โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ศาสตร์พระราชา ถ่ายทอดการเรียนรู้สู่เยาวชนรุ่นใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 ก.ค. 2563 เวลา 12.44 น. • เผยแพร่ 28 ก.ค. 2563 เวลา 12.44 น.

ต้องยอมรับว่าหลายหน่วยงานต่างให้ความสำคัญกับ “ศาสตร์พระราชา” ของ “พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” หรือ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ค่อนข้างมาก

ไม่ว่าจะเป็นโครงการทิพยประกันภัย ที่ร่วมมือกับศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กองทัพภาคที่ 1, มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด, สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน), กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และมูลนิธิธรรมดี

ด้วยการนำคณะครูอาจารย์จากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ทั่วประเทศกว่า 30 คน ร่วมเรียนรู้ต้นแบบแนวคิด “ขาดทุนคือกำไร” กับ “วิถีเศรษฐกิจพอเพียง” ของคนในชุมชน อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ กับกิจกรรม “ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา โครงการอนุรักษ์ป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ แก้ปัญหาคนกับช้างอย่างยั่งยืน ปลูกป่าในใจคน” พร้อมร่วมกันสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้และปลูกฝังคุณธรรม 4 ประการ อาทิพอเพียง, วินัย, สุจริต และจิตอาสา ให้กับเยาวชนต่อไป

เบื้องต้น“รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี” ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กล่าวถึงโครงการ “หนังสือเดินทางตามรอยพระราชา” ว่าศูนย์คุณธรรมจัดทำหนังสือโครงการตามรอยพระราชา ที่คัดสรรแล้วจำนวน 9 เส้นทาง 81 แหล่งการเรียนรู้ เพื่อให้คณะครูอาจารย์ลงพื้นที่เรียนรู้ศึกษาศาสตร์พระราชา ลงมือทำกิจกรรมเสริมทักษะเรียนรู้ และต่อยอด พร้อมสร้างความเข้าใจ และเข้าถึงคุณธรรม 4.0 คือ พอเพียง, วินัย, สุจริต, จิตอาสา

“นอกจากนั้น ยังเป็นการสำนึกรู้ในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระองค์ท่านพระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยทุกคน จนก่อเกิดเป็นศาสตร์พระราชาที่ชาวบ้านนำมาปฏิบัติตามจนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และมีความสุขมากขึ้น และตามพระปฐมบรมราชโองการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”

“วิชชุดา ไตรธรรม” ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทิพยประกันภัยมีความมุ่งมั่นในการสืบสานศาสตร์พระราชา ผ่านการจัดกิจกรรม “ตามรอยพระราชา” อย่างต่อเนื่อง สำหรับครั้งนี้เป็นครั้งที่ 7 เพราะด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนตลอด 70 ปีที่ทรงครองราชย์ และสอดคล้องกับปณิธานของบริษัทในการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม ควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมอย่างจริงจังในการส่งเสริมความเจริญอย่างยั่งยืนของสังคมไทยในทุกมิติ

“กิจกรรมครั้งนี้ เราพาคณะครูอาจารย์กว่า 30 สถาบัน เดินทางสู่อ่างเก็บน้ำยางชุม อันเนื่องมาจากพระราชดำริซึ่งเป็นต้นแบบแนวคิดขาดทุนคือกำไรของประชาชนอำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด้วยการนำคณะปล่อยพันธุ์ปลา จำนวน 9,999 ตัว ถวายเป็นพระราชกุศลในหลวงรัชกาลที่ 10 เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการสืบสาน รักษา ต่อยอดแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร”

“จากนั้นจึงดำเนินกิจกรรมการแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในท้องถิ่น ด้วยการนำสับปะรดมาแปรรูปเป็นกระดาษใบสับปะรด ซึ่งได้รับการจดทะเบียนเป็นสินค้า OTOP ปี 2559 อันเป็นหนึ่งสินค้านวัตวิถีที่สร้างรายได้ให้คนในชุมชน, สมาชิกบ้านรวมไทย,หมู่บ้านต้นแบบด้านการท่องเที่ยวภายใต้โครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ของประจวบคีรีขันธ์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสบู่ยาสระผม น้ำยาล้างจานจากสับปะรด ตลอดจนอุปกรณ์ต่าง ๆ จากใบสับปะรด ที่ก่อนหน้านี้เคยถูกมองว่าไม่มีค่า จึงถูกนำไปทำเป็นปุ๋ยที่ใช้ในการเกษตร ก่อนจะถูกนำมาเพิ่มมูลค่าจนกลายเป็นสินค้า OTOP ของชุมชนในปัจจุบัน และถ่ายทอดสู่คณะครูอาจารย์ที่เข้าร่วมโครงการตามรอยพระราชาในครั้งนี้”

“สำหรับกิจกรรมไฮไลต์ของโครงการตามรอยพระราชาครั้งนี้ คือ การศึกษาศาสตร์พระราชา เพื่อแก้ปัญหาคนกับช้างอย่างยั่งยืน ปลูกป่าในใจคนกับอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ซึ่งคณะครูอาจารย์ที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้เรียนรู้โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าบริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยทรงมีพระราชดำริให้ปลูกป่า ฟื้นฟูระบบนิเวศ เพื่อยังความชุ่มชื้นคืนธรรมชาติ และเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าทั้งปวง ตามพระราชดำรัสคนกับช้างว่าช้างป่าควรอยู่ในป่า เพียงแต่ต้องทำให้ในป่านั้นมีอาหารช้างเพียงพอ”

ทั้งยังมีกิจกรรมในการร่วมสร้างฝายชะลอน้ำ ณ พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติกุยบุรีเพื่อเพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำให้ผืนป่าแห่งนี้มีความชุ่มชื้น และชะลอการไหลของน้ำให้ช้าลง เพื่อลดการสูญเสีย และส่งผลให้พื้นที่ป่าไม้ยังคงความอุดมสมบูรณ์ ดังแนวคิดการพื้นฟูผืนป่า ตามแนวพระราชดำริในการจัดการฟื้นฟูผืนป่า โดยการเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผืนป่า และสืบสาน รักษา ต่อยอด ตามรอยพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

“ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย” ประธานมูลนิธิธรรมดี กล่าวเสริมว่า ผู้ร่วมกิจกรรมตามรอยพระราชาทุกคนจะได้รับชุดหนังสือภาษาอังกฤษ “King BhumibolAdulyadej of Thailand” จำนวน3 เล่ม ซึ่งหนังสือทั้ง 3 เล่มนี้ มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติ, พระราชจริยวัตรและพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นำไปถ่ายทอดแก่นักเรียนผ่านหลักสูตรการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ให้เยาวชนรุ่นหลังได้รู้จักพระองค์ท่าน และสามารถสื่อสารให้ชาวต่างชาติฟังได้ว่าทำไมคนไทยถึงได้รักในหลวงรัชกาลที่ 9ทั้งยังได้ให้ข้อคิดในการใช้ชีวิตเพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณธรรม

“สำหรับกิจกรรมถอดบทเรียนหลังจากการลงพื้นที่เรียนรู้ด้วยการปฏิบัติแล้วจะมี อดุลย์ ดาราธรรม นายกสมาคมนักเรียนเก่า AFS ประเทศไทย มาทำการเล่นผ่านเกมกระดานสื่อการเรียนรู้ 3 แบบ ได้แก่ Game of Our Nation ที่สอดแทรกคุณธรรม 4 ประการ คือ พอเพียง, วินัย,สุจริต, จิตอาสา พร้อมกับเกม The MediciEffect 9 ถอดบทเรียน และต่อยอดสร้างสรรค์เป็นนวัตกรรมจากกิจกรรมตามรอยพระราชา สุดท้ายคือเกม The King’s Journey Learn Englishan Example of an Inventionเรียนรู้ภาษาอังกฤษจากหนังสือชุด King Bhumibol Adulyadej of Thailandซึ่งคณะครูอาจารย์สามารถนำนวัตกรรมการเรียนรู้ไปต่อยอดการเรียนการสอนสำหรับเยาวชนต่อไป”

“การทำกิจกรรมครั้งนี้ เรายังมอบหนังสือมรดกแห่งแผ่นดิน จากโครงการปันความรู้สู่สังคมให้กับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านย่านซื่อ และโรงเรียนบ้านรวมไทย พร้อมทั้งได้มอบถุงยังชีพกองบุญ ธรรมดีด้วยใจ ต้านภัยโควิดให้แก่ชาวบ้านจำนวน 15 หมู่บ้าน 600 ครอบครัวอีกด้วย ได้แก่ หมู่บ้านรวมไทย, หมู่บ้านพุบอน, หมู่บ้านย่านซื่อ,ตำรวจตระเวนชายแดน, อุทยานกุยบุรี,กรมป่าไม้ และโครงการพระราชดำริ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์, หัวหิน, ปราณบุรี, กุยบุรี, ทับสะแก, บางสะพาน, บางสะพานน้อย และสามร้อยยอดอีกด้วย โดยมีเป้าหมายจำนวน 5,000ครอบครัว ในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ”

สำหรับกิจกรรมตามรอยพระราชา จัดมาทั้งหมด 7 ครั้ง ได้แก่ 1.ชุมชนบ้านศาลาดิน จังหวัดนครปฐม 2.ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี 3.โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ โครงการหุบกะพง จังหวัดเพชรบุรี 4.เขื่อนขุนด่านปราการชล ศูนย์ภูมิรักษ์จังหวัดนครนายก 5.โครงการพัฒนาชุมชนบ้านอ่างเอ็ด จังหวัดจันทบุรี 6.มหาชีวาลัยอีสาน จังหวัดบุรีรัมย์และ 7.อุทยานแห่งชาติกุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...