CIครึ่งหลังเปิดโครงการใหม่ ธุรกิจโรมแรมดีหนุนงบปี66
#CI #ทันหุ้น – CI ครึ่งปีหลัง เตรียมเปิด 3 โครงการใหม่มูลค่า 3,000-4,000 ล้านบาท ปักหมุดทำเลทอง เผยยังมี Backlog ในมือรอโอนถึงปี 2568 ด้านธุรกิจโรงแรมยังมีปัจจัยบวกต่อเนื่อง จากจำนวนนักท่องเที่ยวครึ่งปีหลังที่คาดว่าจะอยู่ที่ 27.39 ล้านคน เป็นผลดีต่อโรมแรมบริษัท รวมถึงผลการดำเนินงานในปีนี้ที่คาดว่าดีต่อเนื่อง
นายสงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ CI เปิดเผยว่าในช่วงที่เหลือของปีบริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างรอขายและรอโอน อาทิ โครงการคอนโดมิเนียม ดิ อิสสระ สาธร, โครงการบ้าน อิสสระ บางนา, โครงการ ทิวทะเลเวิลด์ ชะอำ-หัวหิน และ โครงการคอนโดมิเนียม ศศรา หัวหิน ที่คาดว่าจะทยอยโอนได้ตั้งเเต่ปลายปี 2566 ไปถึงปี 2568
โดยบริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) อยู่ราว 2,000 ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้ในปี 2566 ราว 1,000 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้ก็คาดว่าจะทำรายได้เติบโตตามเป้าที่คาดไว้ ล่าสุดบริษัทสามารถปิดการขายโครงการ อิสสระ เรสซิเดนซ์ พระราม 9 ซึ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยว 3 ชั้น ระดับอัลตราลักชัวรี่ ตั้งอยู่บนใจกลางเมือง ออกแบบโดยถ่ายทอดแนวคิดผ่านความเป็น Modern Tropical ที่ทำให้เกิดความรู้สึกอยู่สบายมีความเรียบง่ายตามวิถีของคนยุคใหม่ ราคาเริ่มต้นที่ 159 ล้านบาท
*ครึ่งหลังเปิด 3 โครงการ
ซึ่งในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่ทั้งแนวราบ และคอนโดมิเนียมราว 3 โครงการ คาดว่าจะใช้เงินลงทุนก่อสร้าง 3,000-4,000 ล้านบาท มีทั้งโครงการในกรุงเทพฯ ย่านกรุงเทพกรีฑา ภูเก็ต และหัวหิน และล่าสุดบริษัทยังมีโครงการที่กำลังแล้วเสร็จ อาทิ คอนโดมิเนียมพักตากอากาศ Low Rise สูง 4 ชั้น 5 อาคาร จำนวน 110 ยูนิต ตั้งอยู่บริเวณชายหาดเขาตะเกียบ ซอยอ่าวหัวดอน 5
ขณะที่ธุรกิจโรงแรม ทั้งในหัวหินและภูเก็ต ปัจจุบันอัตราการจองและเข้าพักที่สูงขึ้น เนื่องจากกลุ่มนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มมีการเดินทางมากขึ้นจากสถานการณ์ โควิด-19 ที่ลดลง ทั้งภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจผ่านโครงการต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา คาดว่าภาพรวมผลการดำเนินงาน บริษัทในปีนี้น่าเป็นไปในทิศทางที่ดี
*โลว์ซีซันแต่ยังคึกคัก
ปัจจุบันเข้าสู่ไตรมาสที่ 3/2566 ถือว่าเป็นช่วงโลว์ซีซัน ของธุรกิจโรงแรม แต่อัตราการเข้าพักยังอยู่ในระดับสูงราว 70-80% และคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 4/2566 ไปจนถึงปลายปี 2567
โดยครึ่งปีแรกที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยประมาณร้อยละ 63.5 เทียบกับช่วงเดียวกัน ก่อนการระบาดของโควิด-19 ในปี 2562 และนักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้ามาที่ไทยแล้วกว่า 13 ล้านคน เพิ่มขึ้นมากกว่า 5 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ มาเลเซีย จีน อินเดีย เกาหลีใต้ และเวียดนาม ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 48.6 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด และนักท่องเที่ยวที่มีอัตราการขยายตัวมากที่สุด ได้แก่ นักท่องเที่ยวมาเลเซีย ในขณะที่นักท่องเที่ยวอินเดียลดลง รวมถึงนักท่องเที่ยวจากจีน และนักท่องเที่ยวจากเวียดนาม
กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬายังคงเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติ ครึ่งปีหลัง 2566 ที่ 27.39 ล้านคน โดยคาดการณ์ว่าเดือนกรกฎาคม 2566 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ จำนวน 2.29 ล้านคน จากปัจจัยต่างๆ ที่ยังคงสัญญาณที่ดีต่อการเติบโตของนักท่องเที่ยว และคาดว่าสัปดาห์หน้า นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเดินทางเข้าไทย ราว 500,000 คน จากตลาดอาเซียน เอเชียตะวันออก และยุโรป เป็นหลัก
ขณะที่โรงแรมในกรุงเทพฯ ช่วงที่ผ่านมา ก็ยังมีอัตราการเข้าพักที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง 70-80% เนื่องจากปัจจุบันมีการเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มมากขึ้นโดยโรงเเรมในกรุงเทพฯ มีสัดส่วนลูกค้าต่างชาติราว 30-40% ส่วนธุรกิจโรงแรมในเชียงใหม่และหัวหินปัจจุบันถือว่าจำนวนการเข้าพักชะลอตัวลง เนื่องจากกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักเป็นชาวไทยกว่า 80% ซึ่งปัจจุบันนิยมการไปท่องเที่ยวต่างประเทศ