โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จุดเริ่มต้น "อิสลาม" ใน "อินโดนีเซีย" ก่อนเป็นชาติที่มีชาวมุสลิมมากที่สุดในโลก

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 17 ส.ค. 2567 เวลา 04.17 น. • เผยแพร่ 16 ส.ค. 2567 เวลา 17.02 น.
แผนที่การค้า บริเวณอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในศตวรรษที่ 17, วาดโดย Nicolaes Visscher II (ภาพจาก Wikimedia Commons)

อินโดนีเซีย ในปัจจุบันมีผู้นับถือศาสนาอิสลามกว่า 87-90% ของจำนวนประชากรทั้งหมด นับเป็นประชากรประมาณ 230 ล้านคน จุดเริ่มต้นของอิสลามในอินโดนีเซียมีที่มาอย่างไร? ก่อนพวกเขาเป็นชาติมุสลิมที่มีประชากรมากที่สุดในโลก

อินโดนีเซียและศาสนาอิสลาม

ศาสนาอิสลามถือกำเนิดขึ้นในดินแดนอาหรับช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7 และช่วงปลายศตวรรษเดียวกันนี้ ชาวมุสลิมเข้ามายังดินแดนหมู่เกาะอินโดนีเซียจากการขยายตัวทางการค้าในดินแดนแถบนี้ พ่อค้าอาหรับและเปอร์เซียบุกเบิกเส้นทางการค้าไปตามท่าต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีน มีหลักฐานว่า ค.ศ. 684 มีชุมชนมุสลิมตั้งถิ่นฐานบริเวณริมฝั่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะสุมาตรา บริเวณท่าเรือเบรุสที่เป็นแหล่งผลิตการบูร

1 ศตวรรษต่อมา เกิดชุมชนอาหรับมุสลิมขนาดใหญ่กระจายอยู่ตามเมืองท่า ทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีนหลายแห่งด้วยกัน แต่เดิมชาวมุสลิมเหล่านี้ไม่ได้กระตือรือร้นในการเผยแผ่ศาสนา เพราะเป้าหมายสำคัญในการตั้งถิ่นฐานคือผลประโยชน์ในการทำการค้าเท่านั้น

ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14-15 หมู่เกาะอินโดนีเซียมีอาณาจักรสำคัญอยู่ 2 แห่ง ได้แก่ มัชฌปาหิต (Majapahit) อาณาจักรฮินดู-พุทธที่ยิ่งใหญ่ของหมู่เหมาะอินโดนีเซีย มีศูนย์กลางอยู่ที่เกาะชวา และ มะละกา (Malacca) อาณาจักรการค้าที่อยู่บริเวณคาบสมุทรมลายู เจ้าชายปรเมศวร (Parameswara) แห่งอาณาจักรปาเลมบังเสด็จลี้ภัยคุกคามจากอาณาจักรมัชฌปาหิต และเป็นผู้ก่อตั้งมะละกาขึ้นในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 14

เมื่อเจ้าชายปรเมศวรหันไปรับอิสลาม และเป็นที่รู้จักในนาม Iskandar Shah มะละกาจึงกลายเป็นรัฐสุลต่าน และประชากรมุสลิมก็เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ

การแผ่ขยายของศาสนาอิสลามไปทั่วหมู่เกาะอินโดนีเซียมีจุดเริ่มต้นที่มะละกานี่เอง

มะละกาเติบโตโดยพัฒนาเป็นเมืองท่านานาชาติที่ดึงดูดพ่อค้านักเดินเรือ พวกเขาอำนวยความสะดวกทางการค้าด้วยการตั้งคลังสินค้าขึ้นมามากมาย แม้ไม่มีสินค้าของตนเอง แต่มะละกาเป็นจุดเชื่อมสำคัญระหว่างการค้าจากจีน แอฟริกา และภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียน ทั้งยังสร้างเครือข่ายการค้ากับบรรดาหมู่เกาะอินโดนีเซียด้วย

กลางคริสต์ศตวรรษที่ 15 มะละกาสามารถพิชิตดินแดนทั้งสองฝั่งปลายคาบสมุทรที่เป็นแหล่งผลิตอาหาร ดีบุก ทองคำ และพริกไทย ทำให้อาณาจักรมุสลิมแห่งนี้มั่งคั่งและเข้มแข็งยิ่งขึ้นไปอีก

การเติบโตของมะละกาสวนทางกับมัชฌปาหิตอย่างยิ่ง อาณาจักรฮินดู-พุทธ แห่งนี้ ค่อย ๆ เสื่อมอำนาจลง เพราะก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 16 นอกจากรัฐต่าง ๆ ในคาบสมุทรมลายูจะกลายเป็นอาณาจักรของชาวมุสลิมแล้ว อิทธิพลทางการเมืองและทางการค้าของอาณาจักรมะละกาที่มีต่อเมืองท่าต่าง ๆ ในเกาะชวายังทวีความสำคัญมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนแทนที่มัชฌปาหิตในการเป็นศูนย์กลางการค้าทางทะเลของภูมิภาคนี้ไปในที่สุด

เครือข่ายการค้าทางทะเลที่เติบโตในเอเชียตลอดคริสต์ศตวรรษที่ 15 ที่นำความมั่งคั่งมาสู่มะละกาและเมืองท่าค้าขายบนฝั่งทะเลภาคเหนือของชวา ยิ่งส่งเสริมการขยายตัวของศาสนาอิสลามให้กระจายไปทั่วหมู่เกาะอินโดนีเซีย กระทั่งแทนที่ศาสนาฮินดูและศาสนาพุทธอย่างถาวร ยกเว้นเพียงบริเวณหมู่เกาะบาหลีที่ยึดมั่นในศาสนาฮินดูอยู่จนถึงปัจจุบัน

สิ่งหนึ่งที่อธิบายว่าเหตุใดศาสนาอิสลามที่พ่อค้าอาหรับและเปอร์เซียนำเข้ามายังหมู่เกาะอินโดนีเซียตั้งแต่คริศต์ศตวรรษที่ 7 แต่กว่าจะแผ่ขยายอย่างจริงจังก็ล่วงเข้าคริสต์ศตวรรษที่ 15 คือการเกิดรัฐอิสลามทางตะวันตกของอินเดียช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 บริเวณคุชราต (Gujarat) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าทางเรือที่สำคัญและทำการค้ากับดินแดนต่าง ๆ รวมถึงหมู่เกาะอินโดนีเซียมาก่อนหน้านั้นเป็นเวลานาน

พ่อค้าคุชราตจำนวนมากเข้ามาตั้งถิ่นฐานตามเมืองท่าของหมู่เกาะอินโดนีเซีย โดยเฉพาะบริเวณเกาะสุมาตรา พ่อค้าเหล่านี้มีการสมรสกับชนพื้นเมือง และเข้าไปเกี่ยวดองกับชนชั้นปกครองด้วย ศาสนาอิสลามจากเกาะสุมาตราจึงเดินทางไปในคาบสมุทรมลายูก่อนการกำเนิดอาณาจักรมะละกาด้วยซ้ำ ก่อนที่อาณาจักรการค้าแห่งนี้จะเป็นตัวเร่งการแพร่กระจายศาสนาอิสลามไปทั่วหมู่เกาะอินโดนีเซียในเวลาต่อมา

ส่วนหนึ่งที่ทำให้ศาสนาอิสลามได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจากเหล่าพ่อค้าในดินแดนหมู่เกาะอินโดนีเซีย เพราะหลักการของศาสนาอิสลามมีส่วนหนึ่งที่ว่าด้วยสมาชิกชุมชนมุสลิมทั่วโลกเป็นพี่น้องกัน ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนี้เองที่ส่งเสริมอาชีพของพวกเขาซึ่งต้องอพยพจากชุมชนหนึ่งไปยังอีกชุมชนหนึ่งเพื่อค้าขาย

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ทวีศักดิ์ เผือกผสม. (2547). อินโดนีเซีย รายา รัฐจารีต สู่ “ชาติ” ในจินตนาการ. กรุงเทพฯ: เมืองโบราณ.

ภูวดล ทองประเสริฐ. (2539). อินโดนีเซีย : อดีตและปัจจุบัน. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

เอลซา ไชนุดิน. (2552). ประวัติศาสตร์อินโดนีเซีย. แปลโดย เพ็ชรี สุมิตร. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: ศูนย์หนังสือจุฬาฯ.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 18 สิงหาคม 2565

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จุดเริ่มต้น “อิสลาม” ใน “อินโดนีเซีย” ก่อนเป็นชาติที่มีชาวมุสลิมมากที่สุดในโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...