โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

คุณพ่อยอดอัจฉริยะ

นิยาย Dek-D

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 07.45 น. • เผยแพร่ 05 พ.ค. 2563 เวลา 00.16 น. • Maou Mena
เกวิน จอมเวทย์หนุ่มอัจฉริยะปลีกตัวมาขายน้ำเต้าหู้ กระทั่งรู้ว่าตัวเองมีลูกสาว! เเต่เเม่หนูน้อยอาจอยู่ได้ไม่ถึงห้าขวบ ในฐานะพ่อ เขาต้องทำอะไรสักอย่าง

ข้อมูลเบื้องต้น

สิ่งที่เกวินภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตของเขาไม่ใช่การพิชิดโลกเวทมนตร์ แต่คือการได้พบเอริส ลูกสาวตัวน้อยที่เป็นแก้วตาดวงใจของเขา แต่พระเจ้าช่างโหดเหี้ยม เขาอุตส่าห์ช่วยโลกเอาไว้แต่ลูกสาวของเขากลับอาจมีชีวิตอยู่ไม่ถึงห้าขวบ?

บ้าบอสิ้นดี! คำพูดของพวกหมอน่ะเหรอ แล้วมันจะทำไม ฉันคือใคร ฉันคือเกวิน! มหาจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ อัจฉริยะหลายแขนงผู้แหกกฎสามัญสำนึก

อาการป่วยที่ไม่ทราบที่มา พ่อจะรักษาให้ลูก เบื่ออาหาร? พ่อจะทำอาหารที่อร่อยที่สุดให้ลูกทานทุกมื้อ ลูกอยากได้สวนสนุกงั้นเหรอ? พ่อก็จะสร้างให้ ทุกอย่างที่ดีที่สุดจะต้องเป็นของลูกเท่านั้น! แม้ว่าพ่อจะต้องยกโลกเวทมนตร์มาที่นี่ก็ตาม

นิยายโลกปัจจุบันที่ผสมโลกของเหล่าจอมเวทย์กับโลกใต้ดินมาอยู่ที่นี่แล้ว ความอบอุ่นของครอบครัว ความรักของหนุ่มสาว ฉากแอดชั่นแฟนตาซีอลังการ ตลกเฮฮาสบาย ๆ ขอแนะนำให้คุณได้ลองชิมด้วยตาของคุณเองได้ใน

คุณพ่อยอดอัจฉริยะ

เกวิน จอมเวทย์หนุ่มอัจฉริยะปลีกตัวมาขายน้ำเต้าหู้ กระทั่งรู้ว่าตัวเองมีลูกสาว! เเต่เเม่หนูน้อยอาจอยู่ได้ไม่ถึงห้าขวบ ในฐานะพ่อ เขาต้องทำอะไรสักอย่าง

นักเขียนเป็นผู้ถือครองลิขสิทธิ์ของภาพนี้100% ไม่อนุญาตให้นำไปใช้ในกรณีใดทั้งสิ้นโดยไม่ได้รับอนุญาต ยกเว้นการโปรโมทเเละรีวิว

Fanart จากนักอ่านที่น่ารักครับ

ปักมุดตอนพิเศษ

ตอนพิเศษคาเรีียท์114-123

ตอนพิเศษเอริส 374-381

ตอนพิเศษเซอร์เกต 778-783

ตอนพิเศษออริิจิ้น 1143-1254

สามารถสั่งซื้อรูปเล่มของคุณพ่อยอดอัจฉริยะได้เเล้วที่เเฟนเพจ Maoumena ราคา419บา่ท(รวมค่าส่ง) มีบริการเก็บเงินปลายทาง

MaouMena

บทนำ(+เเนะนำตัวละครเเละระดับพลัง)

เมื่อหกปีก่อน มีผู้คนมากมายหายสาบสูญไปอย่างปริศนา สามปีต่อมาพวกเขาได้กลับมาแล้วเล่าให้ฟัง ว่าตนได้ไปใช้ชีวิตในโลกเวทมนตร์ โลกที่เต็มไปด้วยสัตว์วิญญาณ อสูรและภูติ

ที่นั่นมีศาสตร์เวทหลายแขนงให้เลือกเรียน สมุนไพรและวัตถุที่สามารถยกระดับฝีมือของเหล่าจอมเวทได้อย่างง่ายดาย ทุกคนสามารถใช้เวทมนตร์ได้อย่างอิสระ ไม่เหมือนโลกของพวกเราที่มีเพียงคนกลุ่มน้อยเท่านั้นที่ใช้ได้และเป็นสังคมเบื้องหลังที่ไม่เปิดเผยต่อโลกภายนอก

ทว่า ในบรรดาจอมเวทที่ได้ไปอีกโลกหนึ่ง มีมหาจอมเวทผู้หนึ่งที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นสัตว์ประหลาด เป็นผู้เหี้ยมโหดที่ฆ่าคนตาไม่กระพริบ ซัดมหาเวทย์เปลี่ยนภูมิประเทศได้เป็นว่าเล่น จอมเวทนับแสนต้องเกร็งกลัวเขา เขามักปรากฏตัวพร้อมหน้ากากปีศาจและอักขระเลือด จึงได้สมญานาม[อาชูร่า] จอมเวทอสุรา

ทว่า กลับไม่มีใครล่วงรู้ว่าอาชูร่าอยู่ที่ไหนในโลกปัจจุบัน ว่ากันว่าเขาตายไปแล้วในศึกสุดท้ายกับเทพอสูร ติดอยู่ในช่องว่างมิติและกลับมาไมได้ หรือกำลังแอบฝึกฝนเพื่อรอวันประกาศชื่อในโลกนี้อีกครั้ง!

แต่ใครจะรู้ ว่าความจริงแล้วเขาแค่ไปเลี้ยงลูก..

แนะนำตัวละคร

เกวิน คาลอส อายุ:26ปี

ความเชี่ยวชาญ:เวทมนตร์เสริมพลัง,เวทมนตร์ประดิษฐ์,อาหารอายุยืน,การทำนาย,ค่ายกล,ดนตรี,การฝึกสัตว์,การหาสมบัติ เเละอื่น ๆ อีกมากมาย เเต่ก็มีหลายสิ่งที่เขาไม่ถนัดเเละเกลียดมากเช่นกัน

ประวัติ:หนึ่งในคนที่หายสาบสูญไปอยู่โลกเวทมนตร์ เขาไม่ได้เกิดมาในตระกูลจอมเวทย์ทำให้เขาเริ่มต้นได้ช้ากว่าคนอื่น แต่พอถึงช่วงบทสรุป เขากลับเป็นหนึ่งในจอมเวทย์ที่แข็งแกร่งและโหดเหี้ยมที่สุด ชื่อเสียงของเขาละบือไปทั่วแดนเวทมนตร์ เขากลับมาช้ากว่าคนอื่นก่อนจะรู้ว่าตัวเองมีลูกสาว

เอริส คอฟอร์ด(คาลอส) อายุ: 3ขวบ

ความเชี่ยวชาญ: -

ประวัติ:ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของบ้านตระกูลคอฟอร์ด เกิดมาจากความไม่ตั้งใจของพ่อและแม่ แต่ตัวตนของเธอไม่ได้โดนปฏิเสธแถมมีแต่คนรักและหวนแหน น่าเสียดายเพราะอาการป่วยประหลาดอาจทำให้เด็กน้อยมีชีวิตที่ไม่ยืนยาว

คาเรียท์ คอฟอร์ด อายุ:27ปี

ความเชี่ยวชาญ:จอมเวทย์น้ำแข็ง,การวิเคราะห์,เครื่องดื่ม

ประวัติ:ลูกสาวคนโต คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลคอฟอร์ด หนึ่งในผู้หายสาบสูญไปยังโลกเวทมนตร์ รู้จักเกวินมานานตั้งแต่สมัยเขายังเป็นนักเวทย์ฝึกหัด เป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ที่สนิทกันมากแต่กลับพัฒนาจนกลายเป็นคู่รักในช่วงหนึ่งเดือนก่อนศึกสุดท้าย พอกลับมายังโลกเดิมเธอพบว่าตัวเองท้องและให้กำเนิดเอริส

เคิร์ท คอฟอร์ด อายุ:25ปี

ความเชี่ยวชาญ :สานสัมพันธ์

ประวัติ:ลูกชายคนรอง คุณชายแห่งตระกูลคอฟอร์ด ถูกวางตัวให้เป็นผู้สืบทอดตระกูลคนต่อไป แต่เขามีนิสัยชอบเที่ยวเล่นไปทั่ว เปลี่ยนผู้หญิงใหม่เดือนละครั้ง แถมไม่ค่อยเอางานเอาการที่บริษัท แต่เป็นคนดีและเป็นน้าชายที่สมบูรณ์แบบ! ชอบคนดังและคนที่มีความสามารถเจ๋ง ๆ

โฮลี่ คอฟร์ด อายุ:22ปี

ความเชี่ยวชาญ:ดนตรี,ร้องเพลง,การแสดง,ประสาทรับรส

ประวัติ:ลูกสาวคนเล็ก คุณหนูเล็กแห่งตระกูลคอฟอร์ด ปัจจุบันเป็นนักศึกษา ชอบการแสดงและร้องเพลงแม้พ่อกับแม่จะไม่เห็นด้วยเลยก็ตาม นอกจากนี้ยังชอบชิมอาหารเป็นชีวิตจิตใจ เธอแสดงอาการต่อต้านเกวินอยู่เสมอ เพราะคิดว่ามีผู้ชายมากมายที่เหมาะสมกับพี่สาวมากกว่า แต่เธอไม่สามารถต้านทานอาหารและทักษะเพลงของเขาได้

เฟคเกอร์ อายุ:27ปี

ความเชี่ยวชาญ:เวทย์เสริมความเร็ว,ความเเม่นยำ,อาวุธหลายชนิด

ประวัติ:คุณชายจากตระกูลผู้ทรงอิทธิพลของประเทศคัง เเต่เพราะต้องการชดใช้หนี้ของเพื่อนรักทำให้ต้องย้ายถิ่นบานมาปกป้องเอริสเเละคาเรียท์จนถึงขั้นต้องตัดความสัมพันธ์กับพ่อ เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งของเกวิน เขาติดหนี้เกวินมากมาย ส่วนเกวินก็คิดว่าตัวเองติดหนี้เขามหาศาลไม่เเพ้กัน

ตัวละครสำคัญจะได้รับการอัพเดตตามเนื้อเรื่อง

ระดับพลังของจอมเวทย์ผู้ใช้มนตรานักเวทย์ ระดับ1-10จอมเวทย์ ระดับ1-10มหาจอมเวทย์ ระดับ1-10ราชาจอมเวทย์ ระดับ1-10จักรพรรดิจอมเวทย์ ระดับ1-5ก่ึงเทพ ระดับ1-5เทพ ระดับ1-5พระเจ้า ระดับ1-5ประเภทของสัตว์เวทสัตว์เวท สัตว์มายา สัตว์วิญญาณ สัตว์อสูร สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ สัตว์เทพประเภทของสมบัติวิเศษสมบัติวิเศษ(ธรรมดา) ระดับ1-10ของต้องสาป ระดับ1-10สมบัติวิญญาณ ระดับ1-10วัตถุดิบเวทมนตร์ ระดับ1-10ระดับของเวทมนตร์เวทมนตร์พื้นฐาน ระดับ1-2เวทมนตร์ ระดับ1-3เวทมนตร์ธาตุ ระดับ1-10เวทมนต์ต้องสาป ระดับ1-10เวทมนตร์วิญญาณ ระดับ1-10มหาเวทย์ ระดับ1-10

ตอนที่1:คนขายน้ำเต้าหู้เกรดพรีเมี่ยม

ณ ถนนสายหนึ่งในเมืองใหญ่ ที่นี่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายสัญจรไปมาอย่างบ้าคลั่ง มีตั้งแต่คนไปทำงาน นักเรียนนักศึกษาตั้งแต่ประถมยันมหาวิทยาลัย ผู้คนย่อมหมายถึงโอกาสทางธุรกิจ ตลอดเส้นทางจึงมีคนมากมายตั้งร้านแผงลอยเพื่อตอบสนองความต้องการของคนที่เดินไปมา

ท่ามกลางร้านแผงลอยทั้งหลายที่ส่วนใหญ่มักเป็นชายหญิงวัยกลางคน มีชายหนุ่มผู้หนึ่ง เขาดูอายุไม่มาก หน้าตาก็ออกจะหล่อเหลา รูปร่างก็ดีทำให้ผู้หญิงหลายคนชอบมองมาที่เขา ผู้คนได้แต่สงสัยว่า หมอนี่มาขายน้ำเต้าหู้ตรงนี้ทำไม? ทำไมไม่ไปเป็นนายแบบ

เกวินขายน้ำเต้าหู้อยู่ตรงนี้มาสามเดือนแล้ว มันเกิดจากการที่เขาใช้ชีวิตอยู่ไปวัน ๆ อย่างเรื่อยเปื่อยและไม่มีอะไรทำ เลยได้รับคำแนะนำจากคนรอบ ๆ ให้เขาทำน้ำเต้าหู้ขาย น้ำเต้าหู้ทำไม่ยากและสามารถขายออกไปได้อย่างรวดเร็ว

ในช่วงแรก เกวินต้องตบตีในการแย่งลูกค้าของคู่แข่งทางธุรกิจ แต่เขาก็สามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้ด้วยคุณภาพของน้ำเต้าหู้ เขาจะไม่เพิ่มน้ำเปล่าให้คุณภาพของน้ำเต้าหู้ลดลง แถมยังใช้วัตถุดิบคุณภาพ ผนวกกับส่วนผสมพิเศษ มันทำให้เขาเป็นที่รักของคนวัยทำงานและเหล่านักเรียนที่รีบเดินทางในชั่วโมงเร่งด่วน

แน่นอนว่าส่วนผสมพิเศษไม่ใช่ยาเสพติด มันคือถั่วเหลืองที่เอามาใช้ทำน้ำเต้าหู้นั่นแหละ แต่เป็นถั่วเหลืองจากต่างโลกน่ะนะ

เกวินมีประสบการณ์ไปใช้ชีวิตอยู่อีกโลกอยู่พักใหญ่ ๆ และเขาสามารถนำสิ่งของจากโลกเวทมนตร์กลับมาได้นิดหน่อย เพื่อจะได้เอาชนะคู่แข่งทางธุรกิจ เขาเลยต้องนำคลังสมบัติออกมาใช้นิด ๆ หน่อย ๆ วัตถุดิบจากโลกเวทมนตร์เป็นของมีคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นสารอาหารหรือรสชาติ ถั่วเหลืองจากโลกนี้ก็ไมอาจเทียบเคียงได้

นี่คือน้ำเต้าหู้ที่ทำจากราชาแห่งถั่วเหลืองเชียวนะ! มันทำมาจากถั่วเหลืองจากโลกเวทมนตร์ มีสรรพคุณส่งเสริมผิวพรรณให้สวยงามและสุขภาพดี

เกวินอยากเขียนโฆษณาคำโต ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้า แถมอยากมีข้ออ้างในการเพิ่มราคาให้เกินจริงสักสี่เท่า แต่ขืนทำจริงมีหวังโดนหาว่าบ้าและโดนโทรให้กรมอาหารและยามาตรวจสอบ คงจะขำไม่ออก

“พี่ชายสุดหล่อ ขอน้ำเต้าหู้ใส่แมงลักเยอะ ๆ สองถุง น้ำขิงหนึ่งถุง ปาตั้งโก๋สิบเซน*อย่างด่วนนะคะ”

“ได้เลยคนสวย”

“พี่ชาย!ผมขอน้ำเต้าหู้งาดำสองถุง ซาลาเปาทอดไส้นมข้มสองชิ้น อย่างด่วนเลย ผมจะไปที่ทำงานสายแล้ว”

“สักครู่!”

“พ่อหนุ่ม ร้านของเธอมีลูกค้าเยอะไม่เลว สนใจรับสมัครลูกจ้างไหม”

“ผมยังหนุ่มยังแน่น ยุ่งกว่านี้ผมคนเดียวก็ไหวครับ” เกวินยิ้มให้ชายชรา มือของเขาจับกระบวยตักน้ำเต้าหู้มัดใส่ถุงอย่างคล่องแคล่วและรวดเร็ว อย่างตรงหน้าดูไปแล้วก็มหัศจรรย์ราวกับว่าเขาเป็นสุดยอดเถ้าแก่น้ำเต้าหู้มาเป็นสิบปี แต่ความจริงเขาหัดทำเช่นนี้แค่เดือนเดียวเท่านั้น

นอกจากคุณภาพของน้ำเต้าหู้แล้ว เกวินยังตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เร่งรีบที่จะเดินทาง เขาสามารถแจกน้ำเต้าหู้ของลูกค้าสิบคนได้ภายในเวลาไม่กี่นาที มันทำให้ลูกค้าไม่ต้องรอนาน พวกเขาสามารถรับประทานอาหารเช้าได้โดยไม่ต้องกลัวต่อแถวนานได้เมื่อมาเป็นลูกค้าร้านนี้

‘ธุรกิจของฉันไม่เลวจริง ๆ อีกสักเดือนคงไม่ต้องใช้ถั่วเหลืองจากต่างโลกแล้ว’เกวินคิดในใจ เมื่อมีลูกค้าประจำมากพอ จะผิดอะไรถ้าลดคุณภาพของวัตถุดิบนิด ๆ หน่อย ๆ หึหึหึ

เกวินขายตั้งแต่หกโมงเช้าจนแสงอาทิตย์เริ่มร้อนขึ้นเรื่อย ๆ พอเก้าโมงลูกค้าก็น้อยลง น่าเสียดายที่วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ลูกค้าที่เป็นนักเรียนไม่ออกมา ทำให้เหลือน้ำเต้าหู้ไว้ประมาณหนึ่งที่ขายไม่หมด

“เริ่มเก็บร้านดีกว่า” เกวินยืดแขนให้สุดแล้วบิดขี้เกียจ เขาเริ่มเก็บพวกเครื่องปรุงและอุปกรณ์ให้เป็นระเบียบ แต่ถึงกระนั้นกลิ่นของน้ำเต้าหู้ที่เหลือก็ยังคงกระจายไปตามท้องถนน มันได้นำพาไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่..

ภายในรถหรูคันหนึ่ง

“น้าฮอลลี่เอริสอึดอัด เปิดหน้าต่างให้หนูได้ไหม” เด็กหญิงตัวน้อยวัยสามขวบครึ่งมีสีหน้าไม่ค่อยดีนัก นั่นทำให้น้าสาวอายุยี่สิบต้น ๆ รู้สึกไม่ดีนัก หลานสาวของเธอสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง มันทำให้เธอกลัวเหลือเกิน

“หลานรัก แต่อากาศข้างนอกไม่ค่อยดีนะ น้าว่าอย่าเปิดหน้าต่างเลยดีกว่า”

“เอริสอยากเปิดหน้าต่าง”

“คุณหนูฮอลลี่ครับ ที่จริงอากาศแถวนี้ก็ไม่เลว เปิดรับอากาศข้างนอกสักพักให้ท่านหญิงน้อยน่าจะเป็นความคิดที่ไม่เลว” คนขับรถเอ่ยขึ้น

“ก็ได้” ฮอลลี่อนุญาตก่อนที่คนขับจะกดปุ่มลดกระจกลง อากาศจากภายนอกเข้ามาภายในตัวรถทำให้เด็กหญิงตัวน้อยได้สูดดมกลิ่นจากโลกภายนอก มันแตกต่างจากอากาศภายในคฤหาสน์โดยสิ้นเชิง แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือกลิ่นหอมเย้ายวนของน้ำเต้าหู้

“น้าฮอลลี่!หนูอยากกิน หนูอยากกิน” ดวงตาของเอริสลุกวาว เด็กน้อยแทบอยากปีนหน้าต่างออกไปให้รู้แล้วรู้รอด ฮอลลี่ถึงกับผงก น้ำเต้าหู้มันหอมจริง ๆ แม้แต่คุณหนูที่กินของดีมาทั้งชีวิตก็ยังถูกมันดึงดูด แต่พอคิดว่าคุณหนูมีอันจะกินแบบเธอต้องทานน้ำเต้าหู้แผงลอยข้างทางก็หน้าเขียวคล้ำลงเล็กน้อย

“เป็นกลิ่นที่ยอดเยี่ยมมาก!ตาเฒ่าคนนี้ไม่ได้กลิ่นน้ำเต้าหู้ที่หอมขนาดนี้มาหลายสิบปีแล้ว คุณหนูอย่าดูถูกอาหารแผงลอยเชียว บางครั้งของดีก็ชอบซ่อนอยู่ท่ามกลางสถานที่แบบนี้”

“ลุงหาที่จอดแล้วลงไปซื้อให้ฉันทีก็แล้วกัน”

“ทราบแล้วครับคุณหนู” ลุงคนขับรถหาที่จอดใกล้ ๆ แล้วเดินไปตามกลิ่นจนในที่สุดก็มาถึงร้านแผงลอยของเกวิน

“พ่อหนุ่ม สวัสดีตอนเช้า”

“สวัสดีครับ” เกวินตอบ

“น้ำเต้าหู้สองถุงราคาเท่าไหร่”

“ขอโทษด้วยครับ แต่ผมไม่ขายแล้ว”

“ทำไมถึงไม่ขายแล้ว?”

“ในเมื่อผมเก็บร้านแล้วผมก็จะไม่ขาย มันคือกฎของผม”

“พ่อหนุ่ม ฉันให้ราคาได้มากกว่านี้อีกสองเท่า”

“ขอโทษครับลุง มาใหม่วันพรุ่งนี้นะ” เกวินยิ้มให้ลุงคนขับรถแล้วเก็บร้านต่อโดยไม่สนใจ คนอื่นอาจหาว่าเขาบ้า!มีลูกค้ามาหาทำไมถึงไม่ขาย บ้าไปแล้วหรือ แต่นี่คือกฎที่เกวินตั้งไว้กับตัวเอง เขาจะทำงานก็ต่อเมื่ออยู่ในเวลางานเท่านั้น นอกเหนือจากนั้นต่อให้เอาเงินฟาดหัวก็อย่าหวังว่าเขาจะทำงาน

“พ่อหนุ่ม ฉันจ่ายให้สิบเท่า ขอน้ำเต้าหู้สองถุง”

“เพิ่มเป็นร้อยเท่าก็ไม่ขาย ผมปิดร้านแล้ว” เกวินปฏิเสธเสียงแข็งและเร่งความเร็วในการเก็บให้ไวขึ้น ลุงคนขับมองคนหนุ่มตรงหน้าแล้วสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนที่หนักแน่นอยู่พอสมควร อีกฝ่ายปฏิเสธทันควันเมื่อเขายื่นข้อเสนอที่ดีให้ แถมยังไม่เปลี่ยนสีหน้าอีกต่างหาก

เป็นคนหนุ่มที่น่าชื่นชม!

ลุงคนขับเดินกลับไปที่รถแล้วรายงานให้คุณหนูทราบ

“คุณหนูครับ เจ้าของร้านบอกว่าเขาปิดร้านแล้ว ไม่ยอมขายให้เรา”

“ว่าไงนะ?ก็แค่น้ำเต้าหู้ ทำไมถึงเรื่องมากนัก”

“เขาเป็นคนหนุ่มที่ค่อนข้างหนักแน่น เขาปฏิเสธผมทันทีที่บอกว่าจะจ่ายเพิ่มสิบเท่า แถมยังไม่เปลี่ยนสีหน้าเลยสักนิด”

“จ่ายมันไปอีกร้อยเท่า ก็แค่น้ำเต้าหู้ ถ้าหลานสาวของฉันไม่สนใจก็อย่าหวังว่าจะได้เกียรตินี้จากฉันเลย”

“ผมคิดว่าต่อให้พันเท่าเขาก็ไม่ขาย ตาเฒ่าคนนี้เจอคนมาหลายรูปแบบ มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นคนยังไง วันนี้คุณหนูคงต้องอดแล้วล่ะครับ”

“ฉันไม่เชื่อ!เอริสอยากกินอะไรก็ต้องได้กิน สองเดือนมานี้นี่เป็นครั้งแรกที่เอริสเอ่ยปากบอกว่าอยากกินอะไร ฉันให้อภัยตัวเองไม่ได้ถ้าแม้แต่หาน้ำเต้าหู้ให้หลานสาวกินไม่ได้” ฮอลลี่เปิดประตูแล้วมองไปยังหลานสาวที่กำลังเดินลงมาด้วย

“เอริสเป็นเด็กดี รอน้าอยู่บนรถนะ”

“เอริสอยากลงไปด้วย”

“ไม่ได้ ในเมืองมีคนไม่ดีอยู่มากมาย เป็นเด็กดี เชื่อฟังน้าและอยู่ใกล้ ๆ ลุงคนขับนะ” ฮอลลี่ปิดประตูและเดินไปยังร้านแผงลอย พอเห็นหน้าของเกวินเธอก็ตะลึงไปวูบหนึ่ง

‘คนขายน้ำเต้าหู้เกรดฟรีเมี่ยม’

เป็นเถ้าแก่น้ำเต้าหู้จำเป็นต้องหล่อขนาดนี้ด้วยเหรอ?

“อะแฮ่ม!เถ้าแก่ ขอน้ำเต้าหู้สองถุง”

“ฉันบอกคุณลุงเมื่อกี้แล้วว่าไม่ขาย” เกวินขมวดคิ้วตอบ

“หื่ม” ฮอลลี่คำรามในลำคอ เธอโดนปฏิเสธงั้นเหรอ?ขนาดเธอลดตัวมาซื้อเองก็ยังได้รับการปฏิบัติแบบนี้ น่าอดสูซะจริง

“ฉันต้องการน้ำเต้าหู้สองถุง หลานสาวของฉันต้องการมันมาก ฉันสามารถให้คุณได้เท่-“ ฮอลลี่หยิบแบงค์สีเทา

“ไม่ขาย ฉันปิดร้านแล้ว”

“นี่ น้ำเต้าหู้ถุงละห้าเซน สองถุงก็สิบเซนแต่ฉันจ่ายตั้งหนึ่งพันเซนเชียวนะ”

“ไม่ขายก็คือไม่ขาย ต่อให้เธอยกเงินล้านให้ฉัน ฉันก็ไม่ขาย” เกวินยังคงยืนยันหนักแน่น เขาจะไม่มีทางแหกกฎของตัวเองเป็นอันขาด ต่อให้ขุดเอาบรรพบุรุษเขามาพูดก็เปล่าประโยชน์

ฮอลลี่รู้สึกแปลกใหม่ เธอไม่เคยเจอคนที่หัวแข็งแบบนี้มาก่อน เสนอเงินขนาดนี้ก็ไม่เอา ไม่ไว้หน้าสาวสวยอย่างเธอเอาซะเลย มันทำให้เธอไม่พอใจ เป็นแค่เถ้าแก่น้ำเต้าหู้ ทำไมอวดดีได้ขนาดนี้!

“หนูอยากกิน หนูอยากกิน ๆ ๆ” เด็กหญิงตัวน้อยโวยวายอยู่ภายในรถ ดวงตาเล็ก ๆ จ้องมองไปยังแผงลอยร้านน้ำเต้าหู้ไม่วางตา กลิ่นหอมของมันค่อน ๆ จางลงกหลังจากอุณหภูมิค่อย ๆ ลดลง

“ท่านหญิงน้อย รอคุณน้าสักพักเดี๋ยวก็กลับมาแล้ว เป็นเด็กดีนะ”

“หนูอยากกินมัน เอริสอยากกินมัน” เอริสเริ่มน้ำตารื้น คุณลุงคนขับเริ่มแปลกใจ ท่านหญิงน้อยไม่เคยดื้อแบบนี้ ท่านหญิงน้อยเป็นเด็กเรียบร้อยและขี้อาย แต่ทำไมเพราะแค่อยากกินน้ำเต้าหู้ถึงได้ดื้อรั้นขนาดนี้?

“ท่านหญิงน้อยใจเย็น”

“เอริสอยากกินมันจริง ๆ นะ” เอริสทนไม่ไหว เด็กน้อยเปิดประตูเองแล้วผลักออกไป ลุงคนขับทำตาโต

‘แย่แล้ว’ฉับพลันต่อมาเอริสก็เดินลงบนพื้นแล้ววิ่งไปหาน้าสาว

“ท่านหญิงน้อย!” คุณลุงคนขับรถเปิดประตูออกไปในทันทีแล้ววิ่งไล่จับแม่หนูตัวแสบ เด็กน้อยทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ได้ทุกเมื่อ มันทำให้ชายชราปวดใจ

“หนูอยากกิน หนูอยากกินมัน”

“ท่านหญิงน้อยเป็นเด็กดีแล้วไปรอในรถกับปู่นะ”

“หนูอยากกิน!!” เสียงร้องของเด็กน้อยดังออกไปไกลจนได้ยินไปทั่ว พอสังเกตว่าเป็นเสียงของหลานสาวฮอลลี่ก็อุทานในใจว่าชิบหายแล้ว

“เอริส!โถ่ ๆ ๆ หนูจะออกมาทำไม ทำไมไม่เป็นเด็กดีและเชื่อฟังน้าอยู่ในรถ” ฮอลลี่วิ่งมาปลอบโยนหลานสาวตัวน้อย ใบหน้าร้องไห้ของหลานสาวทำให้เธอปวดร้าวหัวใจ เธออยากทำลายล้างสรรพสิ่งโดยรอบเพื่อระบายความเศร้าของเด็กคนนี้ในทันที

“อึก..หนูอยากกิน”

“ได้ ๆ น้าจะทำให้หนูกินให้ได้ แม้ว่าต้องใช้เงินฟาดหัวก็ตาม” ฮอลลี่ให้คำมั่น เพื่อปลอบโยนหลานสาวที่รัก เธอไม่ลังเลจะใช้เงินสักสองพันเซนเพื่อน้ำเต้าหู้สองถุง พอหันหน้ากลับมาก็พบว่าผู้ชายคนนี้เก็บร้านใกล้เสร็จแล้ว

เขาไม่ได้เห็นหัวเธอเลยสักนิด!

“นี่คุณ!หลานสาวฉันอยากกินน้ำเต้าหู้ของคุณมาก หลานสาวฉันไม่ได้เปิดปากขออะไรมานานหลายเดือนแล้ว ถือว่าเห็นแก่หน้าฉัน”

“หน้าของคุณมีดีอะไร” เกวินตอบโต้แทบทันที ทำเอาฮอลลี่ ลุงคนขับแล้วผู้คนโดยรอบทำหน้าเหยเกในทันที

ทำไมถึงพูดจาระห่ำเช่นนี้!

ฮอลลี่ถึงกับไปไม่เป็น เธอเป็นคุณหนูผู้ดี ใบหน้างดงามไม่แพ้นางแบบ ตั้งแต่หัวจรดเท้าใส่แต่ของมีราคา รัศมีก็ไม่ใช่หมูหมากาไก่ แต่ทำไมเธอถึงได้รับการปฏิบัติที่ไม่เห็นหัวกันขนาดนี้ แม้แต่ลุงคนขับก็ไม่เข้าใจ คนโดยรอบยิ่งไม่เข้าใจ

“ฉันยอมจ่ายสองพันเซน!เอาน้ำเต้าหู้มาให้ฉัน” ฮอลลี่ควักแบงค์สีเทาออกมาสองใบ

“ไม่ขาย” เกวินตอบปฏิเสธทันควัน

“นี่คุณ!อย่าให้มันมากนัก น้ำเต้าหู้สองถุงราคาสิบเซ็นฉันจ่ายตั้งสองพันทำไมไม่รับ เป็นพ่อค้าประสาอะไร” ฮอลลี่โวยวาย ทุกคนสนับสนุนความคิดของเธอ พวกเขามองเกวินและคิดว่าชายคนนี้โง่อะไรอย่างนี้ มิน่าหล่อออกขนาดนี้ถึงมาขายน้ำเต้าหู้

“ฉันตั้งกฎขึ้นมาปฏิบัติ ฉันต้องทำตามกฎของฉัน ถ้าฉันแหกกฎของตัวเอง งั้นฉันจะต้องกฏของตัวเองมาเพื่ออะไร” เกวินตอบพร้อมแสดงสีหน้าไม่เข้าใจ เขาก็แค่ไม่ขายในตอนนี้ วันพรุ่งนี้หกโมงเช้าก็มาขายที่นี่เวลาเดิม วันหยุดก็ไม่ได้แจ้ง ทำไมต้องกระเสือกกระสนอยากกินน้ำเต้าหู้ขนาดนี้

“สี่พัน ฉันให้สี่พัน คุณจะขายหรือไม่ขาย”

“เอาเงินมาหนึ่งล้านฉันก็ไม่ขาย” เกวินตอบปฏิเสธทันควันอีกครั้ง เงินมันก็แค่ของนอกกาย ถ้าเขาอยากได้เงินจริงคงไม่มาขายน้ำเต้าหู้เล่นหรอก เขาต้องเป็นผู้ชายที่หนักแน่น กฎที่ตัวเองสร้างขึ้นจะให้แหกมันได้ยังไง

“คุณมันบ้า!คุณมันเสียสติไปแล้ว” ฮอลลี่อยากจะระเบิดโทสะ ติดแค่ว่ามีหลานสาวอยู่ด้วย ไม่อย่างนั้นเธออดไม่ได้ที่จะด่ากราดออกไป

“คุณหนู โปรดระวังคำพูดคำจาด้วยครับ”

“หนูหิว..” น้ำเสียงอ่อนแอของเด็กน้อยดูน่าสงสารมาก มันทำให้เกวินเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าผู้หญิงคนนี้มีเด็กน้อยอยู่อีกคน

ใบหน้าจิ้มลิ้มของเธอน่าเอ็นดูมาก ดวงตาสีครามสดใส ผิวกายขาวผ่อง เส้นผมสีขาวสวยงามราวกับหิมะหาดูได้ยากดูคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ไม่เหมือนน้าสาวที่มีผมสีดำสนิท น่าจะเป็นเด็กผู้หญิงที่หน้ารักน่าเอ็นดูที่สุดที่เกวินเคยเห็นมาทั้งชีวิต

เกวินถูกเอริสดึงดูดสายตาในฉับพลัน ชายหนุ่มกับเด็กหญิงสบตากันและทำให้ทั้งคู่ตกอยู่ในห้วงภวังค์ เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน เขาถูกชะตากับเด็กคนนี้เหลือเกิน!

วูบ!

ดวงตาสีทับทิมของเกวินวูบไหวก่อนที่จะเห็นนิมิต อีกไม่นานเด็กคนนี้จะถูกลักพาตัวอย่างแน่นอน!!

“หนูหิว” เอริสร้องขอ

“ได้! ฉันจะให้หนูฟรี ๆ เอาไปทั้งหมดเลย”

“หา!” ฮอลลี่อึ้งจนอวัยวะภายในเกือบทะลักออกมาข้างนอก คุณลุงคนขับรถยิ่งเหวอเข้าไปใหญ่ คำชมของฉันล่ะ! ความหนักแน่นของเอ็งมันหายไปไหนกันพ่อหนุ่ม เอาความชื่นชมของฉันคืนมา

“นี่มันยังไง เมื่อกี้ยังบอกว่ายังไงก็ไม่ขายอยู่เลย ทีนี้จะกลับคำงั้นเหรอ”

“อย่าเข้าใจผิด!ฉันไม่ได้ขาย ฉันแค่แจกฟรี นี่ไม่นับ”

“นายนี่มันยังไงกันแน่”

“จะเอาหรือไม่เอา!” เกวินเริ่มอารมณ์เสีย เมื่อกี้รบเร้าอยากซื้อให้ได้ พอจะให้ฟรีดันไม่เอา คนรวยเข้าใจลำบากจริง ๆ

“ฉันจะซื้อมัน”

“ไม่ต้อง ฉันถูกใจเด็กคนนี้ หนูชื่ออะไรจ๊ะ?” เกวินยิ้มหวานให้เด็กน้อย

“หนูชื่อเอริส”

“เอริส ฉันจะให้น้ำเต้าหู้หนู แล้วจะแถมเครื่องรางนี่ให้ด้วย” เกวินยิ้มแล้วนำสายคล้องกุญแจมามอบให้เอริส แต่ฮอลลี่บ่ายตัวหนี

“เอริส หม่ามี้หนูบอกว่าอย่ารับของจากคนแปลกหน้า”

“มันสวยดี หนูอยากได้”

“เอริส เชื่อฟังน้านะเด็กดี”

“นะคะ นะคะคุณน้า”

“อา..อ้อนน้าอีกแล้ว ก็ได้ แต่พอกลับไปถึงบ้านแล้วต้องทิ้งมันนะเข้าใจไหม”

“อื้อ” เอริสพยักหน้าแม้จะไม่ค่อยเข้าใจอะไรก็ตาม เธอรับสายคล้องกุญแจมาแล้วมองดูก็พบว่ามันสวยดี เธอชอบมันและเริ่มยิ้ม เกวินก็พึงพอใจแล้วนำน้ำเต้าหู้ทั้งหมดบรรจุถุงอย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้นแล้วมอบให้คุณลุงคนขับ

ฮอลลี่ที่สนใจเอริสย่อมไม่สังเกต แต่คุณลุงคนขับเห็นชัดเจนว่าความเร็วและความแม่นยำของชายคนนี้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ไม่มีน้ำสักหยดหลุดรอดออกมาได้!ชายคนนี้แท้จริงแล้วอาจไม่ใช่คนธรรมดา

“คุณลุง ผมถูกใจเด็กคนนี้มาก ผมขอเตือนพวกคุณเอาไว้ อีกไม่นานอาจมีการลักพาตัวเกิดขึ้น แค่คุณอาจไม่พอ” เกวินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่ฮอลลี่ที่ไม่สนใจเขากลับได้ยินประโยคนี้เต็มสองหู

“ว่าไงนะ คิดว่าหลานสาวของฉันจะถูกลักพาตัวงั้นเหรอ นายกำลังแช่งเธอ!!”

“เปล่า ฉันแค่เตือนด้วยความหวังดี”

“คุณมีสิทธิอะไรมาบอกว่าหลานสาวของฉันจะถูกลักพาตัว ให้มันน้อย ๆ หน่อย ฉันจะไม่เสนอหน้ามาอยู่ต่อหน้าคุณอีก เอริสไปกันเถอะ น้ำเต้าหู้มันจะอร่อยสักแค่ไหนกันเชียว”

“คุณลุง ขอบคุณมากนะคะ” เอริสพนมมือกล่าวด้วยน้ำเสียงเบิกบาน เธอได้ของกินที่อยากได้แล้วแถมยังได้สายอะไรก็ไม่รู้สวย ๆ เด็กน้อยจึงยิ้มหวานต่อหน้าเกวินเป็นครั้งแรก มันทำให้ชายหนุ่มรู้สึกผลิบานในใจ มันเป็นความรู้สึกที่ชาตินี้ไม่เคยลิ้มรสมาก่อน

ถ้าไม่ใช่เพราะรู้รสนิยมตัวเองคงคิดว่าตัวเองเป็นโลลิค่อนไปแล้ว

“คุณลุง ผมรู้ว่าคุณไม่ใช่คนขับรถธรรมดา เชื่อผม อย่าประมาท รีบคนมาเสริมเยอะ ๆ ก็ดี”

“หืม ขอบคุณในความห่วงใย” ลุงคนขับรถแปลกใจแต่ไม่ถูกอะไรต่อมาก นี่มันสายมากแล้ว

เกวินแยกย้ายกับพวกเอริสและเก็บร้านต่อ จากนั้นเวลาก็ไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ตอนที่2:ลักพาตัว

ร้านแผงลอยของเกวินถูกเข็นมาเก็บที่ข้าง ๆ บ้านพัก บ้านพักที่นี่ไม่ได้ดูดีสักเท่าไหร่ มันค่อนข้างเก่าและรกแต่อยู่ได้สบาย ภายในห้องของเขาเรี่ยราดไปด้วยเสื้อผ้า ข้าวกล่อง ขวดพลาสติก บางครั้งก็มีหนูวิ่งไปมาในห้องอย่างเริงร่า

ถ้ามีคนอื่นมาเห็นคงต้องกรีดร้องให้กับห้องของเขา เพราะมันรกเหลือเกิน! ไม่มีความพยายามในการทิ้งขยะด้วยซ้ำ

เกวินในตอนนี้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการท่องอินเทอร์เน็ตเพื่อค้นหาเป้าหมายใหม่ ๆ เขาใช้ชีวิตอย่างว่างเปล่าเหลือเกิน วัยหนุ่มของเขาอุทิศให้กับการทำภารกิจที่โลกเวทมนตร์ไปแล้ว ตอนนี้เขาทำมันสำเร็จและกลับมายังโลกนี้อีกครั้ง แต่มันช่างว่างเปล่า เขาสูญเสียแรงจูงใจในการมีชีวิตอยู่ไป

เขาจึงต้องหามัน แต่เขาหามันมาหนึ่งปีแล้ว ถ้าไม่เพราะสนใจขายน้ำเต้าหู้เกวินคงใช้เวลาส่วนใหญ่ทิ้งไปกับการออกกำลังกายและท่องอินเทอร์เน็ต แต่วันนี้จิตใจของเขาไม่อยู่กับร่องกับรอยสักเท่าไหร่ เพราะภาพของเอริสสลักอยู่ในสมองของเขาอย่างไม่รู้ลืม

‘ทำไมถึงรู้สึกคุ้นเคยกับเด็กคนนั้นนักนะ’มันติดอยู่ในหัวของเขา เกวินไม่สามารถอธิบายได้ว่ามันคุ้นเคยยังไง ความรู้สึกเหมือนได้เจอเทพธิดาตัวน้อย เขาอยากกลายเป็นเทพพิทักษ์ของเธอจริง ๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เกวินอยากทำอะไรสักอย่างหลังจากกลับมายังโลกนี้

‘เด็กคนนี้ต้องโดนลักพาตัวแน่ หวังว่าคุณลุงคนนั้นจะเชื่อฟังเรา เพราะเราคงหวังแม่หนูคนนั้นไม่ได้’เกวินได้แต่ถอดถอนลมหายใจ ยังดีที่เขาได้ให้เครื่องรางติดตามให้เด็กน้อยคนนั้นไว้แล้ว ถ้าเอริสเสียขวัญ มันจะแจ้งเตือนผ่านสัมผัสพิเศษให้เขาในทันที

ปกติเกวินจะไม่ยุ่งเรื่องชาวบ้าน แต่เขาทำใจไม่ได้ที่เด็กคนนั้นต้องอยู่ในอันตราย

เกวินแช่อยู่หน้าคอมอยู่นานสองนาน สุดท้ายก็เวลาผ่านไปจนพกค่ำ ท้องฟ้าถูกแทนที่ด้วยความมืด แต่แสงสีของมหานครยังคงสาดส่องให้ท้องฟ้าไร้ซึ่งหมู่ดาว วันนี้ยังน่าเบื่อเหมือนอย่างเคย แต่คืนนี้อาจเป็นค่ำคืนที่ต่างออกไปเมื่อสัมผัสพิเศษตื่นขึ้น!

ดวงตาสีทับทิมเบิกกว้างและสะดุ้งขึ้นยืน

เอริสเสียขวัญแล้ว!

เกวินหลับตาตั้งสมาธิและค้นหาตำแหน่งของเอริสผ่านสายคล้องกุญแจที่เขามอบให้ ตำแหน่งของเด็กน้อยเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เธอกำลังถูกลักพาตัวไม่ผิดแน่

‘สุดท้ายลุงคนนั้นก็ไม่เชื่อเรา!’เกวินยกมือก่ายหน้าผาก เขาตัดสินใจวิ่งออกไปนอกห้องแล้วขับมอเตอร์ไซน์พุ่งออกสู่ถนนอย่างรวดเร็ว

กล้าทำร้ายเด็กที่ฉันคุ้มครองอยู่งั้นเหรอ พวกแกไม่ได้ตายดีแน่

อีกทางหนึ่ง

“อาการบาดเจ็บเป็นยังไงบ้าง”

“ตาแก่นั่นฝีมือไม่เลว เสียดาย พวกเราคนเยอะกว่า”

“ลูกพี่ ทำไมเราไม่เอาตัวสาวสวยคนนั้นมาด้วยล่ะ”

“เหอะ มองตาเอ็งก็รู้ว่าคิดอะไรอยู่ ไว้พาตัวนังเด็กนี่ไปส่งแล้วรีบเงินมาเมื่อไหร่แกค่อยไปซื้อกินก็แล้วกิน”

“โถ่ ลูกพี่ มันเทียบกันได้ที่ไหน ได้เล่นกับคุณหนูผู้ดีมันเทียบได้ยังไงกับโสเภณี ฮ่า ๆ ๆ ๆ”

“หึ ไอ้น้องระยำเอ้ย” ลูกพี่พูดตำหนิแต่มีรอยยิ้ม เห็นได้ชัดว่าไม่ได้รังเกียจจริง ๆ

“เราเฝ้ารอมาตั้งเป็นเดือน ในที่สุดก็มีโอกาสลงมือสักที” รองหัวหน้ากลุ่มเอ่ย

“ดีแล้วนี่! ในที่สุดก็จะได้บอกลางานน่าเบื่อนี่สักที”

“ลักพาตัวเด็กคนเดียว ได้ตั้งร้อยล้าน ไม่รู้ผู้ว่าจ้างคิดอะไรอยู่”

“บ่นอะไรมาก ได้เงินก็พอแล้ว”

“ถ้าฉันได้เงิน ฉันจะเที่ยวกลางคืนให้หนำใจ”

“ฉันจะเอาไปดี่มให้ราบคราบ”

“คิดแต่จะดื่ม”

“ไอ้ขี้เมาอย่างแกมีหน้าพูดด้วยงั้นเรอะ”

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ”

เสียงหัวเราะของเหล่าโจรลักพาตัวทำให้เด็กหญิงตัวน้อยตัวสั่นยิ่งกว่าเดิม เธอร้องไห้แต่ไม่มีเสียง มันมืดไปหมดแถมมีคนชั่วรายล้อมอยู่มากมาย เด็กน้อยไม่รู้ชะตากรรมของตัวเอง แต่เธอก็กวาดกลัว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกและก็ไม่ใช่ครั้งที่สอง แต่ทุกครั้งที่เกิดเรื่องแบบนี้ เอริสจะรู้สึกไม่ปลอดภัย

‘หม่ามี้ช่วยหนูด้วย ใครก็ได้ช่วยหนูด้วย’เอริสสั่นเทาไปด้วยความกลัวจับจิต ความเครียดครอบงำสมองของเด็กน้อยจนร่างกระตุก

“เฮ้ย ลูกพี่ เจ้าเด็กนี่กระตุกใหญ่เลยว่ะ”

“ปล่อยมันไป ไม่ตายก็พอ ผู้ว่าจ้างบอกแค่ส่งมันไปให้เท่านั้น”

“นังเด็กนี่หน้าตาไม่เลว ไม่อยากจะคิดว่าคนแม่จะแจ่มสะเด็ดขนาดไหน หุหุ”

“แม่ง ขนาดกับเด็กยังคิดแบบนั้นได้ เอ็งมันเกินเยียวยาแล้ว”

“ไม่ได้กับเด็กมันสักหน่อย!แค่อยากรู้ว่าคนแม่มีดีขนาดไหนเท่านั้นเอง”

“เฮ้ย เลิกพูด พาตัวเด็กมันลงรถก่อน”

“ครับลูกพี่” ชายลึกลับพากันลงจากรถแล้วทำทีจะอุ้มเอริสลงจากรถ แต่แม่หนูน้อยดันขัดขืน

“ปล่อยนะ! อย่าจับ เจ้าพวกคนชั่วร้าย”

“ฮ่า ๆ ตัวแค่นี้ก็รู้จักใช้คำแล้ว น่าจับตีก้นจริง ๆ ลูกพี่ ผมขอตีก้นนังเด็กนี่ได้ไหม”

“ที่จริงจะทำอะไรก็ได้ขอแค่อย่าตายก็พอ แต่ถ้าแกมีจิตสำนึกก็ไม่ควรรังแกเด็กสามขวบ” คิดรังแกเด็กสามขวบงั้นเหรอ ต่อให้ต่ำตมขนาดไหนก็ควรมีศีลธรรมมากกว่านี้นะ เข้าใจไหม แม้ว่าแกกับฉันจะเป็นโจรลักพาตัวก็ตาม

“ชิ”

“ปล่อยนะ!บอกให้ปล่อยไง”

“หนวกหูโว้ย! เดี๋ยวปั้ดจับทุ่มซะเลยนี่”

“อึก..” เอริสสะอึกก่อนที่ใบหน้าจะเหี่ยวหย่อนแล้วร้องไห้ออกมา เสียงแสบแก้วหูดังไปทั่วจนชายเลวต้องใช้ปากปิดให้มิด มันทำให้เด็กน้อยร้องไห้หนักกว่าเดิม

“แกทำบ้าอะไร อยากให้เด็กมันขาดอากาศตายรึไง”

“เสียงมันน่ารำคาญมากนะลูกพี่”

“ที่นี่ไม่มีใคร ให้มันร้องไห้ไป”

“ครับลูกพี่” ชายเลวยกมือออก เสียงร้องไห้ของเอริสดังก้องไปทั่วอีกครั้ง

“ฮือ! ฮือ!!หม่ามี้!หม่ามี้ช่วยหนูด้วย แง!!”

“บัดซบ ยัยเด็กนี่น่ารำคาญชิบ ถ้ายังไม่หยุดร้องฉันจะต้มแก”

“อึก..” เอริสกลั้นน้ำตาเอาไว้ก่อนจะบังคับให้พาเข้าไปยังโรงงานร้างแห่งหนึ่ง ฝุ่นและลมเย็น ๆ ทำให้ร่างกายของเด็กน้อยสะท้านแล้วไอไม่หยุด สร้างความรำคาญให้ชายเลวไม่หยุด

“ลูกพี่ เมื่อไหร่ถึงจะมีคนรับนังเด็กนี่ไป”

“ยังมีเวลาอยู่ แต่..เราจะเรียกเงินให้มากกว่านั้น”

“หือ?” ลูกน้องทั้งสามหันมามองหน้าลูกพี่ใหญ่

“เราดักรอตั้งหลายเดือน จะได้ค่าตอบแทนแค่ร้อยล้านได้ยังไง ใช่ไหมพี่น้อง!”

“ใช่แล้ว! ลูกพี่พูดถูก”

“ร้อยล้านมันจะไปพอได้ยังไง พวกเราล่วงเกินแม่มดน้ำแข็งเชียวนะ”

“ฉันจะติดตามลูกพี่ไปชั่วชีวิต”

“เอาล่ะ โทรหาตัวแม่ดีกว่า” จากนั้นลูกพี่ใหญ่ก็นำเบอร์โทรที่ติดตัวของเอริสมากรอกลงในโทรศัพท์และโทรออก

อีกทางหนึ่ง ณ คฤหาสน์คอฟอร์ด

สถานการณ์บนโต๊ะกำลังตึงเครียด ใบหน้าของฮอลลี่ซีดเซียวราวกับซากศพ ชายหนุ่มที่อายุมากกว่าเธอสักหน่อยทำมือสั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หญิงสาวผู้มีเส้นผมสีขาวหิมะที่อยู่ในตำแหน่งประธาน ใบหน้าของเธอเยือกเย็นแต่กลับงดงามดุจดั่งภาพสลัก บรรยากาศอันหนักอึ้งทำให้เธอปล่อยความเย็นเข้าปกคลุมคฤหาสน์ทั้งหลังโดยไม่รู้ตัว

“พี่..ฉัน..มันเป็นความผิดของฉัน” ฮอลลี่กล่าวสารภาพผิดเสียงสะอื้น

“บัดซบ! พวกมันต้องรอโอกาสมานานแล้วแน่ ๆ แต่ทำไมฉันไม่เคยเอะใจเลย!!” ชายหนุ่มทุบโต๊ะอย่างแรงด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด

“ใจเย็น..”

“จะให้ใจเย็นยังไงไหว! นั่นหลานรักของผมนะพี่”

“นั่นก็ลูกสาวฉัน”

ทั่วห้องถูกปกคลุมด้วยความเงียบอีกครั้งก่อนที่โทรศัพท์จะดังขึ้น แม่ของเอริสสูดลมหายใจแล้วมองเบอร์ที่ไม่รู้จักก่อนจะกดรับ

“ฮัลโหล”

“ฉันจะไม่พูดมาก ส่งเงินมาสามร้อยล้านภายในสี่ชั่วโมง ไม่อย่างนั้นนังเด็กนี่ตาย!”

“….”

“ว่าไง หรือพวกแกอยากให้นังเด็กนี่ตาย”

“สามร้อยล้านไม่ใช่เงินก้อนเล็ก เราต้องการเวลามากกว่านี้”

“ไม่สน!ถ้าภายในสี่ชั่วโมงฉันไม่เห็นสามร้อยล้าน นังเด็กนี่ตาย! อย่าแจ้งตำรวจ อย่าเรียกทหารมาช่วยด้วย ถ้าเรารู้ล่ะก็ ลูกแกไม่รอดแน่!”

“ฉันเข้าใจแล้ว ขอฉันได้ยินเสียงของลูกหน่อย”

“นังเด็กน้อย ร้องตะโกนดัง ๆ หน่อย”

“หม่ามี้!ช่วยหนูด้วย”

“แกได้ยินแล้วใช่ไหม!”

“เข้าใจแล้ว..ขอเวลาสักหน่อย อย่าทำอะไรวู่วาม”

“ได้ อ้อ..แม่มดน้ำแข็ง แกห้ามมา ให้น้องชายแกมาแทน เข้าใจไหม อีกสามชั่วโมงฉันจะแจ้งสถานที่อีกที ตู้ด” สายถูกตัดไป พร้อมกับความรู้สึกที่เหมือนมีน้ำแข็งมาเกาะกุมเข้าที่หัวใจของทุกคน

คาเทียร์แม่ของเอริสปลดปล่อยความโกรธออกมาจนแช่แข็งโทรศัพท์มือถือจนใช้งานไม่ได้ เคิร์ทผู้เป็นน้องชายลุกขึ้นยืนในบัดดล

“พี่สาว ไม่ต้องห่วงฉัน ฉันอาจชอบเที่ยวเล่นและไม่เอางานเอาการ แต่ฉันไม่อ่อนแอหรอกนะ”

“ติดต่อบริษัท รวบรวมเงินมาให้ได้มากที่สุด”

“พี่ เวลามีจำกัดมาก เรารวบรวมเงินก้อนโตขนาดนั้นในสามชั่วโมงไม่ได้!” ฮอลลี่กล่าวอย่างสิ้นหวัง

“โทรไปขอยืมเฟคเกอร์”

“ได้..ค่ะ”

“อย่าบอกพ่อแม่ เราต้องจัดการปัญหานี้ให้ได้ เอริสจะต้องปลอดภัย” คาเทียร์พูดเช่นนี้ไม่เพียงให้น้อง ๆ สงบจิตใจ แต่ยังปลอบโยนตัวเองอีกด้วย

หวังว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แต่เธอคงต้องผิดหวัง เพราะวันนี้จะต้องเกิดเรื่องขึ้นมากมายแน่นอน

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...