โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

P2P lending โอกาส ‘ผู้กู้-ผู้ปล่อยกู้’

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 21 ก.พ. 2564 เวลา 23.15 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

เมกะเทรนด์ : สุภชัย ปกป้อง

การออกประกาศกำหนดและหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการประกอบธุรกิจและเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรม “สินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (Peer-to-Peer (P2P) lending)” ช่วงกลางปีที่ผ่านมา ทำให้เพิ่มโอกาสและทางเลือกในการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ พร้อมเพิ่มโอกาสนักลงทุนด้านการเงินมากขึ้น

ธุรกรรม P2P lending เป็นการกู้ยืมระหว่างบุคคลต่อบุคคล เป็นการให้สินเชื่อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยระบบจะจับคู่ผู้ขอสินเชื่อและนักลงทุนซึ่งเป็นบุคคลทั่วไป แตกต่างจากการให้สินเชื่อแบบดั้งเดิมที่แหล่งทุนนั้นมาจากธนาคาร ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจากประเทศฝั่งตะวันตก เช่น สหรัฐฯ แคนาดา อังกฤษ ส่วนในเอเชียอย่างเช่น จีน สิงคโปร์ หรืออินโดนีเซีย ถือว่าได้รับความนิยมสูงเช่นกัน

รูปแบบ P2P lending มี 6 ขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การยื่นใบคำขอกู้ยืมเงิน ตอบรับคำขอ ตรวจสอบเครดิต พิจารณาอนุมัติ ส่งมอบเงินและบริหารจัดการเงินกู้ โดยฟินเทค สตาร์ทอัพ จะสร้างอินเทอร์เน็ตแพลตฟอร์ม เช่น แอปพลิเคชันและ เว็บไซต์เพื่อเชื่อมระหว่างผู้กู้และผู้ให้กู้ โดยทั้ง 2 ฝ่ายต้องลงทะเบียนเพื่อแสดงตัวตน บนแพลตฟอร์มเสียก่อน สำหรับผู้กู้ต้องกรอกรายละเอียดจำนวนเงินที่ต้องการกู้ รวมถึงข้อมูลต่าง ๆ เช่น วัตถุประสงค์การใช้เงินและระยะเวลาการกู้ยืมเงิน

หลังจากนั้นระบบจะทำการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือ เครดิตของผู้กู้ และความสามารถการชำระหนี้จากข้อมูลที่ให้มาตอนลงทะเบียน กระบวนการนี้จะใช้เวลาสั้นกว่าธนาคาร ในยุโรปใช้เวลาการสืบและวิเคราะห์ข้อมูลส่วนตัวของผู้กู้เพียง 3-4 ชั่วโมง ก่อนที่จะส่งข้อมูลทั้งหมดให้ผู้ปล่อยกู้พิจารณาต่อไป

สรุปแล้วกระบวนการพิจารณาคำขอและอนุมัติสินเชื่อใช้เวลาไม่เกิน 5 วัน ต่างจากธนาคารพาณิชย์ ต้องใช้เวลามากกว่านั้น ส่วนขั้นตอนการทำสัญญาและโอนเงินจากผู้ให้กู้ไปยังผู้กู้ รวมถึงการทำสัญญาและติดตามการชำระหนี้ระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย อาจใช้เทคโนโลยี Blockchain เข้ามาช่วยอีกทางหนึ่ง

สำหรับ “ผู้ขอกู้” เป็นบุคคลธรรมดา ปล่อยได้ทั้งเพื่อ“อุปโภคบริโภค” ไม่เกิน 1.5-5 เท่าของรายได้ และ “เพื่อประกอบธุรกิจ” ไม่เกิน 50 ล้านบาท ส่วน “ผู้ปล่อยกู้” เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล โดย “ผู้ลงทุนรายย่อย” ไม่เกิน 5 แสนบาทต่อปี ขณะที่ “ผู้ลงทุนสถาบัน” ไม่จำกัดจำนวน

มีการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 15 เปอร์เซ็นต่อปี (ดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับความสามารถในการชำระคืน) และค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายให้แพลดฟอร์ม ที่แล้วแต่จะมีการกำหนด

อย่างไรก็ดีการทำธุรกรรม P2P lending มีความเสี่ยงหลายด้าน อาทิ ความเสี่ยงที่ผู้กู้จะก่อหนี้เกินความสามารถในการชำระหนี้หรือความเสี่ยง ที่ผู้ให้กู้อาจไม่ได้รับชำระหนี้คืน ตามสัญญา เนื่องจากการให้สินเชื่อไม่ใช่การฝากเงิน ผู้ให้กู้จึงไม่ได้รับการคุ้มครองหรือความเสี่ยงที่ผู้ให้กู้ขาดสภาพคล่อง เนื่องจากไม่สามารถยกเลิกการให้สินเชื่อหรือเรียกให้ผู้กู้ชำระหนี้ก่อนครบกำหนดสัญญาได้

ที่สำคัญ P2P lending เป็นธุรกรรมการให้สินเชื่อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงผู้ใช้บริการในวงกว้าง สัญญาสินเชื่อสามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วโดยที่ผู้กู้และผู้ให้กู้ไม่จำเป็นต้องรู้จักกัน จึงมีโอกาสเกิดการหลอกลวงทั้งจากแพลตฟอร์มและผู้กู้ได้

โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดหลักเกณฑ์การกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจ P2P lending platform ให้มีการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ กรรมการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของแพลตฟอร์มโดยเฉพาะเรื่องความมั่นคงปลอดภัย มีการคุ้มครองผู้ใช้บริการและข้อมูลส่วนบุคคล มีการเปิดเผยข้อมูลประกอบการตัดสินใจครบถ้วน

นี่คือ “โอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุน” รูปแบบใหม่ที่น่าจับตาอย่างยิ่ง เพราะนั่นหมายถึงการตอบโจทย์การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบอีกทางหนึ่งด้วย แต่จะกลายเป็นตัวบั่นทอนกำไรผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลในปัจจุบันหรือไม่..ต้องติดตามกันต่อไป!!!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...