ถูกพาไปอีกโลกแต่ก็ยังเปิดร้านอาบน้ำสัตว์(แปลก)
ข้อมูลเบื้องต้น
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีแฟนคลับของไรต์มาแนะนำให้แต่ง ไรต์ก็คิดว่าน่าสนใจดีมากๆเลยหยิบมาแต่งครับ
แน่นอนว่าคงความเป็นผมเอาไว้คือการใส่แฟนตาซี แมรี่ซู และความเรียบง่ายไม่เครียดเข้าไป
เนื้อเรื่องจะเล่าถึงการที่คนๆหนึ่งได้เข้าไปอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยสัตว์แปลกมากมาย อาชีพเดิมของชายที่ได้ย้ายไปต่างโลกคือเปิดธุรกิจร้านอาบน้ำสัตว์เลี้ยง แต่มาวันนี้เขาจะริเริ่มเปิดร้านอาบน้ำสัตว์แปลกบ้างแล้ว การจะทำก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะเริ่มจาก0เลยต้องใช้เวลาและความพยายาม ฝากลุ้นไปกับน้องด้วยนะครับ
เหมือนเดิมนะครับเดี๋ยวจะมีE-Bookเหมือนเดิม ใครอยากสนับสนุนผมก็สามารถรอซื้อได้เลย ส่วนใครอยากอ่านฟรีหรือซื้อตอนล่วงหน้าก็สามารถทำได้เหมือนเดิมเลยครับ หลังจากลงจบและเปิดอ่านฟรีครบทุกตอนผมจะทำการปิดตอนติดเหรียญถาวรครับ
ตระกูล
คนเราเมื่อตายแล้วไปไหน เชื่อว่าหลายคนเองก็เคยถามคำถามนี้กับตัวเองในตอนที่อายุยังน้อย มันเป็นคำถามที่ถามเล่นๆ ไม่ได้หวังคำตอบใดๆ แต่ตอนนี้มีคนคนหนึ่งที่ได้คำตอบนั้นแล้ว
“ไปเกิดใหม่สิคะลูกสาว แหม แหม แหม ตายได้เวลาเหมาะพอดีเลย ตายตอนอายุ33 ของวันที่3เดือน3พอดีเลย เดี๊ยนกำลังหาคนเหมาะๆ ไปเกิดอยู่พอดี”ร่างของชายก็ได้หญิงก็ไม่เชิงเดินเข้ามาใกล้กับร่างของชายหนุ่มที่ตอนนี้กำลังทำท่าสับสนกับสิ่งแวดล้อมโดยรอบของตนเอง
“ผมตายแล้ว และต้องไปเกิดใหม่เหรอครับ” ทศทิศ ชายหนุ่มที่ก่อนตายอายุ33ปี ประกอบอาชีพช่างตัดแต่งขนและอาบน้ำรวมถึงครอบคลุมการทำสปาและบำรุงขนของสัตว์จำพวกหมาและแมวได้แต่นิ่งอึ้ง ที่หลังจากตายไปแล้วได้มาเจอกับคนประหลาดแบบคนตรงหน้า
“ใช่ จริงๆ มนุษย์ที่ตายก็มีทางเลือกแหละ แต่ทางเลือกของเดี๊ยนดีที่สุด เพราะการันตีได้ว่าไปเกิดปุ๊ปอยู่สบายหายห่วงแน่นอน”ผู้ได้ชื่อว่าเป็นเทพมารที่รักในอิสระหยิบยกสิ่งที่เหล่าผู้ได้ผ่านมือเธอไปเกิดได้กล่าวออกมาคล้ายๆ กันขึ้นมาหว่านล้อมชายตรงหน้า
“ผมไปเกิดในโลกที่สงบสุขสินะครับ”ทศทิศคิดว่าถ้าได้เกิดใหม่ในโลกที่สงบสุขก็ถือเป็นเรื่องดี เพราะเคยดูหนังหลายเรื่องแนวไปเกิดใหม่ก็มีแนวที่ไปเกิดในโลกที่ใกล้ล่มสลายหรือโลกกำลังอยู่ในสภาวะตกต่ำเยอะแยะ
“สงบไหมไม่แน่ใจเท่าไหร่ แต่เป็นโลกที่ดีนะ มีพวกสัตว์ที่เธอชอบเยอะเลย เดี๋ยวแถมให้เกิดในตระกูลที่ข้องเกี่ยวข้องกับสัตว์เยอะๆ แล้วก็ความสามารถต่างๆ อีกเล็กน้อย ลูกสาวอยากได้พลังอะไรไหม อะไรก็ได้เดี๊ยนประทานให้ได้หมดเลย”เทพมารยกยิ้ม ความสามารถอันเป็นเอกลักษณ์ของตนเองนั้นแม้แต่พระเจ้ายังต้องอิจฉาเธอที่ได้ครอบครองพลังประทานพรทุกสิ่งที่ได้มาจากผู้สร้างสูงสุด
“พลังจะเป็นอะไรก็ได้เหรอครับ”ทศทิศเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าสนใจ เพราะมีหนึ่งสิ่งที่เขาอยากจะได้มาตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่
“ได้สิ เดี๊ยนให้ได้ทุกอย่าง”เทพมารกล่าวพร้อมกับเดินเข้าไปด้านหน้าโดยที่พอเดินไปสักระยะก็ไปโผล่ด้านหลังของทศทิศได้อย่างน่าอัศจรรย์
“ผมอยากได้พลังที่ฟังสัตว์รู้เรื่องครับ”ทศทิศอยากเข้าใจสิ่งที่เหล่าสัตว์พูด เขาอยากรู้ว่าพวกสัตว์จะพูดอะไรกันตอนที่เขาดูแลหรืออาบน้ำให้พวกมัน
“ง่ายมากเลยนะเนี่ย เอาล่ะเวลามีไม่มาก เดี๊ยนจะเล่าคร่าวๆ ให้เจ้าฟังในระหว่างที่ลูกสาวกำลังจะได้เกิดใหม่”เทพมารพยักหน้ารับกับคำขอของอีกฝ่ายก่อนจะหัวเราะเบาๆ
ทศทิศนั่งฟังเทพมารเอ่ยถึงโลกที่เขากำลังจะไปเยือน โลกที่ไปนั้นเป็นโลกที่ผสมผสานระหว่างความโบราณและล้ำสมัยเอาไว้ได้อย่างลงตัว ผู้คนในโลกที่กำลังจะไปเกิดเป็นโลกที่พึ่งพาสิ่งที่เรียกว่าสัตว์แปลก โดยที่สัตว์แปลกก็คือสัตว์ที่ได้รับพลังจากธรรมชาติตามธาตุทั้ง8 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ทอง ไม้ ความมืด และแสงสว่าง
เหล่าสัตว์แปลกที่เกิดมาบางตัวจะมีจิตวิญญาณผูกพันกับมนุษย์ ทำให้ในตอนที่มนุษย์อายุครบ5ขวบปีบริบูรณ์เมื่อเข้าร่วมพิธีอัญเชิญสัตว์แปลก ตัวของสัตว์แปลกจะมาเป็นคู่พันธสัญญาโดยสมัครใจและคุ้มครองมนุษย์ผู้นั้นจนกว่าจะสิ้นอายุขัย
ในโลกนั้นเองก็พูดได้ว่าสงบไม่เต็มปาก เพราะมนุษย์ที่เกิดมาทุกคนจะมีกลิ่นอายเรียกสัตว์แปลก หรือก็คือเป็นกลิ่นที่สัตว์แปลกกระหายอยากจะทาน หากไม่ใช่คู่พันธะหรือทำพันธะกับมนุษย์แล้วเหล่าสัตว์แปลกก็ล้วนแล้วแต่มีความกระหายในการกินมนุษย์ทั้งสิ้น หรือต่อให้สัตว์แปลกพวกนั้นเป็นสายกินพืชมนุษย์ก็ใช่จะปลอดภัย เพราะถึงไม่กินเนื้อแต่ก็ดื่มเลือดมนุษย์อยู่ดี
พวกมนุษย์เลยต้องปกป้องกันเอง พวกเขาต้องคอยรับมือกับเหล่าสัตว์แปลกที่กระหายในตัวมนุษย์ และมักจะจู่โจมเมืองบ่อยครั้ง ไหนจะต้องคอยหาของมาดำรงชีพอีก มนุษย์เลยสร้างอาชีพที่ใช้ปกป้องเหล่ามนุษย์ด้วยกันอย่างนักผจญภัยขึ้นมาด้วย เพื่อให้นักผจญภัยออกไปล่าและจัดการเหล่าสัตว์แปลกที่จะสร้างความเดือดร้อนให้กับมนุษย์ด้วยกันในประเทศนั้นๆ
ตอนนี้ทศทิศที่ได้มาเกิดใหม่เองพอได้มาเกิดใหม่เขาก็รู้ความยิ่งใหญ่ของตระกูลตนเอง ตระกูลใหญ่ในเมืองนิรมิตจันทร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองของประเทศแฟรูส ประเทศใหญ่ที่มีระบอบการปกครองอันเป็นเอกเทศของผู้นำเมืองข้างเคียงทั้ง10เมือง โดยตัวแทนแต่ละเมืองร่วมลงนามกันรวมตัวเป็นประเทศนี้ขึ้นมา
ในเมืองนิรมิตจันทร์เมืองนี้เป็นเมืองที่มีตระกูลขึ้นชื่ออยู่4ตระกูล ตระกูลแรกคือตระกูลโอบอรชร ตระกูลที่เป็นดั่งหัวหอกของเมืองที่มีคนในตระกูลเก่งการต่อสู้ ตระกูลที่สองคือตระกูลหมายลิขิต ตระกูลที่เก่งด้านการสืบค้นข้อมูลทุกเรื่องราวทั้งในและนอกประเทศตระกูลนี้มักเป็นตระกูลแรกที่รับรู้เรื่องราวต่างๆ ตระกูลม่านหมอยา ตระกูลเก่งเรื่องสมุนไพรและยา เป็นตระกูลที่ใช้การรักษาแบบดั้งเดิมที่ใช้หลักการธาตุในร่างกายมนุษย์มารักษา ผ่านการทา ดื่ม ประคบ และนวด ส่วนตระกูลสุดท้ายคือตระกูลที่ทศทิศมาเกิด ตระกูลจิตมิ่งขวัญ ตระกูลที่ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากสัตว์แปลก ตระกูลนี้มักรับหน้าที่ดูแลสัตว์แปลกให้ผู้คน เป็นตระกูลที่สมาชิกในตระกูลถูกเรียกว่าเหาฉลาม ที่มักจะต้องไปอยู่กับคนอื่นๆ ถึงจะมีประโยชน์มากที่สุด เพราะเป็นตระกูลที่มีความสามารถพิลึกที่นอกจากสัตว์แปลกจะไม่อยากทำร้ายแล้วยังเป็นการทำให้สัตว์แปลกเอ็นดูพวกเขาอีกด้วย จนทุกวันนี้ในหลายๆ ตระกูลก็จะมีคนของตระกูลจิตมิ่งขวัญแทรกอยู่ด้วยเสมอ
ตอนนี้เองที่ทศทิศเองก็อายุได้5ขวบแล้ว เขาเป็นบุตรสายตรงของผู้นำตระกูล แต่เป็นลูกที่เรียกได้ว่าหลงมาไกล เขาเป็นลูกที่เกิดมาเป็นคนสุดท้องและน่าจะเป็นคนสุดท้ายแล้วเพราะเขาเกิดมาก็ตอนแม่อายุ40พอดี ส่วนพ่อก็42แล้ว
ทศทิศในชาตินี้ได้ชื่อว่าสิบทิศ หรือก็คือถ้าตีความอีกหน่อยก็เป็นชื่อเดียวกันกับโลกก่อนของเขาพอดี ทุกๆ คนในตระกูลมักเรียกเขาว่าทิศที่เรียกได้ง่ายและถนัดปาก
ทิศเกิดมาเป็นน้องชายคนเล็กที่มีพี่ชาย2คน พี่สาวอีก1คน โดยพี่ชายคนโตอายุ25 พี่ชายคนรองอายุ22 และพี่สาวอีกคนก็อายุปาไป18แล้ว ในขณะที่ตอนนี้เขาอายุแค่5ขวบ อายุห่างกับพี่คนโตถึง20ปีพอดี
“ทิศนั่นเจ้าจะไปไหน แล้วทำไมไม่พาบ่าวในเรือนไปด้วย หากเจ้าเป็นอะไรไปพี่คงใจสลาย”พี่สาวเดินมาหาทิศที่กำลังถือหวีวิ่งออกไปด้านนอกสวนของบ้าน ที่เป็นสวนขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ประหนึ่งป่าจำลอง
“พี่หญิงนวลผกา น้องจะไปหวีขนให้จุ๊กกรู้ที่สวนครับ”ทิศยิ้มพลางมองไปที่เจ้าไก่ดำสัตว์แปลกของคนพ่อที่มักจะเดินไปไหนมาไหนใกล้ๆ สวน
“ท่านจุ๊กกรู้จะต้องรับการกระทำที่แปลกของเจ้าอีกแล้วหรือ เหตุใดเจ้าไม่เกรงใจท่านบ้าง อย่างน้อยๆ ท่านก็เป็นปักษาทมิฬเดือนแล้ง สัตว์แปลกประจำตัวคุณพ่อเชียวหนา”พี่สาวได้แต่ถอนหายใจ สัตว์แปลกตัวนี้ไม่ต่างจากพี่เลี้ยงของพวกเธอ แต่ดูท่าจะเลี้ยงลูกคนเล็กเหนื่อยที่สุดเพราะต้องรับความแปลกของน้องชายเธอ
“เจ้าจุ๊กกรู้ออกจะชอบ เขาชอบให้ข้าหวีเส้นขนให้ พี่หญิงไม่เห็นหรือว่าขนของเจ้าจุ๊กกรู้เงางามขึ้นน่ะ”ทิศไม่อยากบอกเลยว่าเขาโดนคนเป็นพี่เลี้ยงใช้ให้ไปหวีขนให้ เพราะในโลกนี้มีเขาคนเดียวที่ฟังออก และถ้าพูดออกไปจะมีแต่เรื่องใหญ่เขาเลยนิ่งเงียบไม่พูดอะไรออกมา
พี่สาวได้แต่ยิ้มอ่อน มองไปที่ไก่ตัวใหญ่ขนดำ ที่มีพลังธาตุมืดสถิตในกาย เป็นสัตว์แปลกที่แข็งแกร่งพอให้ตระกูลของเธอดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคง เพราะพลังของมันน่ากลัวไม่แพ้ของพวกตระกูลใหญ่คนอื่นๆ เลย
“น้องไปก่อนนะครับพี่หญิง” ทิศรีบวิ่งไปหาเจ้าไก่ดำที่ใช้เขาไม่หยุดตั้งแต่รู้ว่าเขามีความสามารถในการฟังมันออก
ทิศได้แต่วิ่งไปที่สวนเขาถือหวีสำหรับแปรงขนมา ก่อนจะเดินไปเตรียมถังน้ำและของอื่นๆ อีกเล็กน้อยเพื่อเตรียมทำความสะอาดขนไก่ดำที่ก็ไม่ค่อยจะเปรอะเปื้อนนักเพราะถือว่าตัวไก่ดำอย่างจุ๊กกรู้ก็เป็นพวกไก่ถือดีหยิ่งลำพองตน ทำให้ไม่ค่อยแตะสิ่งสกปรกนัก น้อยมากที่จะไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สกปรกจนเปรอะเปื้อนตัวเองกลับมา
[เจ้ามาช้ายิ่งนัก เหตุใดเด็กน้อยอย่างเจ้าถึงเอื่อยเฉื่อยปานเต่าคลานเยี่ยงนี้] เสียงผ่านกระแสจิตดังขึ้นทันทีที่ทิศเข้าไปใกล้ไก่ดำนามจุ๊กกรู้
“พี่สาวทักถามผมระหว่างมาหาคุณไง”ทิศพูดอธิบายในขณะเดียวกันก็จัดแจงใช้ผ้าชุบน้ำบิดให้หมาดๆ โดยในน้ำก็ผสมน้ำยาบำรุงขนที่ทำจากสมุนไพรเอาไว้ด้วย เป็นน้ำยาที่ปกติคนเป็นพ่อจะใช้ก่อนลงศึกทุกครั้ง แต่ทิศก็ไปขอมาใช้แทบจะทุกวันเพื่อใช้เช็ดขนให้จุ๊กกรู้
[เจ้าเด็กนวลผกานี่เอง ปีนี้ก็อายุ18 คงอีกไม่นานที่จะได้รับเทียบจากตระกูลอื่นๆ เพราะอย่างไรเสียก็โฉมงามและมากไปด้วยพรที่ทำให้เป็นที่ต้องการของทุกๆ ตระกูล ว่าแต่เจ้าเถิดเจ้าทิศน้อย อีกไม่นานคงได้ทำพิธีอัญเชิญสัตว์แปลก เจ้าควรเตรียมตัวไว้บ้าง อย่างน้อยๆ ก็ไม่ใช่ว่ามัวแต่ไปวิ่งเล่นอยู่ในตระกูลม่านกำยานและตระกูลหมายลิขิตแบบนี้]
คำพูดของจุ๊กกรู้นั้นเป็นเหมือนคำสอน ที่อีกฝ่ายคอยเฝ้าสังเกตทิศมาโดยตลอด ทิศนั้นตั้งแต่เริ่มพูดได้ เดินได้จนคล่องเขาก็เริ่มออกไปหาตระกูลอีกสองตระกูลคือตระกูลหมายลิขิต และตระกูลม่านกำยาน โดยที่ทุกๆ คนในตระกูลรับทราบเป็นอย่างดี และมีการฝากฝังให้อีกสองตระกูลช่วยดูแลเอาไว้แล้วเลยมั่นใจว่าปลอดภัย เพราะทุกๆ คนในตระกูลจิตมิ่งขวัญไม่ได้เหมือนตระกูลอื่นๆ ที่ต้องฝึกเด็กในตระกูลให้เป็นไปตามสายของตระกูลตนเอง ตระกูลจิตมิ่งขวัญสิ่ง
ที่ทำส่วนมากมักเป็นการไปพบปะกับสัตว์แปลกเท่านั้น เลยไม่ได้มีการฝึกฝนสิ่งใดเป็นพิเศษ การที่ทิศสนใจตระกูลอื่นก็เลยไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเด็กขี้เกียจ แต่ถูกมองว่าเป็นเด็กแปลกแทน
“ผมก็ไปเรียนทำยาสมุนไพรบำรุงมาทำยาบำรุงเล็บให้จุ๊กกรู้นี่ไง แล้วก็ไปถามเรื่องราวของโลกภายนอกจากตระกูลหมายลิขิต เพราะถ้ามีสัตว์แปลกที่ผมไม่รู้จักขึ้นมาอย่างน้อยขอแค่เคยได้ยินชื่อก็น่าจะพอหาข้อมูลได้บ้าง” ทิศนั้นกำลังอยากดำเนินธุรกิจของตนเองเลยต้องขวนขวายเสียหน่อย
‘รอฉันก่อนนะร้านอาบน้ำสัตว์แปลกแบบครบวงจร ฉันจะสร้างมันขึ้นมาในโลกนี้เอง!’
สัตว์แปลกตัวแรก
ทิศในวัย5ขวบ เขาจำเป็นต้องเข้าร่วมพิธีอัญเชิญสัตว์แปลกประจำตัว แน่นอนว่าถ้าเป็นพวกคนธรรมดาไม่ใช่คนตระกูลใหญ่ก็ต้องออกไปทำพิธีที่ลานพิธีกลางที่จะจัดให้สำหรับคนของทุกๆ เมืองอยู่แล้ว โดยมีการเสียค่าใช้งานไม่มากเพราะถือว่าเด็กๆ ทุกคนต้องได้สัตว์แปลกตั้งแต่กำเนิดอยู่แล้ว
แต่กับตระกูลใหญ่อย่างตระกูลจิตมิ่งขวัญ พวกเขาเป็นตระกูลมีเงินมากพอจะจ้างมาทำพิธีแบบส่วนตัว ดังนั้นในวันนี้พวกเขาเลยได้จ้างนักทำพิธีอัญเชิญมาที่ตระกูลเพื่อลูกชายคนเล็กอย่างทิศเลย
“ทิศเจ้าตื่นเต้นหรือไม่”คนเป็นพ่ออย่างทองเอกมองดูลูกชายคนเล็กที่หน้าตาได้แม่มาเต็มๆ เป็นเด็กที่มีดวงหน้างดงามดวงตากลมโตสีดำขลับ ผิวขาวสว่างผ่องใส และรอยยิ้มที่มีลักยิ้มน่ามองเป็นเด็กที่โตมามั่นใจได้ว่าหน้าตาดีอย่างแน่นอน
“ตื่นเต้นครับ พ่อคิดว่าผมจะได้อะไรจะได้ประเภทไก่เหมือนพ่อกับพี่คนใหญ่ หรือจะได้เป็นประเภทงูเหมือนพี่รองกับพี่หญิงครับ”ทิศรู้มาว่าเชื้อสายนั้นมีผลต่อการอัญเชิญสัตว์แปลก อย่างพ่อของเขาก็ได้ไก่เหมือนคุณปู่ ส่วนพี่ชายคนโตก็ได้ไก่เหมือนพ่อ ในขณะเดียวกันทางฝั่งแม่ที่เป็นสัตว์แปลกประเภทงู ก็มีพี่ชายคนรองและพี่สาวได้ประเภทนี้ไปด้วยเหมือนกัน
“ไม่รู้สิ แล้วเจ้าอยากได้แบบไหนล่ะ ไก่หรืองู?”คนพ่อไม่คิดมากจะเป็นไก่หรืองูก็เหมือนกัน สุดท้ายสัตว์แปลกที่ประจำตัวลูกชายคนเล็กก็ไม่ได้ดูแลลูกชายคนเล็กของเขาแค่ตัวเดียวเพราะยังมีสัตว์แปลกของเขาที่คอยดูแลเจ้าคนเล็กอยู่ไม่ห่าง ชนิดที่สนิทกันพอๆ กับเขาที่เป็นคู่พันธสัญญาเลยด้วยซ้ำ
ทิศยืนขบคิด เขามองว่าอยากได้สัตว์ที่มันขนฟูๆ สักหน่อยเพราะเขาชอบ และอยากได้ธาตุที่มันมีประโยชน์อย่างธาตุ ไฟที่เอาไว้ทำให้น้ำร้อน ธาตุน้ำที่ทำให้มีน้ำใช้ได้ตลอดไม่ต้องไปรองมาใช้ ธาตุลมที่เอาไว้เป่าให้แห้งเป็นหลัก
“ถึงเวลาแล้วจ้ะ ลูกจะได้อะไรไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าลูกจะเติบโตไปอีกขั้นแล้ว”คนเป็นแม่อย่างมัดหมี่ยิ้มหวานแล้วค่อยๆ ดันหลังลูกชายให้ออกไปด้านหน้า จุดที่มีแสงสีขาวปกคลุมพื้นเป็นวงกลมวงเดียวอยู่ตรงกลาง
“ต่อจากนี้จะเป็นพิธีสำคัญ เจ้าจงเดินเข้าไปในห้วงแห่งแสง ตรงนั้นจะมีสัตว์แปลกของเจ้ารออยู่ แค่พาสัตว์แปลกออกมาเป็นอันเสร็จพิธี” คำพูดของคนทำพิธีเอ่ยออกมาถึงสิ่งที่ทิศต้องทำ
ทิศพยักหน้ารับเพราะก่อนหน้านี้ก็ศึกษามาแล้วว่าเด็ก5ขวบแบบเขาต้องทำอะไรบ้าง หากให้พูดก็เหมือนว่าการทำพิธีนี้จะให้ทิศเข้าไปด้านในแสง ด้านในจะเป็นอีกมิติหนึ่งที่มีสัตว์แปลกที่เป็นเหมือนคู่พันธะตั้งแต่เกิดรออยู่ เขาแค่พามันออกมาจากสถานที่แห่งนั้นเท่านั้นแค่นี้ก็เป็นอันเสร็จการอัญเชิญ
เกร๊ง เกร๊ง เกร๊ง
เสียงระฆังถูกตีขึ้นสามครั้งทำให้พื้นที่แห่งแสงตรงกลางกว้างขึ้น ทิศที่เห็นก็รีบเดินเข้าไปก่อนจะหยีตาเพราะแสงสว่างเพียงชั่วครู่ พอลืมตาขึ้นมาอีกทีก็เจอกับสัตว์แปลกเข้าในทันที
ร่างของสัตว์แปลกที่ตัวเป็นไก่แต่ช่วงของหางดันเป็นเหมือนงูทำให้ทิศสับสนเล็กน้อย มันเป็นเหมือนสัตว์แปลกที่มีการผสมของสองสายพันธ์ุเอาไว้ในตัวๆเดียว
[ประมวลผล ยืนยันการลงทะเบียนของโฮสต์ที่ถูกเลือกโดยเทพมาร]
เสียงที่ดังขึ้นมาในหัวของทิศทำให้ทิศรีบหันไปมองรอบๆ เมื่อไม่พบสิ่งใดเลยที่พอจะเป็นต้นกำเนิดเสียงได้ก็หันไปมองไก่ผสมงูตรงหน้า
[ระบบทำการยืนยันตัวตน กรุณาตั้งชื่อของระบบ]
“สัตว์แปลกตรงหน้าน่ะเหรอ?”ทิศมองเจ้าตัวประหลาดที่ทำให้เขาไม่มั่นใจว่ามันคือตัวอะไรกันแน่
[เป็นเพียงกายเนื้อเท่านั้น ความจริงระบบอยู่ในร่างกายของโฮสต์ผู้เป็นเจ้าของหลัก ในกรณีที่ระบบจะเข้าปกป้องโฮสต์ตัวระบบจะเข้าไปทำการยืมร่างของสัตว์แปลกตรงหน้าของโฮสต์เพื่อทำให้สามารถป้องกันเชิงรูปธรรมได้] เสียงระบบแจ้งเพิ่มขึ้นทำให้ทิศเข้าใจได้ว่าเจ้าสัตว์แปลกตรงหน้าตอนนี้เป็นเพียงกายเนื้อเท่านั้น
“ชื่อที่ฉันคิดไว้ตอนแรกน่าจะได้ ชื่อหมอนทอง”สิบทิศไม่ได้คิดชื่อนี้ตอนหิว แต่เขาคิดได้ตอนเห็นเจ้าผลไม้ฤดูร้อนที่หาได้ยากในโลกนี้ จะได้กินแต่ละทีต้องก้มกราบต้นทุเรียนครั้งแล้วครั้งเล่าให้มันออกผล เพราะโลกนี้ผลไม้เองก็มีฤทธิ์วิเศษต่างจากผลไม้ทั่วไป จะออกผลแต่ละทีใช่แค่ว่าใส่ปุ๋ยพรวนดินแล้วจะได้กิน
[ยืนยันการใช้ชื่อหมอนทอง]
[แจ้งข้อมูลสัตว์แปลกตนแรก]
[แบซิลิสก์ (จำแลง) (หมอนทอง) ]
ธาตุ:แสง,มืด
ระดับ: 7
ความสามารถติดตัว: ดวงตาสะกดโลก (หยุดทุกการเคลื่อนไหวของสิ่งที่อยู่ในสายตา)
เครื่องเส้นไหว้รายเดือน: เลือดของสัตว์แปลก (ถูกลบออกด้วยตัวของระบบ)
อัตราการซิงโครไนซ์ : 80% (เข้ากันได้สมบูรณ์แบบ100% เนื่องจากการมีอยู่ของระบบ)
“เจ้านี้ความสามารถน่ากลัวแฮะ”สำหรับทิศแล้วระดับนั้นไม่ใช่ปัญหา รวมถึงความสามารถก็ไม่ได้จำเป็นขนาดนั้นเพราะยังไงเขาก็ไม่ใช่พวกตระกูลใหญ่สายต่อสู้ ดังนั้นพวกเขาเลยสามารถอยู่แบบสบายๆ ปลอดภัยได้
ในเรื่องระดับของสัตว์แปลกถูกวัดออกมาเป็น9ระดับ ยิ่งเลขมากแปลว่ายิ่งแข็งแกร่ง ในขณะเดียวกันระดับที่สูงก็มาพร้อมกับค่าตอบแทนหรือเครื่องเส้นไหว้ที่แพงตามไปด้วย อย่างของทิศที่เป็นระดับ7ก็ต้องเส้นไหว้เลือดของสัตว์แปลกในทุกๆ เดือน
ส่วนอัตราซิงโครไนซ์เป็นค่าสำหรับการดึงพลังออกมาใช้ โดยส่วนมากสัตว์แปลกที่ถูกอัญเชิญมาในตอนแรกค่าจะสูงกว่า70%อยู่แล้ว ยิ่งค่าสูงเท่าไหร่ก็หมายถึงมนุษย์สามารถดึงพลังออกมาใช้ได้มากเท่านั้น โดยการดึงมาใช้มีสองแบบคือการผสานจิตกับสัตว์แปลกทำให้สื่อจิตถึงกัน ทุกการกระทำจะรู้ใจกันโดยไม่ต้องออกคำสั่งการใดๆ อีกรูปแบบก็คือการผสานกายเป็นเทคนิคที่ทำให้มนุษย์มีพลังที่แข็งแกร่ง โดยการผสานร่างกับสัตว์แปลกในพันธสัญญาแล้วใช้ส่วนหนึ่งของพลังนั้น ยิ่งอัตราการซิงโครไนซ์สูงก็ยิ่งดึงพลังออกมาได้เยอะกว่าคนอื่นๆ
“เสียดายที่เป็นธาตุแสงและความมืด แต่ก็ยังดีที่มีพลังหยุดการเคลื่อนไหว ถ้าฉันจะเปิดร้านอาบน้ำสัตว์แปลกพลังนี้จะช่วยฉันได้มากตอนจับให้สัตว์แปลกอยู่นิ่งๆ”ทิศคิดในแง่ดี เขามองว่าพลังนี้ต่อให้จะดูน่ากลัวแต่ก็มีประโยชน์สำหรับเขามากในอนาคต
[หมอนทองถูกส่งมาจากเทพมาร จะช่วยทำให้ความต้องการของโฮสต์เป็นจริง]
[ดำเนินภารกิจแรก: ก้าวสู่นักธุรกิจตัวน้อย]
-เนื้อหาภารกิจ : เริ่มจากการเป็นคนที่เหล่าครอบครัวไว้ใจฝากฝังสัตว์แปลกไว้ให้ดูแล
เงื่อนไข: รับดูแลสัตว์แปลกของคนในครอบครัวและวงศ์ตระกูลโดยมีการอาบน้ำและดูแลให้5วัน 0/10
ของรางวัล: แปรงหวีขนสารพัดสัตว์แปลก x 1
“มีอะไรแบบนี้ด้วยสินะ เอาล่ะ ฉันไม่อยากเสียเวลาเยอะอยู่แล้วพวกเราออกไปกันดีกว่า”ทิศพูดพร้อมกับเดินไปที่หมอนทองที่ตอนนี้สิงอยู่ในร่างของไก่ผสมงู
ตัวของหมอนทองตอนนี้มีร่างขนาดใหญ่ ตัวของมันใหญ่กว่าบ้านสองชั้นเสียอีก ในขณะเดียวกันมันก็จัดเป็นสัตว์แปลกที่ต่างจากไก่ทั่วไปตรงที่มันบินได้ ไหนจะเรื่องของหางที่เป็นงูที่มีขนาดยาวใหญ่ไม่แพ้กัน ตัวของหางนั้นยังเคลื่อนไหวได้ราวกับมีชีวิต โดยส่วนผสมของสองธาตุก็มาจากทั้งสองหัวที่ต่างกันคือไก่ธาตุมืดและงูธาตุแสงที่ดันไปบังเอิญเหมือนสัตว์แปลกของพ่อและแม่ทิศพอดี
พอทิศได้ออกมาทุกๆ คนที่เห็นขนาดของสัตว์แปลกอย่างหมอนทอง รวมถึงรูปร่างที่แปลกตาก็พากันอึ้งและจ้องมองกันอย่างพินิจพิเคราะห์
“ท่านพ่อท่านแม่ นี่สัตว์แปลกคู่พันธะของผมครับชื่อหมอนทอง เป็นธาตุผสมของแสงและมืดครับ”ทิศยิ้มแย้มแนะนำหมอนทองให้ครอบครัวรู้จัก
“แสงและความมืด ธาตุสมดุลแห่งหยินและหยาง ลูกเจ้าจะต้องเติบโตมาได้ดีแน่ๆ”ผู้ทำพิธีกล่าวก่อนจะยิ้มแสดงความดีใจกับพ่อของทิศที่ได้ลูกชายคนเล็กที่ฉายแววแข็งแกร่งมาตั้งแต่สัตว์แปลกตัวแรก
“ตัวมันใหญ่ขนาดนี้ห้องลูกคงต้องเปลี่ยนแล้วล่ะจ๊ะ”มัดหมี่มองสัตว์แปลกของลูกชายที่ตัวใหญ่มาก มันใหญ่จนห้องเล็กๆ ของลูกชายไม่น่าพอต่อการอยู่ร่วมกับเจ้าตัวยักษ์ใหญ่นี่ไหว
[ระบบทำการลดขนาด]
วืด วืด วืด
ทันทีที่มีคนทักว่าเจ้าหมอนทองขนาดใหญ่เกินไป ตัวของหมอนทองก็ค่อยๆ หดไซซ์ลงมาจนในที่สุดก็เล็กพอจะให้ทิศได้อุ้มอย่างสบาย เป็นหมอนทองตัวน้อยน่ารักขึ้นมาทันที
“เหมือนจะไม่มีปัญหาแล้วนะครับ”ทิศยิ้มก่อนจะอุ้มหมอนทองโชว์
“เป็นสัตว์แปลกที่แปลกสมชื่อจริงเชียว เอาล่ะทิศเจ้าจงกลับไปพักผ่อนเถิด วันนี้ก็อย่าเพิ่งไปเที่ยวเล่นที่ไหนอยู่ในตระกูลเสียก่อน”ทองเอกยังมีเรื่องต้องถามลูกชายอีกมาก ดังนั้นไม่อยากให้ลูกไปไหนไกลนัก
“ได้ครับ พ่อผมอยากดูแลสัตว์แปลกแล้ว ผมขอดูแลสัตว์ของพวกพ่อกับพวกน้าๆ อาๆ ได้ไหม ผมสัญญาว่าจะดูแลอย่างดีเลยครับ”ทิศไม่อยากเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ เขาอยากเริ่มเลยถ้าเป็นไปได้
“แค่จุ๊กกรู้ไม่พออีกรึ?”คนพ่อนึกแปลกใจ ต่อให้ลูกชายได้รับความรักและความเอ็นดูจากสัตว์แปลกมากแค่ไหนแต่ถ้าจะเริ่มดูแลสัตว์แปลกก็เร็วจนเกินไป
“ไม่พอครับ”ทิศตอบออกไปอย่างรวดเร็ว
“งั้นเอาเป็นน้องหญ้าหวานของแม่ไปดูแลก่อนดีไหมจ๊ะ ดูแลพร้อมกับจุ๊กกรู้ของพ่อเขาก่อน ถ้าดูแลดีเดี๋ยวแม่จะให้ลูกเริ่มดูแลสัตว์แปลกตัวอื่นๆ ของพี่น้องตระกูลเรา”มัดหมี่เชื่อว่าลูกชายทำได้ แต่เพื่อความปลอดภัยเริ่มจากสัตว์แปลกของเธอกับสามีก่อนจะดีกว่า
“ได้ครับ”ทิศไม่อยากคิดเยอะ ได้ดูแลก็ดีแล้วสำหรับเขา เพราะเขาเชื่อว่าตัวเองก็มีความสามารถมากพอจะทำให้คนอื่นๆ ไว้ใจแล้ว
หลังจากนั้นทิศก็ได้กลับห้องไปพักพร้อมกับหิ้วงูตัวยาวสีขาวพาดคอกลับไปด้วยซึ่งก็คือเจ้าหญ้าหวานสัตว์แปลกของแม่ที่เป็นงูธาตุแสงหายาก
“เจ้าทิศช่างแปลกคน ต่อให้เป็นเด็กในตระกูลของเราก็ไม่เคยมีใครคลั่งไคล้สัตว์แปลกเท่าเจ้าทิศอีกแล้ว”ทองเอกมองลูกชายที่วิ่งกลับห้องไปด้วยอาการดีใจก็ได้แต่นึกสงสัยถึงความแปลกของลูกชาย
“คงเพราะสายสัมพันธ์ของลูกเรากับสัตว์แปลกมีมากกว่าพวกเราละมั้งคะ แม้แต่จุ๊กกรู้ของคุณยังเอ็นดูทิศมากกว่าลูกคนอื่นๆ เลยมิใช่หรือ”มัดหมี่มองว่าทิศนั้นเกิดมาพร้อมกับพรมที่ได้รับความเอ็นดูจากสัตว์แปลกมากกว่าพี่ๆ ของตนเอง เป็นเด็กที่สัตว์แปลกทั้งหลายต่างอยู่ได้ด้วยความสบายใจไร้ความกังวลใดๆ
“คงงั้น แต่เดี๋ยวคงต้องไปคุยกับลูกเรื่องค่าตอบแทนที่ต้องจ่ายทุกเดือนหลังจากนี้ เพื่อความปลอดภัยของลูกชายเรา”ทองเอกเอยแค่นั้นก่อนจะรีบจัดการทุกอย่างให้เสร็จเพื่อจะได้เตรียมไปคุยกับลูกชายหลังจากนี้
เริ่มต้นงาน
การเริ่มต้นดูแลสัตว์แปลกนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย มันต่างจากการดูแลสัตว์แบบปกติจำพวกหมาแมวมาก เพราะหมาและแมวมีพื้นฐานที่ต่างกับเหล่าสัตว์แปลกที่มีธาตุประจำตัว พวกเขามีธาตุที่แยกออกมาแบบเด่นชัด อย่างจุ๊กกรู้ไก่ดำของทองเอกมีธาตุมืดเป็นหลัก เอกลักษณ์ของธาตุมืดคือควบรวม ต่างกับหญ้าหวานงูธาตุแสงของผู้เป็นแม่ที่คุณสมบัติธาตุคือการกระจายออก หากสองสิ่งนี้มารวมกันโดยไม่มีตัวเชื่อมธาตุในกายของทั้งคู่จะแตกซ่าน
การอาบน้ำให้พวกมันเลยต้องมีความละเอียดอ่อนมากอย่างจุ๊กกรู้จะอาบด้วยน้ำปกติไม่ได้เพราะพลังธาตุมืดจะดูดกลืนน้ำเข้าไป ทำให้ร่างกายมีความชื้นสูงเกินความจำเป็น น้ำที่ใช้เลยต้องมีความเข้มข้นที่สูงกว่าน้ำปกติที่พอจะทำให้การควบรวมนั้นดูดเข้าไปได้ยากขึ้น ในขณะเดียวกันหากเป็นหญ้าหวานงูแสง น้ำเปล่าทั่วไปก็ไม่สามารถใช้ได้เช่นกัน เพราะน้ำจะไม่เข้าไปถึงผิวเกล็ดของพวกมันเลย จำเป็นต้องใช้น้ำผสมสมุนไพรธาตุแสงเข้าไปเพื่อให้เข้าถึงผิวเกล็ดของมันได้
[สบายตัวยิ่งนัก ลูกของมัดหมี่ช่างเก่งกาจ สบายเสียยิ่งกว่าตอนข้าลอกคราบมากโข] หญ้าหวานเอ่ยออกมาในขณะที่กำลังถูกเช็ดตัวด้วยผ้าเนื้อหยาบเป็นการขัดเกล็ดของอีกฝ่ายไปในตัว
[ข้าบอกเจ้าแล้วว่าเจ้าทิศมันเก่งเรื่องดูแลอะไรแบบนี้มาก] จุ๊กกรู้ที่กำลังได้รับการแช่เท้าเอ่ยออกมาด้วยท่าทางผ่อนคลาย
“พวกท่านก็ใช้ผมเก่งจริงๆ ผมบอกแล้วว่าควรอาบน้ำแค่วันละครั้ง นี่พวกท่านเล่นให้ผมอาบให้เช้าเย็นแบบนี้ผมก็เหนื่อยนะ”ปกติพวกสัตว์ธรรมดาอาบน้ำอาทิตย์ละครั้งก็ถือว่าบ่อยแล้ว ในขณะเดียวกันทิศก็คิดว่าสัตว์แปลกนั้นมีร่างกายที่แข็งแกร่ง หากได้อาบน้ำวันละครั้งก็ถือว่ากำลังดี แต่นี่ที่ไหนได้พวกเขาดันอยากอาบวันละสองครั้งเหมือนคนทั่วไปเสียได้ ทำเอาทิศต้องมาเหนื่อยดูแลทั้งเช้าและเย็น
[เจ้าอยากเปิดโรงอาบน้ำสัตว์แปลกก็ถือว่าทำให้คุ้นชินไง ไม่ดีหรือ] หญ้าหวานเอ่ยพลางเลื้อยมานอนแผ่ท้องเตรียมให้ทิศนวดแบบทุกที
[เจ้าควรดีใจ ที่อย่างน้อยพวกข้าก็ยังให้เจ้าได้ลองทำในสิ่งที่เจ้าอยากลอง เอาล่ะข้าแช่เท่าครบกำหนดแล้ว มาเช็ดให้ข้าหน่อย] จุ๊กกรู้กล่าวก่อนจะตีปีกกระโดดออกมาจากกะละมังแช่เท้าที่ผสมน้ำยาบำรุงเล็บเอาไว้ด้วย
ทิศได้แต่พูดไม่ออก จริงอยู่ที่หลายวันมานี้เขาใช้เวลากับพวกสองตัวนี้บ่อยๆ และมักจะทดลองอะไรที่หลากหลาย ไม่ใช่แค่การอาบน้ำ แต่รวมไปถึงการนวด การบำรุง และการตรวจสุขภาพเบื้องต้นด้วย ทำให้ทั้งจุ๊กกรู้และหญ้าหวานนั้นต้องผ่านอะไรมามากมายในระยะเวลาแค่2อาทิตย์
“ผมก็ดีใจอยู่หรอก แต่แม่กับพ่อยังไม่ยอมให้ผมดูแลสัตว์แปลกของคนอื่นเลย ทุกวันนี้ได้ดูแค่พวกท่านกับเจ้าหมอนทองเท่านั้นเอง”ทิศยังไม่ได้รับโอกาสใดๆ ในการดูแลสัตว์แปลกของคนอื่น ทุกวันนี้เขามีความคืบหน้าภารกิจแค่2เท่านั้น และมันก็ยังมีแค่นี้มาหลายวัน
[เจ้าก็ดูแลพวกข้าได้ดี เดี๋ยวก็ได้รับโอกาสเองนั่นแหละ แค่เพราะช่วงนี้พ่อกับแม่เจ้ายุ่งๆ เนื่องจากเรื่องของพี่สาวเจ้าที่จะออกเรือนเลยไม่ได้มาสนใจเจ้าเท่านั้นเอง] หญ้าหวานกล่าวให้กำลังใจ
เรื่องพี่สาวอย่างนวลผกาจะออกเรือนนั้นเป็นเรื่องที่ทุกๆ คนในตระกูลทราบกันดี ตระกูลของพวกเขาไม่ได้ทำการคลุมถุงชนแต่เป็นความรักของเด็กทั้งสองคนที่รักกันมานาน จริงๆ คุณชายตระกูลฟลูมูน จากเมืองข้างเคียงคอยไปมาระหว่างตระกูลจิตมิ่งขวัญกับตระกูลตัวเองอยู่บ่อยครั้ง แรกๆ ก็เข้ามาด้วยสาเหตุอยากฝากดูแลสัตว์แปลกตัวที่สองของตนเอง หลังๆ ก็เริ่มเข้ามาจีบนวลผกา จนใช้เวลาเกือบ3ปีทั้งคู่ก็ได้ตกลงปลงใจจะแต่งงานกัน
“ผมเองก็เข้าใจ ตอนนี้ในตระกูลจิตมิ่งขวัญนอกจากพ่อกับแม่ก็มีแค่ผมแล้วที่อยู่เรือนหลัก ทั้งพี่ใหญ่และพี่รองออกไปทำงานต่างบ้านต่างเมืองกันหมดไม่เห็นกลับมาหาผมบ้างเลย ทั้งวันที่ผมอายุ5ขวบก็ไม่กลับมา ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ”จริงๆ ทิศก็ไม่ได้คิดมากอะไร มันเป็นเรื่องปกติของคนจิตมิ่งขวัญที่ต้องออกไปทำงานร่วมกับตระกูลใหญ่ตระกูลอื่น แต่ที่เขาตัดพ้อออกมาก็แค่ไม่ได้เอาสัตว์แปลกของพวกพี่ๆ มาดูแลก็เท่านั้น
[เจ้าก็ไปขอของนวลผกาก่อนสิ อย่างไรเสียเจ้าสัตว์แปลกนั่นก็ต้องเข้าร่วมพิธีแต่งงานของเจ้าของมันเอง ดังนั้นหากมันดูมีสง่าราศีย่อมเป็นผลดีทั้งชื่อเสียงให้กับวงศ์ตระกูลและตัวเจ้าเอง] จุ๊กกรู้เสนอขึ้นมา เพราะก่อนหน้านี้ตัวของทิศยังไม่มีผลงานมากพอให้ไปแสดงกับทุกคนในครอบครัวได้เห็น แต่ในครั้งนี้หากมีเขาและหญ้าหวานไปยืนยันความสามารถของทิศที่ควรค่าแก่การดูแลสัตว์แปลกของครอบครัวจริงๆ
“จะได้ผลไหมนะ สงสัยต้องลองไปขอดูอีกที”ทิศพูดออกมาในขณะเดียวกันก็เดินไปซับเท้าให้กับจุ๊กกรู้และเดินไปนวดให้กับหญ้าหวานด้วย
[ก็ลองดู อ่า สบายตัวจริงๆ] หญ้าหวานมองไปที่ตัวของทิศแล้วทำหน้าเคลิ้ม
ทิศนั่งนวดไปมาในขณะเดียวกันก็นั่งทบทวนไปด้วย พอทำทุกอย่างเสร็จก็ต้องไปนั่งบดสมุนไพรเตรียมไว้สำหรับพรุ่งนี้อีก โดยที่คนในตระกูลก็เห็นภาพนี้จนชินชา ภาพที่เด็กเล็กอย่างทิศไปนั่งบดสมุนไพรแล้วเอาไปตากแดดราวกับเป็นคนของตระกูลม่านหมอยา
“เจ้าทิศขยันมานั่งบดสมุนไพรทุกวันจนตัวดำแดดหมดแล้ว ถึงจะเป็นแดดยามเย็นก็เถอะ เข้าไปพักแล้วให้คนใช้มาทำให้ไม่ดีกว่าหรือ?”ยายชบาเดินมาดูทิศที่เป็นลูกของเจ้าตระกูลจิตมิ่งขวัญสายหลัก ที่มีความแปลกกว่าเด็กทั่วๆ ไป
“สวัสดีครับยายชบา ผมอยากทำเองครับ พอดีเกรงใจพวกพี่ๆ เขา เพราะอันนี้ผมใช้คนเดียวไม่ได้เอาไปแบ่งใคร”ทิศเกรงใจและไม่คุ้นชินที่เขาจะมีคนมาคอยรับใช้ตัวเองไม่ขาดสาย
“เกรงใจอะไรกัน พวกมันก็โดนจ้างมาทำงาน อีกอย่างมาทำแบบนี้ผิวแกก็เสียหมด”ยายชบาเองก็มีสายเลือดจิตมิ่งขวัญ แน่นอนว่าเป็นสายรองและอยู่มานาน เจอเด็กมาหลายคนก็ไม่เคยเจอเด็กแปลกๆ แบบทิศมาก่อน
“ครับ ครับ เดี๋ยวทิศก็เข้าบ้านแล้ว ยายชบาก็รีบกลับนะครับ”ทิศยิ้มในขณะเดียวกันก็เก็บสมุนไพรที่ตากเอาไว้กลับใส่หม้อดินแล้วปักสัญลักษณ์ว่าใส่สมุนไพรเอาไว้แล้ว
“เอ็งก็ด้วยนะ”ยายชบากล่าวด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเดินจากไป
ตกเย็นมื้อเย็นครอบครัวจิตมิ่งขวัญสายหลักก็มารวมตัวกัน พวกเขาร่วมทานมื้ออาหารเย็นกันสี่คนโดยมีทองเอก มัดหมี่ นวลผกา และสิบทิศหรือทศทิศนั่งทานร่วมกัน4คน
“งานแต่งใกล้เข้ามาแล้ว พวกไม้โทกับไตรภพน่าจะกลับมาก่อนล่วงหน้าหนึ่งอาทิตย์ นวลผกาลูกเองก็ต้องเข้าพิธีเตรียมตัวเจ้าสาวด้วยนะ”มัดหมี่จัดแจงตักอาหารให้ลูกๆ และสามีก่อนจะมองไปที่ลูกสาวที่เตรียมเข้าพิธีแต่งงานในเวลาอีกไม่ถึงเดือน
“ค่ะแม่ หนูเองก็มีการตระเตรียมตัวเอาไว้บ้างแล้ว”นวลผกากล่าวก่อนจะยิ้มบางๆ แล้วใช้มือรินน้ำให้กับน้องชายคนเล็กของบ้าน
“พี่ให้ผมดูแลมัคสิระของพี่ไม่ได้เหรอครับ ผมสัญญาว่าจะดูแลให้ดี”ทิศเอ่ยขอร้องออกมา เพราะอย่างน้อยๆ ได้ดูแลเพิ่มอีกสักตัวก็ยังดี ไม่งั้นภารกิจของเขาไม่คืบหน้าแน่ๆ
“น้องอยากดูแลสัตว์แปลกขนาดนั้นเลยหรือ ในเมื่ออนาคตน้องก็ต้องดูแลอยู่แล้วเหตุใดจึงรีบนัก นี่น้องอายุแค่5ขวบปีเท่านั้นเองหนา”นวลผกากล่าวด้วยใบหน้าสงสัย แม้จะรู้ว่าน้องของเธอมีฝีมืออยู่บ้าง แต่ก็ไม่อยากให้น้องต้องรีบทำงานนักเพราะถือว่ายังเด็กอยู่มาก
“พี่หญิงจะให้ผมทำอะไรล่ะครับ เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันก็ไม่มี ทุกๆ คนอายุมากกันมากแล้วไม่อยากมาเล่นกับผมหรอก ผมเอาเวลาไปอยู่กับพวกสัตว์แปลกดีกว่า”ทิศนั้นเป็นลูกโดดออกมาห่างจากพี่น้อง ไม่ใช่แค่พี่น้องในสายตรงแต่รวมถึงสายรองด้วยที่ไม่มีใครอายุพอๆ กับทิศเลย
คนพ่อพอได้ยินก็เข้าใจเพราะมันคือเรื่องที่ยากจะแก้ไข เพราะสุดท้ายลูกชายตัวเองก็ไม่ได้เกิดมาในยุคที่มีพี่น้องพร้อมเป็นเพื่อนเล่น ตัวของทิศคือลูกที่มาในช่วงที่ไม่ใช่ยุคของการเกิดของผู้คนในตระกูลจิตมิ่งขวัญ
“พี่เข้าใจแล้ว แต่ดูแลมัคสิระของพี่ให้ดีหนา พี่เองอาจจะไม่ได้มีเวลาไปเล่นกับน้องด้วย หวังว่ามัคสิระจะช่วยเจ้าคลายเหงาได้บ้าง”นวลผกานึกก็สงสารน้อง สุดท้ายน้องชายของเธอเติบโตมาโดยรายล้อมด้วยพี่น้องและคนใช้ แต่เห็นแบบนี้ก็ไม่ได้มีเพื่อนเลยสักคนเดียว แม้จะไปไหนมาไหนระหว่างตระกูลเยอะแต่ก็ไปเพื่อเรียนรู้ไม่ได้ไปเพื่อหาเพื่อนแต่อย่างใด
“ขอบคุณครับ”ทิศยิ้มรับ ในที่สุดเขาก็ได้ก้าวหน้าขึ้นมาบ้างแล้ว โดยที่แม้เจ้าหมอนทองจะพยายามช่วยแล้วแต่การจะก้าวหน้าได้ส่วนหนึ่งก็ต้องเกิดจากตัวของทิศด้วย
[ทำการประมวลผล]
[งูรากขิง (มัคสิระ) ]
ธาตุ:ไม้
ระดับ: 5
ความสามารถติดตัว: ปลูกรากพืช (ทำให้รากของพืชเจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น)
เครื่องเส้นไหว้รายเดือน: ปุ๋ยชีวภาพที่มีส่วนผสมของขิงเกิน10%
อัตราการซิงโครไนซ์ : 82%
ทิศมองไปที่งูตัวสีเขียวอมเหลืองที่มีธาตุหลักเป็นธาตุไม้ธาตุเดียว ตัวของมันไม่ได้ยาวเท่ากับหญ้าหวานที่เป็นงูธาตุแสง แต่เป็นตัวที่ใหญ่และดูอ้วนตัน
[เหงาหรือเจ้าคะ ข้าเองก็เล่นไม่เก่ง แต่ถ้าอยากให้ข้าช่วยอะไรก็บอกนะเจ้าคะ] มัคสิระคืองูที่นิสัยไม่เหมือนงู เพราะเธอมีความเจ้าเล่ห์น้อยมาก และมีมารยาทกว่าสัตว์แปลกประเภทงูตัวอื่นๆ เห็นได้จากความต่างของหญ้าหวานที่พูดแบบปกติในขณะที่มัคสิระจะสุภาพมากกว่า
“ผมเอาไปนอนด้วยได้ไหมครับ”ทิศยิ้มด้วยใบหน้าสดใส พลางขอพี่สาวเอางูตัวอ้วนกลมไปนอนด้วย
“มัคสิระมีกลิ่นแรง พี่ว่าน้องค่อยมารับมันในยามเช้าจะดีกว่าหนา”นวลผกาเกรงว่าน้องจะนอนไม่หลับเนื่องจากความไม่คุ้นกลิ่นที่แรงของสัตว์แปลกอย่างมัคสิระเอาได้เลยเอ่ยห้ามกับน้อง
“กลิ่นขิงไม่แรงสักหน่อย แต่ผมไปเอาพรุ่งนี้ก็ได้ครับ ผมจะเตรียมของก่อนด้วย”ทิศมองว่ากลิ่นขิงไม่ได้ร้ายแรงอะไรเขาสามารถทนได้อยู่แล้ว แต่เพราะอยากเตรียมของไว้ก่อนเลยยอมให้พี่สาวไป
หลังจากนั้นพวกเขาก็ทานอาหารกัน พอจบมื้อทุกๆ คนก็แยกย้ายไปทำสิ่งที่ตนเองอยากกัน ทิศเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่วิ่งวุ่นเข้าออกห้องสมุนไพรกับห้องนอนตนเอง และเป็นภาพที่เหล่าสาวใช้มองจนชินตาเสียแล้ว