โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

6 เทคนิคลดน้ำหนักหลังคลอด ฉบับคุณแม่มือใหม่ที่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 27 ส.ค. 2562 เวลา 15.02 น. • Features

การเป็นคุณแม่มือใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อคุณต้องใช้เวลาทั้งหมดไปกับการดูแลลูก รู้ก็รู้ว่าต้องพยายามดูแลตัวเอง อยากสุขภาพดี แต่ก็อยากให้น้ำหนักตัวลดกลับไปเท่าตอนก่อนตั้งท้อง อย่าว่าแต่ออกกำลังกาย รู้ๆ กันอยู่ว่าแค่เวลานอนยังไม่ค่อยมี แล้วคุณแม่จะทำยังไงดี…

 ลองมาดู 6 เทคนิคดีๆ ที่จะช่วยให้คุณแม่มือใหม่ เลี้ยงลูกไปด้วยควบคุมน้ำหนักตัวเองไปด้วยได้ แล้วเราจะได้คุณแม่มือใหม่ที่สวยใสหุ่นปังคนเดิมกลับมา

1. ให้ลูกกินนมแม่

ประสบการณ์ตรงจากคุณแม่ที่ให้นมลูกหลายคนยืนยันว่า การให้ลูกกินนมแม่นี่แหละช่วยเผาผลาญพลังงานคุณแม่ได้ดีนัก เพราะกระบวนการดึงไขมันในร่างกายไปสร้างเป็นน้ำนมต้องใช้พลังงาน 500-800 กิโลแคลอรีต่อวัน ดังนั้นการให้ลูกกินนมแม่ต่อเนื่องอย่างน้อย 4-5 เดือน ก็จะช่วยไขมันส่วนเกินบริเวณสะโพก ต้นแขน ต้นขาและช่วยลดน้ำหนักตัวคุณแม่คืนสู่สภาพปกติ

2. เน้นรับประทานอาหารดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย

หากคุณแม่ยังวุ่นวายอยู่กับการเลี้ยงลูกจนไม่มีเวลาไปออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่ดีเป็นส่วนนึงที่ช่วยทำให้น้ำหนักลดลงได้ คุณแม่ควรเน้นรับประทานโปรตีนดี แคลเซียม วิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น เช่น นมรสจืดไขมันต่ำ นมถั่วเหลืองรสจืด โยเกิร์ตรสธรรมชาติ ปลานึ่ง หรือเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน

คุณแม่ไม่ควรอดอาหาร และไม่จำเป็นต้องงดแป้งงดข้าว แต่ใช้วิธีเปลี่ยนมากินแป้งที่เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น แป้งโฮลวีต ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ เพราะอาหารเหล่านี้ต้องใช้เวลาย่อยนาน ทำให้คุณแม่รู้สึกไม่หิวบ่อยและยังอิ่มนาน

เลือกกินผักผลไม้ที่รสชาติไม่หวานจัดให้ได้อย่างน้อยวันละ 5 กำมือ เพื่อให้ร่างกายได้รับเส้นใยอาหารที่เพียงพอ

3. งดรับประทานอาหารที่ให้พลังงาน แต่ไม่ค่อยมีประโยชน์ต่อร่างกาย

สิ่งที่คุณแม่ควรงดคืออาหารกลุ่ม Empty calories คือให้ความหวาน ให้พลังงาน แต่ไม่มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น น้ำหวาน ชานมไข่มุก น้ำอัดลม ขนมหวาน ขนมขบเคี้ยว

4. ดื่มน้ำเปล่ามากๆ

ให้คุณแม่ควรมีน้ำดื่มติดตัวตลอดเวลา การดื่มน้ำจะช่วยเร่งการเผาผลาญของร่างกาย และการดื่มน้ำตามมาตรฐาน 8-12 แก้วอาจจะไม่เพียงพอสำหรับร่างกายคุณแม่บางคน วิธีสังเกตง่ายๆ คือหากปัสสาวะยังเป็นสีเหลืองเข้ม หมายความว่าคุณแม่ยังกินน้ำในปริมาณที่ไม่เพียงพอ

5. มีโอกาสนอนให้รีบนอน

การพักผ่อนไม่เพียงพอ มีส่วนทำให้คุณแม่รู้สึกหิวและอยากกินขนมโดยเฉพาะช่วงกลางคืน ร่างกายที่ขาดการพักผ่อนก็จะเผาผลาญได้ไม่ดี ทั้งหมดไม่ดีต่อการพยายามลดน้ำหนักของคุณแม่เอาซะเลย ดังนั้นคุณแม่ควรพยายามหาโอกาสนอนหลับพักผ่อนเท่าที่จะทำได้

6. ไม่เครียด

คุณแม่มือใหม่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความวิตกกังวลและความเครียดสะสม ซึ่งอาการมักจะดีขึ้นเมื่อได้กินของหวานหรือขนมอร่อยๆ แต่สุดท้ายน้ำหนักก็เป็นเรื่องสำคัญและเซนซิทีฟกับผู้หญิงอยู่ดี คุณแม่หลายคนจึงต้องต่อสู้กับความเครียด อยากกินของหวาน และอยากลดน้ำหนักไปพร้อมๆ กัน

แต่ทางออกที่ดีที่สุดก็คือ คุณแม่ไม่ควรกดดันหรือพยายามที่จะลดน้ำหนักมากเกินไป เพราะจะทำให้เครียดมากขึ้น และความเครียดก็จะทำให้ร่างกายไม่ผลิตน้ำนม แล้วความหวังที่จะได้เผาผลาญพลังงานจากการให้ลูกกินนมแม่ ก็จะยิ่งลดลงไปอีก

FYI: ช่วงตั้งครรภ์คุณแม่จะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 11.5-16 กิโลกรัม และลดลงประมาณ 5 กิโลกรัมหลังคลอด หลังจากนั้นถ้าได้รับการดูแลร่างกายและเลือกรับประทานให้ดี น้ำหนักก็จะลดลงอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะเข้าสู่ภาวะน้ำหนักตัวก่อนตั้งครรภ์ ภายในเวลา 6-12 เดือน

อ้างอิง

PleasehealthBooks

Womenshealthmag

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

Voicetv

Medthai

Pobpad

Thairath

Lovefitt

Maerakluke

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...