โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เที่ยว ‘วัดอรุณฯ’ แบบลึกซึ้ง สัมผัสมุมมองใหม่ กรุงเทพฯ

JS100 - Post&Share

เผยแพร่ 24 ก.ย 2561 เวลา 12.00 น. • JS100:จส.100
เที่ยว ‘วัดอรุณฯ’ แบบลึกซึ้ง สัมผัสมุมมองใหม่ กรุงเทพฯ

        เมื่อพูดถึงวัดอรุณราชวราราม หรือวัดแจ้ง หลายคนจะนึกถึงเจดีย์ทรงปรางค์องค์ใหญ่ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ริมน้ำเจ้าพระเจ้ายา มุมมองจากฝั่งตรงข้ามที่สวยงามจับใจไม่ว่าจะตอนกลางวัน หรือยามค่ำคืน ซึ่งประจักษ์แก่สายตาผู้คนแล้วทั่วโลก เป็นแลนด์มาร์คสำคัญของนักเดินทางที่จะต้องแวะมาเยี่ยมชมให้ได้ เป็นที่เที่ยว ถ่ายรูป และศูนย์รวมทางจิตใจของผู้คนที่ศรัทธาในพุทธศาสนา แต่นอกจากนี้ที่วัดอรุณฯ ยังมีอะไรดี ๆ ให้เราได้ชื่นชมอีกมาก “ไม่ได้มีแต่พระปรางค์” เมื่อมาถึงแล้วก็ออกเดินสำรวจกันหน่อย เพื่อให้รู้จักวัดอรุณฯ ในมุมที่แตกต่าง รู้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น ตามไปกันเลย

        พี่ป๊อก ไพศาล อินจันทร์ ไกด์นำเที่ยวรูปหล่อแถมคารมดี คุยให้ฟังว่า วัดอรุณราชวรารามเป็นวัดที่สร้างขึ้นสมัยอยุธยาตอนปลาย เดิมเรียกวัดมะกอกนอก และเปลี่ยนชื่อเป็นวัดแจ้งในสมัยกรุงธนบุรี ก่อนเปลี่ยนชื่อใหม่อีกครั้งเป็นวัดอรุณฯ ในสมัยรัชกาลที่ 2 โดยในสมัยกรุงธนบุรีที่นี่ถือเป็นวัดฝ่ายวังที่ไม่มีพระภิกษุจำพรรษา ทำหน้าที่เหมือนวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และเคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต มาก่อน
        จุดแรกที่พามาชม และถือจุดที่สำคัญที่สุดของวัด คือ เจดีย์ทรงปรางค์ หรือที่นิยมเรียกว่า พระปรางค์วัดอรุณฯเดิมพระปรางค์มีความสูงแค่ 8 วา (16 เมตร) ก่อนสร้างครอบใหม่ทั้งองค์ในสมัยรัชกาลที่ 2 และไปเสร็จสมบูณ์ในสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อปี พ.ศ. 2394 ใช้เวลารวมกว่า 9 ปี ถือเป็นเจดีย์ประจำพระมหานคร ที่สูงที่สุดในประเทศ ด้วยความสูง 33 ว่า 1 ศอก 1 คืบ 1 นิ้ว (81.85 เมตร) องค์พระปรางก่ออิฐถือปูน ประดับด้วยชิ้นเปลือกหอย กระเบื้องเคลือบ จานชามเบญจรงค์สีต่าง ๆ ส่วนยอดปรางค์ประธานประดับพระมหามงกุฏเหนือยอดนภศูล

        จุดถัดมาพี่ป๊อก ไพศาล พาเรามาชม พระพุทธชัมภูนุทมหาบุรุษลักขณา อสีตยานุบพิตรหล่อด้วยทองแดงปิดทอง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 6 ศอก ศิลปะแบบรัตนโกสินทร์ สมัยรัชกาลที่ 3 ที่พระพักตร์มีอุนาโลมเป็นงานประดับมุข ภายในพระเศียรบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ 4 องค์ นับเป็นพระพุทธรูปองค์หนึ่งที่สวยงามมาก ๆ

        ถัดมาใกล้ ๆ กันจะพบมณฑปประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาการเดินทางไปสักการะรอยพระพุทธบาทที่วัดพระพุทธบาทฯ สระบุรี ถือเป็นประเพณีการแสวงบุญที่สำคัญ และทำสืบต่อกันมาจนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งทำได้ยาก เพราะสมัยก่อนไม่มีถนนหนทาง ต้องเดินเท้า ต่อเรือ รอนแรมในป่านานนับเดือน จึงมีการจำลองรอยพระพุทธบาท และพิธีการแสวงบุญขึ้น ทำกันที่มณฑปพระพุทธบาทจำลอง ที่นี่ล่ะ

        จุดสำคัญต่อมา คือ พระอุโบสถภายในประดิษฐาน พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลกเชื่อกันว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ทรงปั้นหุ่นพระพักตร์ด้วยฝีพระหัตถ์ของพระองค์เอง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 3 ศอกคืบ หรือ 1.75 เมตร ประดิษฐานเหนือแท่นไพทีบนฐานชุกชี เมื่อกราบสักการะองค์พระแล้วอย่าลืมชมจิตรกรรมฝาผนัง ฝีมือจิตรกรเอกสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ บอกเล่าเรื่องราวในพุทธประวัติอันวิจิตรตระการตา และรอบ ๆ ระเบียงคดนอกพระอุโบสถจะมีพระพุทธรูป และตุ๊กตาปูนปั้นจีนเรียงรายอยู่นับสิบองค์ ต้องแวะชมให้ได้

        ไฮไลท์สุดท้ายต้องจุดนี้เลย ประตูซุ้มยอดมงกุฎตั้งอยู่กึ่งกลางระเบียงคดของพระอุโบสถด้านทิศตะวันออก หันหน้าสู่พระน้ำเจ้าพระยา เป็นประตูจตุรมุข หลังคา 3 ชั้น ประดับด้วยกระเบื้องถ้วยสลับสี สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ด้านข้างทั้งสองด้านของประตูซุ้มจะมีพญายักษ์ หรือที่เรียกกันติดปากว่า ยักษ์วัดแจ้ง ยืนเฝ้าอยู่ 2 ตน เป็นยักษ์ไทย ตัวใหญ่ เขี้ยวแหลมโง้ง ทำหน้าที่เป็นนายทวารบาลคอยปกปักษ์รักษาสถานที่สำคัญทางศาสนา

        เป็นยังไงกันบ้างกับการเดินเที่ยววัดอรุณฯ ในครั้งนี้ เห็นไหมว่าที่นี่ไม่ได้มีแต่พระปรางค์ที่โดเด่น แต่ยังมีงานพุทธศิลป์ที่ล้ำค่า งานจิตรกรรมฝาผนังระดับชั้นครู และงานสถาปัตยกรรมไทยอื่น ๆ ที่ประณีต งดงาม จนนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกให้การยอมรับ และหากคุณสนใจมาตะลุยเที่ยวแบบนี้ แต่มีคำถามเกี่ยวกับการเดินทาง ที่พัก ร้านอาหารขึ้นชื่อ หรือที่เที่ยวใกล้เคียงอื่น ๆ สามารถสอบถามได้ที่ ททท.สำนักงานกรุงเทพฯ โทร. 0 2276 2720-1 หรือทางเฟซบุ๊กเพจ TAT Bangkok

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...