โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาวร้อง! ถูกแฟนใช้ด้ามปืนตบ ขู่ฆ่าที่บ้าน ด้านฝ่ายชายปัดไม่เคยมีปืน

Khaosod

อัพเดต 15 มิ.ย. 2563 เวลา 17.50 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2563 เวลา 17.50 น.

สาวร้อง! ถูกแฟนใช้ด้ามปืนตบ ขู่ฆ่าที่บ้าน ด้านฝ่ายชายปัดไม่เคยมีปืน

จากกรณี น.ส.เอ (นามสมมุติ) ชาว จ.ชัยภูมิ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีเนื้อหาว่าได้ถูกแฟนหนุ่มทำร้าย ใช้ปืนจ่อ เอาปืนทุบหัว ทำร้ายร่างกาย พร้อมระบายว่า ถูกเตะ ตบ โดนเอาด้ามปืนตบหัวจนแตก แถมยังเตะซ้ำ

นอกจากนี้แฟนหนุ่มยังเอาปืนจ่อหัวน้องสาวตนเอง พร้อมขู่ฆ่า ซึ่งตนเองที่ได้รับบาดเจ็บต้องไปแจ้งตำรวจเอง หลังผู้ใหญ่บ้านไม่มีใครออกมาดู และให้ความช่วยเหลือเลย

หญิงสาวคนดังกล่าว ระบุต่อว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับบอกว่า ไม่มีอำนาจไปจับกุมแฟนหนุ่มได้ ทั้งที่ระหว่างแจ้งความ แฟนหนุ่มยังโทรมาขู่ ตนเองก็เปิดลำโพงให้ตำรวจฟัง หรือต้องให้โดนยิงก่อน ถึงจะแจ้งข้อหาพยายามฆ่าได้

ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. แฟนหนุ่มได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ภักดีชุมพล โดยแฟนหนุ่ม กล่าวว่า มันมีความจริงแค่ครึ่งเดียว พร้อมยืนยันว่าตนไม่มีปืน

วันเกิดเหตุตนแค่โมโห ตนบอกแฟนว่าเขาใช้คำพูดที่ไม่ถูกต้องกับตน ตนเกิดรุ่นไหน เขารุ่นไหน เขาใช้คำพูดหยาบคายกระทบกับโคตรเหง้า ตนก็เลยทนไม่ไหว ขู่ไปว่า "เดี๋ยวกูจะฆ่ามึง"

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปบ้าน น.ส.เอ เจ้าของโพสต์ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงอีกครั้ง

น.ส.เอ ยืนยันว่า ตนยืนยันว่าแฟนใช้ด้ามปืนตีเข้าที่ศีรษะตน 2 ครั้งจริง ๆ วันเกิดเหตุแฟนได้เข้ามาที่บ้าน เอาปืนจ่อที่ตน ตนจึงเอามือปัดแล้วต่อยคืนไป ก่อนที่แฟนจะใช้ด้ามปืนฟาดใส่หัว จนตนล้มฟุบไป แล้วแฟนก็ตามมาใช้ด้ามปืนฟาดซ้ำอีกรอบจนตนหัวแตกนอนกองอยู่กับพื้น 

"เรื่องนี้ขอให้ตำรวจดำเนินคดีจนถึงที่สุด" น.ส. เอ กล่าว

ด้านญาติอีกคนของ น.ส.เอ เล่าวว่า ตอนที่ผู้ชายเข้ามาบ้าน ตนยังไม่เห็นอาวุธ แต่พอได้ยินเสียงโวยวายทะเลาะกัน ตนจึงเดินเข้าไปดูและจะไปช่วย น.ส.เอ แต่แฟน น.ส.เอ ได้เอาปืนมาจ่อหน้าตน พร้อมบอกว่า ห้ามใครเข้ามายุ่ง 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...