โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อย่าใช้ดุลพินิจคลาดเคลื่อน! ‘ก้าวไกล’ ดักคอระวังเสียหายตัดสินปม ‘นายกฯ8ปี’

แนวหน้า

เผยแพร่ 20 ส.ค. 2565 เวลา 17.00 น.

'ธีรัจชัย ส.ส.ก้าวไกล' เชื่อ ‘ศาลรธน.’ รู้สถานการณ์บ้านเมือง เร่งวินิจฉัยปม วาระนายกฯ 8 ปี ‘บิ๊กตู่’ ยึดหลักกม.มหาชน ดักคอจะเป็นสิ่งเสียหายต่อผู้ที่ใช้ดุลพินิจที่คลาดเคลื่อนแน่นอน ลามลูกหลานต้องแบกรับปัญหา แย้มร่างงบฯปี 66 เสร็จทัน 23 ส.ค.นี้

เมื่อวันที่ 21 ส.ค.2565 นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ทางสภาผู้แทนราษฎร ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ วาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า ต้องดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีความเห็นอย่างไร คงจะไปเร่งรัดศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ แต่เชื่อว่าศาลฯ คงทราบดีว่าสถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไร กระบวนการที่จะครบวาระคือวันที่ 23 ส.ค. มันจะมีสิ่งที่มีปัญหาทางกฎหมาย เชื่อว่าคนที่ทำหน้าที่วินิจฉัย ต้องทราบดีว่าในสถานการณ์บ้านเมืองเช่นนี้ ควรจะเร่งรัดหรือไม่เร่งรัดอย่างไร ตนไม่อาจจะไปก้าวร่วงได้ เป็นสิ่งที่ควรทราบมากกว่า และหากทราบว่า เป็นสิ่งที่มีความสำคัญของประเทศ เชื่อว่าศาลฯ คงดำเนินการโดยเร็ว คงจะไม่ปล่อยให้นานเกินไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากล่าช้าเกินไป จะส่งผลเสียหายต่อประเทศหรือไม่ นายธีรัจชัย กล่าวว่า ตอนนี้อำนาจวินิจฉัยอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ จุดสำคัญในเรื่องของความเสียหายหรือไม่เสียหาย ต้องดูเรื่องความล่าช้า ถูกประเด็น ถูกที่ และทันเวลา ประเด็นตอนนี้อยู่ที่เรื่องของนายกรัฐมนตรี จะดำรงตำแหน่งครบ 8 ปี ได้หรือไม่ แต่เห็นว่าจะครบอยู่แล้ว ส่วนในเรื่องของการวินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี ครบ 8 ปี ควรจะเริ่มที่ไหน เริ่มตั้งแต่ปี 60 หรือ ปี 62 หรือตั้งแต่ ปี 57 ณ ขณะนี้ในส่วนของนักวิชาการ ประชาชนจำนวนมากเห็นว่า ควรจะนับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ปี 57 ไม่ใช่ปี 60 หรือ 62 ส่วนตนก็เคยแสดงความเห็นไปแล้วว่า ในเรื่องของการควบคุมอำนาจเป็นสิ่งสำคัญในกฎหมายมหาชน ไม่สามารถให้สิทธิ แก่ผู้ทรงอำนาจ โดยอ้างหลักกฎหมายอาญา ในเรื่องของการไม่มีผลย้อนหลังในทางเป็นโทษ เพราะว่าในทางกฎหมายอาญาเป็นเรื่องของการกระทำ กฎหมายมหาชนไม่ใช่การกระทำ กรณีเช่นนี้ การควบรวมอำนาจ เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์สาธารณะ ที่จะจำกัดไม่ให้ผู้ปกครองมีอำนาจมากเกินไป เป็นความชอบธรรมที่ควรตีความว่า ดำรงตำแหน่งต่อเนื่อง อีกทั้งในส่วนของกฎหมายรับธรรมนูญมาตรา 64 ระบุว่า คณะรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งก่อนการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 60 ให้ถือเป็นรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ 60 เป็นการเชื่อมโยงอยู่แล้ว ฉะนั้นไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะให้ พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อ

เมื่อถามว่าหากศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า พล.อ.ประยุทธ์ สามารถดำรงตำแหน่งได้ต่ออาจเป็นบรรทัดฐานการตีความกฎหมายในอนาคต ได้หรือไม่ นายธีรัจชัย กล่าวว่า ตามกฎหมายถือว่าผูกพันทุกองค์กร เป็นบรรทัดฐานที่อาจจะถูกกลับในอนาคตได้ เพราะว่าบรรทัดฐานที่ตั้งมาสอดคล้องกับกฎหมายของแต่ละลักษณะที่ใช้ แต่หากไม่สอดคล้องข้อเท็จจริง ไม่สอดคล้องข้อกฎหมายตามหลักยุติธรรมและทฤษฎีที่ควรจะเป็น อาจจะถูกกลับในอนาคตได้ ถึงแม้ว่าจะมีอำนาจในขณะนี้ แต่ในอนาคตไม่ใช่จะยืนหยัดได้ต่อไป ในอนาคตสิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่ฟ้องได้เลยว่า สิ่งที่กระทำขณะนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ชอบธรรมหรือไม่ จะเป็นสิ่งที่ผูกพัน เสียหาย ต่อผู้ที่ใช้ดุลพินิจที่คลาดเคลื่อนอย่างแน่นอน ลูกหลานก็ต้องแบกรับปัญหาตรงนี้ไปแทน

เมื่อถามว่าการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 วงเงิน 3.185 ล้านล้านบาท จะพิจารณาเสร็จสิ้นในวันที่ 23 สิงหาคมหรือไม่ นายธีรัจชัย กล่าวว่า แนวโน้มเหลือไม่กี่มาตรา เหลืออีกประมาณ 10-11 มาตรา ไม่มีอะไรติดขัด ก็น่าจะจบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...