โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“กอง K-GHEALTH” ชวนลุยหุ้นสุขภาพทั่วโลก...ตอบโจทย์การลงทุนระยะยาว!!!

Wealthy Thai

อัพเดต 09 ส.ค. 2566 เวลา 16.53 น. • เผยแพร่ 16 เม.ย. 2564 เวลา 10.56 น. • กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

ธีมการลงทุนเมกะเทรนด์(Mega Trend)” เป็นหนึ่งในธีมการลงทุนที่ได้รับความสนใจและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกเนื่องจากเป็นธีมที่จะมีการเติบโตได้ในระยะยาวและอนาคตซึ่งจะช่วยสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ลงทุนได้อย่างดี
ซึ่งในกลุ่มดังกล่าวก็จะมีธีมย่อยให้คัดเลือกอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเทคโนโลยี(Technology), ธุรกิจสุขภาพ(Healthcare), ธุรกิจหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์(AI), ธุรกิจคลาวด์(Cloud), ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ(E-Commerce), ธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงิน(FinTech) และธุรกิจเกมและอีสปอร์ต(E-Sports)
ซึ่งหลังจากเกิดสถานการณ์การแพร่รบาดจากไวรัสCOVID-19 ก็ทำให้กลุ่มธุรกิจดังกล่าวมีความโดดเด่นขึ้นมาอย่างนัยสำคัญโดยกลุ่มที่จะอดพูดถึงไม่ได้อย่างธุรกิจสุขภาพ(Healthcare)” ที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสำคัญด้านสุขภาพมากขึ้นและหมายถึงโอกาสการลงทุนในด้านตลาดทุนด้วยเช่นกัน
ในวันนี้ทาง‘Wealthy Thai’ จึงขอถือโอกาสนำเสนอข้อมูลกองทุนเปิดเคโกลบอลเฮลท์แคร์หุ้นทุน(K-GHEALTH)” จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทยจำกัดที่ได้รับการจัดอันดับจากมอร์นิ่งสตาร์5 ดาว มาแชร์ให้แก่ผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้

กองK-GHEALTH” โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่จัดตั้ง6 ปีกว่าเฉลี่ย6.91% ต่อปี

ธีมหุ้นสุขภาพ(Healthcare)” นั้นเป็นธีมที่จัดอยู่ในMega Trend ที่เกิดมาคู่กันกับธีมสังคมผู้สูงอายุ(Aging Society)” ที่ล้อกันไปอย่างเหนียวแน่นพร้อมการมาของชีวิตที่ยืนยาวขึ้นก็คือบริการทางการแพทย์ที่โตขึ้นตามเป็นเงาตามตัวในทุกๆด้าน
ปัจจุบันธีมหุ้นสุขภาพ ยังแบ่งเป็น2 กลุ่มหลักได้แก่สุขภาพแบบดั้งเดิม และสุขภาพแบบเทคฯ ซึ่งปัจจุบันยังมีแยกย่อยไปสู่ธีม‘Genomic’ แตกไลน์มาอีกสยหนึ่งด้วยแต่โดยภาพรวมแล้วจัดว่าอยู่ใน“Mega Trend” ทั้งหมด

สำหรับกองทุนเปิดเคโกลบอลเฮลท์แคร์หุ้นทุน(K-GHEALTH)” เป็นประเภทFeeder Fund ที่ได้จัดตั้งขึ้นตั้งแต่วันที่26 พฤศจิกายน2557 ซึ่งในปัจจุบัน(ณวันที่1 เมษายน2564) มีมูลค่าสินทรัพย์อยู่ที่4,001,669,474 บาทมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่12.35 บาทต่อหน่วย“ความน่าสนใจของกองอีกหนึ่งอย่างนั้นคือนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่จะจ่ายปันผลไม่เกินปีละ4 ครั้ง รอบการพิจารณาปันผลทุกสิ้นเดือนมกราคมเมษายนกรกฎาคมและตุลาคมของทุกปีซึ่งตั้งแต่จัดกองทุนมานั้นเคยจ่ายปันผลทั้งหมด9 ครั้งรวม2.1 บาท
สำหรับนโยบายการลงทุนหลักๆของกองนั้นอย่างที่รู้กันว่าเป็นFeeder Fund จึงมีการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน‘JPMorgan Funds – Global Healthcare Fund, Class A (acc) – USD’ เป็นกองทุนหลักซึ่งกองทุนจะมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า75%ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศในส่วนนโยบายการลงทุนของกองทุนหลักนั้นจะมีลงทุนในหุ้นบริษัทที่ประกอบธุรกิจดูแลสุขภาพทั่วโลกไม่น้อยกว่า67% ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน
ซึ่งสัดส่วนการลงรายกลุ่มอุตสาหกรรม(Sector) สูงสุด5 อันดับแรกของกองทุนหลักในปัจจุบัน(ณวันที่28 กุมภาพันธ์2564) ประกอบไปด้วย
-BIOTECHNOLOGY 27.80%
-PHARMACEUTICAL 27.00%
-MEDTECH 21.30%
-HEALTHCARE SERVICES 19.10%
-OTHERS 4.80%

“ในแง่ผลการดำเนินงานย้อนหลังของ‘กองK-GHEALTH’ ตั้งแต่จัดตั้งนั้นเฉลี่ยอยู่ที่6.91% ต่อปีซึ่งต่ำกว่าดัชนีชี้วัดที่เฉลี่ยอยู่ที่8.21% ต่อปีในขณะที่ความผันผวนของความผลการดำเนินงานนั้นสูงกว่าดัชนีชี้วัดอยู่ไม่มากนักที่17.29% ต่อปีส่วนดัชนีชี้วัดเฉลี่ยอยู่ที่15.45% ต่อปีอย่างไรก็ดีในช่วง5ปีกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่-27.87%
สำหรับนักลงทุนที่สนใจเงื่อนไขหรือมูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไปจะอยู่ที่500 บาทส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนจะอยู่ที่500 บาทเช่นกันขณะที่ยอดคงเหลือขั้นต่ำจะอยู่ที่50 บาทสำหรับระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนคือ4 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน(T+4)
ช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่านK-My Funds, K-CyberK PLUS, ธนาคารกสิกรไทยและผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนอื่น(ตรวจสอบรายชื่อได้จากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ)
กองK-GHEALTH ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีหากผู้ลงทุนหรือผู้ที่สนใจกำลังมองหาโอกาสการลงทุนในธีมเมกะเทรนด์ซึ่งกลุ่มธุรกิจสุขภาพ(Healthcare)’ ก็ถือเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ตอบโจทย์การลงทุนระยะยาวได้เป็นอย่างดีอีกหนึ่งความน่าสนใจของกองนั้นคงเป็นการจ่ายปันผล ที่จะช่วยให้ผู้ลงทุนมีรายรับได้ระหว่างถือหน่วยลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...