โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

"อัลไซเมอร์" กับ "โรคสมองเสื่อม" ต่างกันอย่างไร

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 28 ก.ย 2561 เวลา 13.54 น.

โรคอัลไซเมอร์ เป็นชื่อโรคหนึ่งที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ ส่วนโรคสมองเสื่อม ก็เป็นอีกโรคที่ได้ยินบ่อยเช่นกัน อาการของทั้งสองโรคก็คือ หลง ๆลืม ๆ เราจะพาไปทำความรู้จักว่า เจ้าสองโรคนี้มันคือโรคเดียวกันหรือไม่ และถ้าไม่ใช่ มันมีส่วนเหมือนกันหรือต่างกันอย่างไรบ้าง

ข้อมูลจากราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย เขียนโดย ศ.นพ.วีรศักดิ์ เมืองไพศาล และ รศ.พญ.ศิวาพร จันทร์กระจ่าง ให้ข้อมูลว่า โรคสมองเสื่อมเป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากความเสื่อมของความจำ การคิดอ่าน การวางแผน ตัดสินใจการใช้ภาษา ทักษะในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ทำให้ไม่สามารถทำกิจกรรมหรืออาชีพที่เคยทำได้ตามเดิม และอาจมีพฤติกรรมและอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการสมองเสื่อม ที่พบบ่อยเป็นอันดับ 1 พบถึงร้อยละ 60-70 ได้แก่ โรคอัลไซเมอร์ ซึ่งเกิดจากการที่เซลล์สมองเสื่อม ส่วนสาเหตุที่พบบ่อยอันดับ 2 คือ สมองเสื่อม

จากโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งพบในผู้ที่มีความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง

สูบบุหรี่ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งอาการสมองเสื่อมอาจจะเกิดจากทั้ง 2 สาเหตุผสมกัน

ส่วนสาเหตุอื่น ๆ ได้แก่ สมองเสื่อมจากโรคพาร์กินสัน และสมองเสื่อมจากเซลล์สมองเสื่อมชนิดต่าง ๆ นอกจากนั้น ประมาณร้อยละ 5-10 ของผู้ที่สมองเสื่อม เกิดจากภาวะสมองเสื่อมที่สามารถแก้ไขได้ ซึ่งที่พบได้บ่อยในประเทศไทย เช่น ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์, ขาดวิตามินบี 12, โพรงสมองคั่งน้ำ, ภาวะซึมเศร้า, ยาบางชนิดที่รบกวนการทำงานของระบบประสาท และดื่มเหล้าจัด เป็นต้น

ดังนั้น คำถามที่ว่า อัลไซเมอร์กับโรคสมองเสื่อม คือ โรคเดียวกันหรือไม่

คำตอบคือ โรคสมองเสื่อมเป็นอาการที่มีสาเหตุมาจากหลายโรค หนึ่งในนั้นคือ โรคอัลไซเมอร์ สรุปก็คือ อัลไซเมอร์เป็นเซตย่อยในกลุ่มโรคต่าง ๆ ที่ทำให้สมองเสื่อมนั่นเอง

ส่วนการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ มีข้อมูลจากการประชุม Alzheimer”sAssociation International Conference2017 (AAIC 2017) ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ที่บอกว่า ถ้าสามารถลดปัจจัยเสี่ยง 9 อย่าง ก็จะป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ถึง 1 ใน 3 ของปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว ซึ่งจัดแบ่งออกตามอายุดังนี้ คือ วัยเด็ก มีปัจจัยเสี่ยง คือ การศึกษาน้อย วัยกลางคน

ปัจจัยเสี่ยง คือ ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน โรคหูตึง ส่วนวัยผู้สูงอายุ ปัจจัยเสี่ยง คือ โรคซึมเศร้า โรคเบาหวาน ไม่ออกกำลังกาย สูบบุหรี่ และการไม่เข้าสังคม

ดังนั้น การป้องกันโรคอัลไซเมอร์สามารถทำได้ตั้งแต่วัยเด็ก โดย 1.มีการศึกษาที่เหมาะสมตามเกณฑ์ 2.รักษาโรคที่เป็นปัจจัยเสี่ยงเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดทั้งหลาย เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคอ้วน โดยการควบคุมน้ำหนัก 3.แก้ไขโรคหูตึง โรคซึมเศร้า ตั้งแต่วัยกลางคน 4.ปรับปรุงการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน เช่น ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ 5.การพูดคุยพบปะผู้อื่นบ่อย ๆ 6.พยายามมีสติในสิ่งต่าง ๆที่กำลังทำ และฝึกสมาธิตลอดเวลา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...