โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

14 กรกฏาคม 2332 ฝูงชนบุกทลาย คุกบัสตีย์ ในกรุงปารีส ในระหว่างการปฏิวัติฝรั่งเศส

TOJO NEWS

เผยแพร่ 14 ก.ค. 2564 เวลา 05.21 น. • digivalve

เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเช้าวันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 1789 ที่คุก บัสตีย์ ซึ่งเป็นป้อมปราการและเรือนจำ
สร้างขึ้นตั้งแต่ ยุคกลาง ตั้งอยู่ ณ ใจกลางกรุงปารีส ราชอาณาจักรฝรั่งเศส ในขณะนั้น เหตุการณ์นี้เป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของ การปฏิวัติฝรั่งเศส

ในเช้าวันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 1789 กรุงปารีส ตกอยู่ในสภาวะความไม่สงบ ผู้สนับสนุนฐานันดรที่สามในฝรั่งเศสซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของกองทหารกระฎุมพีแห่งปารีส (ภายหลังกลายเป็นกองกำลังติดอาวุธของประชาชน;Garde Nationale) ซึ่งก่อนหน้านี้ได้บุกปล้นสะดม ออแตล เด แซ็งวาลีด (Hôtel des Invalides)
ยึดเอาอาวุธ (เช่น ปืนคาบศิลาจำนวน 29,000 – 32,000 กระบอก แต่ไม่มีดินปืนหรือกระสุน) และกำลังพยายามบุกเข้าไปยังป้อมบัสตีย์ เพื่อชิงเอาอาวุธยุทโธปกรณ์เพิ่มเติม เช่น ดินปืน ซึ่งมีมากถึง 13.6 ตัน ถูกเก็บรักษาเอาไว้ภายในป้อม

ณ ช่วงเวลานั้น คุกภายในป้อมบัสตีย์แทบจะไม่มีนักโทษหลงเหลืออยู่แล้ว มีเพียงนักโทษชราถูกคุมขังเพียง 7 คนเท่านั้น ตามบันทึกระบุว่านักโทษทั้งเจ็ดคนได้แก่ ผู้ต้องหาปลอมแปลงเอกสาร 4 คน ผู้วิกลจริต 2 คน และขุนนางผู้มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนไปจากพวกพ้อง 1 คน คือ เคาน์แห่งโซลาจ
ด้วยเหตุที่ค่าใช้จ่ายในการทำนุบำรุงรักษาป้อมปราการแห่งนี้ ไม่คุ้มกับประโยชน์การใช้งานที่มีอยู่จำกัด
ทำให้รัฐบาลตัดสินใจปิดป้อมแห่งนี้ ไม่นานก่อนเกิดเหตุความวุ่นวาย อย่างไรก็ตาม
ป้อมบัสตีย์ยังคงถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ความเผด็จการของพระมหากษัตริย์ฝรั่งเศส

ป้อมบัสตีย์ แห่งปารีส ก่อนการปฏิวัติฝรั่งเศส งานเขียนภาพของ Jérôme BLUM La Bastille 20060809 – การทลายคุกบัสตีย์ – วิกิพีเดีย (wikipedia.org)

พลทหารที่ประจำอยู่ ณ ป้อมบัสตีย์ โดยปกติมีทั้งสิ้น 82 นาย (ทั้งหมดเป็นนายทหาร แอ็งวาลีดinvalides; พลทหารผ่านศึกปลดประจำการ ผู้ไม่สามารถทำการสู้รบอีกต่อไป เพราะส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บจนพิการหรือทุพพลภาพ)
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 7 กรกฎาคม มีการเสริมกำลังด้วยพลทหารรักษาพระองค์จำนวน 32 นาย
จากกองทหารซาลิ-ซามาดของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเดิมประจำการอยู่ ณ สวนสาธารณะ ช็อง เดอมาร์ส
มีการเสริมกำลังปืนใหญ่น้ำหนัก 8 ปอนด์ ตามกำแพงของป้อมจำนวน 8 กระบอก
และปืนใหญ่ขนาดเล็ก 12 กระบอก โดยมีผู้บัญชาการสูงสุดประจำป้อมคือ แบร์นาร์ด-เรอเน เดอ โลเนย์
บุตรชายชองผู้บัญชาการคนก่อนหน้า และเป็นผู้ที่เกิดภายในป้อมบัสตีย์แห่งนี้

รายชื่อของ แว็งเกอเดอลาบัสตีย์ (vainqueurs de la Bastille ; ผู้ทลายคุกบัสตีย์) ตามบันทึก
มีจำนวนทั้งสิ้น 954 ราย ซึ่งหากรวมฝูงชนผู้ร่วมการทลายคุกแล้ว จำนวนผู้ทลายคุกทั้งหมดก็ไม่เกิน 1,000 คน เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้น เมื่อฝูงชนรวมตัวกันในช่วงเช้า เรียกร้องให้นายทหารประจำป้อมยอมจำนน เคลื่อนย้ายปืนใหญ่ออกไป และยอมมอบอาวุธรวมถึงดินปืนให้แก่ฝ่ายประชาชน ฝ่ายทหารได้เชิญตัวแทนสองคนเข้าไปเจรจาภายในป้อมและเชิญตัวแทนอีกกลุ่มเข้าไปในช่วงเที่ยง การเจรจาดำเนินไปอย่างยืดเยื้อในขณะที่ฝูงชนเริ่มหมดความอดทน
จนกระทั่งเวลาประมาณ 13.30 น. ฝูงชนกรูกันเข้าไปบริเวณลานด้านนอกของป้อมซึ่งไม่ได้มีการป้องกันเอาไว้
ทำให้ฝ่ายพลทหารของป้อมตัดสินใจตัดสายโซ่ของสะพานชัก เพื่อป้องกันไม่ให้ฝูงชนบุกเข้าถึงส่วนในของป้อมได้ ส่งผลให้ตัวสะพานหล่นทับผู้ร่วมทลายคุกรายหนึ่งและนำมาสู่การยิงต่อสู้ในที่สุด
มีการเล่ารายละเอียดของเหตุการณ์แตกต่างกันออกไป หนึ่งในนั้นเล่าว่าผู้บัญชาการป้อม (เดอโลเนย์) สั่งให้ระดมยิงปืนใหญ่ใส่ฝูงชน คร่าชีวิตเด็ก สตรี และผู้ประท้วงคนอื่นๆ ไปหลายคน จึงทำให้การประท้วงเปลี่ยนไปเป็นการจลาจลบริเวณรอบ ๆ ป้อมบัสตีย์ นอกจากนี้ฝูงชนยังรู้สึกว่าตนถูกหลอกล่อให้ติดกับของฝ่ายทหาร ทำให้การต่อสู้ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม ในขณะที่เจ้าหน้าที่บางส่วนพยายามยุติการยิงต่อสู้ของทั้งสองฝ่าย
แต่ไม่มีใครฟัง

ภาพร่างของการทลายคุกบัสตีย์ ค.ศ. 1789 ภาพจาก  Library of Congress DIGITAL ID: (color film copy slide) cph 3b51512 http://hdl.loc.gov/loc.pnp/cph.3b51512 (b&w film copy neg.) cph 3b41648 http://hdl.loc.gov/loc.pnp/cph.3b41648

การต่อสู้ยังคงดำเนินไปจนกระทั่งเวลา 15.00 น. เมื่อมีการเสริมกำลังจากกองกำลังราชองครักษ์ 
การ์ดฟร็องเซ (ผู้ก่อกบฏและกลุ่มนายทหารผู้แปรพักตร์จำนวนหนึ่ง) พร้อมด้วยปืนใหญ่สองกระบอก
ซึ่งกองกำลังของกองทัพบกหลวงแห่งฝรั่งเศสที่ประจำการอยู่ใกล้เคียง ณ สวนสาธารณะช็องเดอมาร์ส
ไม่ได้เข้าทำการแทรกแซงหรือให้การช่วยเหลือฝ่ายของเดอโลเนย์แต่อย่างใด ต่อมาเมื่อเวลา 17.00 น.
ความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุสังหารหมู่ของทั้งสองฝ่ายเริ่มปรากฏให้เห็นเด่นชัดขึ้น เดอโลเนย์ จึงตัดสินใจหยุดยิง
และส่งจดหมาย ยื่นข้อเสนอของเขาแก่ฝูงชนผ่านช่องว่างของประตูป้อมด้านใน ฝูงชนปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว
แม้กระนั้นเอง เดอโลเนย์ ก็ยังคงตัดสินใจที่จะยอมจำนน เนื่องจากตระหนักได้ว่ากองทหารของเขาจะไม่สามารถยื้อการสู้รบได้นานกว่านี้ เดโลเนย์ เปิดประตูป้อม ฝูงชนต่างแห่กรูเข้าสู่ลานด้านใน
และปลดปล่อยคุกบัสตีย์ได้สำเร็จเมื่อเวลา 17.30 น.

ภาพวาดการจับกุมเดอโลเนย์ โดยจิตรกรนิรนาม Versailles, ch‚teaux de Versailles et de Trianon. MV5517. ภาพจาก Anonymous – Prise de la Bastille – การทลายคุกบัสตีย์ – วิกิพีเดีย (wikipedia.org)

ฝ่ายผู้ทลายคุก 94 ราย และนายทหาร 1 นาย เสียชีวิตในการต่อสู้ที่เกิดขึ้น เดอ โลเนย์ ถูกจับกุมตัวและถูกลากไปตามท้องถนนมุ่งสู่ ออแตล เดอ วีล พร้อมกับมีการด่าทอและทารุณกรรมไปตลอดเส้นทาง ในขณะที่ภายนอก ออแตล เดอวีล ก็ถกเถียงถึงการลงโทษ เดอ โลเนย์ต่อ เดอ โลเนย์ ซึ่งถูกถูกทารุณกรรมจนอาการสาหัส ตะโกนขึ้นว่า “พอได้แล้ว! ให้ฉันตายเถอะ ! พร้อมทั้งเตะพ่อครัวทำขนม นามว่า ดูเลต์ เข้าที่หน้าแข้ง เดอ โลเนย์ จึงถูกแทง
ซ้ำไปซ้ำมา ก่อนที่จะล้มลงขาดใจตายในที่สุด ก่อนที่ฝูงชนจะเลื่อยศีรษะของเขา นำมาเสียบเข้ากับหอกหลาวและนำไปตระเวนแห่ประจานตามท้องถนนของกรุงปารีส พลทหารประจำป้อมอีกสามนายก็ถูกสังหารโดยฝูงชนด้วยเช่นกัน รายงานรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้มาจากนายตำรวจที่รอดชีวิตมาได้
ส่วนทหารปลดประจำการ แอ็งแวลิด ประจำป้อมสองนาย ถูกรุมประชาทัณฑ์
ในขณะที่ พลทหารสวิส จากกองทหาร ซาลิ-ซามาด ได้รับการปกป้องจากกองกำลัง การ์ดฟร็องเซ และถูกปล่อยตัวกลับสู่กองทหารของพวกตน มีเพียงนายทหารสองนายจากกองทหารนี้ที่ถูกสังหาร
ผู้บังคับบัญชาของพวกเขา พลโทหลุยส์ เดอฟลู เขียนรายงานถึงรายละเอียดในเหตุการณ์ดังกล่าว และรวบรวมเข้ากับสมุดบันทึกเหตุการณ์ประจำกองทหารซาลิ-ซามาด
การเสียชีวิตของ เดอโลเนย์ นับว่าเป็นเรื่องที่ร้ายแรง(และไม่ยุติธรรม) แต่กระนั้น เดอฟลู ก็ยังคงกล่าวโทษว่า เดอ โลเนย์ ใจอ่อนและบกพร่องในการเป็นผู้นำที่เฉียบขาด พร้อมทั้งการกล่าวโทษว่า เป็นสาเหตุที่ทำให้ป้อมถูกทลาย
ในความเป็นจริง ความเฉื่อยชาของผู้บัญชาการกองทัพบกหลวงแห่งฝรั่งเศส ที่ประจำอยู่บริเวณใกล้เคียงกัน
ที่ไม่ส่งกำลังเข้าสนับสนุนกองกำลังของเดอโลเนย์ ณ ป้อมบัสตีย์ หรือ ออแตล เดอ แซ็งแวลิด
ที่กำลังถูกโจมตีจากฝูงชน ก็มีส่วนที่ทำให้ ป้อมบัสตีย์ ถูกทลาย.
ข้อมูลจากบางส่วนของบทความ การทลายคุกบัสตีย์ – วิกิพีเดีย (wikipedia.org)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...