนึ่งเพื่อคลีนร่างกายเรา   

รอยผ่ากรีดตรงกลางยาวเลย 

บ่าววี : ผ่าเพราะว่าต้องเอาหัวใจออกมาซ่อมลิ้นหัวใจที่เสียไป คือต้องผ่านกระดูกซี่โครงเพื่อยกหัวใจออกมา ผมบอกตรงๆ เลยว่าผมตายไปแล้ว ผมได้คุณหมอดี ได้กำลังใจดี สุขภาพตอนนี้ก็ดีขึ้นแล้ว แต่ยกของหนักๆ ไม่ได้ ตอนนี้เข้าปีที่ 3 แล้ว 

ต้องพักฟื้นนานแค่ไหน 

บ่าววี : ผมโชคดีที่ผมออกกำลังกายบ่อย คุณหมอเลยบอกว่า ผ่าตัดแป๊บเดียว และฟื้นไวมาก คือผมผ่าตัด 4 โมง 6 โมงผมก็ออกมาแล้ว แต่ผมฟื้นตอนกลางคืนเพราะมันมียาสลบ ตอนฟื้นขึ้นมามันเจ็บแบบสุดยอดเลย ตื่นขึ้นมาเห็นคนอื่นนอนข้างๆ เห็นถังเลือด ถังอ๊อกซิเจน ก็คิดในใจว่าเราเป็นแบบเขาหรือเปล่า คือก็เป็นแบบเขาแหละ กระดิกตัวไม่ได้เลย เพราะว่ามันเจ็บ หลังจากผ่าตัดออกมา ผมก็ต้องไปอยู่ที่ห้องพักฟื้น คือผมอยุ่ห้องพักฟื้นเกือบ 2 เดือน ฉีดยาไป 54 เข็ม เป็นยาฆ่าเชื้อ แล้วก็มีเจาะเลือดอีก 3 วันครั้ง 2 วันครั้ง เพราะเขาต้องดูค่าเลือดของเราทุกวัน จนไม่รู้ว่าจะเอารูไหนแล้ว  คุณหมอบอกว่า เป็นเพราะคุณออกกำลังกายร่างกายเลยแข็งแรง 

เรียกว่าเป็นเหตุการณ์เฉียดตาย 

บ่าววี : ใช่ครับ และทุกวันนี้ก็ต้องกินยาทุกคืน เป็นยาละลายลิ่มเลือด ถ้าไม่กิน จะทำให้เส้นเลือดอุดตันได้ 

แล้วมันมีผลกับการทำงานไหม

บ่าววี : ในจุดนี้ไม่มีผลเลย อยู่แค่เราต้องออกกำลังกายบ้าง แต่ออกหนักๆ ไม่ได้ และต้องพักผ่อนเยอะๆ ส่วนอาหารก็ทานได้ปกติ แต่อย่าทานอาหารที่เค็มหรือมันเยอะเกินไป ตอนพักฟื้นภรรยาก็อยู่ข้างกายตลอด เขาก็ดูแลเรา มีครอบครัว มีทุกคนดูแล คุณพ่อดูแลผมไม่ห่างเลย 

ผ่ามากี่ปีแล้ว

บ่าววี : ผมผ่าปี 2560 ตอนนี้ปี 2564 ก็เกือบ 3 แล้ว ถามว่ามีโอกาสหายขาดไหม มันอยู่ที่เรา ผมต้องไปหาหมอทุก 6 เดือน เพื่อเช็คค่าเลือดและทานยา 

อยากบอกอะไรกับอ.หมอ

บ่าววี : ผมขอบคุณอ.หมอมากๆ ครับ มันเหมือนให้ชีวิตผม ไม่ใช่แค่อ.หมอ แต่เป็นโรงพยาบาลทรวงอกทั้งโรงพยาบาล  และโรงพยาบาลสินแพทย์ที่ผมไปแรกๆ พอพูดเรื่องนี้ทำให้ผมมีความรู้สึกว่าผูกพันธ์กับโรงพยาบาลทรวงอก เพราะผมนอนอยู่ที่นั่นประมาณเกือบ 2 เดือน  และถ้ามีงานเรียกใช้ถ้าเป็นโรงพยาบาลทรวงอกผมจะไปตลอด วันนั้นเขาร้องเพลงหาเงินบริจาค พอดีผมไปตรวจสุขภาพพอดี ผมก็ขึ้นไปร้องเพลง เพราะผมรู้สึกว่าที่นั่นมีบุญคุณกับเรามาก ทำให้เรามีชีวิตถึงวันนี้

ความรู้สึกแบบนี้อยากบอกอะไรกับภรรยา 

บ่าววี : อยากบอกว่าขอบคุณที่อยู่เคียงข้าง ตั้งแต่วันแรกจนวันที่ป่วยก็ยังอยู่ วันที่เราประสบความสำเร็จหรือไม่ประสบความสำเร็จ จนวันที่ป่วยเขาก็อยู่ข้างเราตลอด 

อยากบอกอะไรกับคนทางบ้างเรื่องการเจ็บป่วย

บ่าววี : อยากบอกทุกคนว่าการใช้ชีวิต คือผมประมาทเพราะผมคิดว่าผมแข็งแรง ผมออกกำลังกายทุกวัน สิ่งสำคัญคือต้องหมั่นไปตรวจสุขภาพและพักผ่อนให้เพียงพอ อย่าคิดว่าตัวเองไม่ป่วย ทุกคนต้องมีวันป่วยแน่ๆ ผมถือว่าผมโชคดี ที่ไปเจอคุณหมอในจังหวะที่พอดี เพราะถ้าผมเจอหลังจากนั้น ผมอาจจะไม่ได้อยู่ในวันนี้ 

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา13.30-14.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...