โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่ใจสลายร้อง‘ปวีณา’ รพ.ทำคลอดลูกเสียชีวิต ฝากเป็นอุทาหรณ์สูญเสียรายสุดท้าย

แนวหน้า

เผยแพร่ 05 ต.ค. 2566 เวลา 17.00 น.

แม่ใจสลายร้อง‘ปวีณา’ รพ.ทำคลอดลูกเสียชีวิต ฝากเป็นอุทาหรณ์สูญเสียรายสุดท้าย

6 ตุลาคม 2566 นางสาวแซน (นามสมมุติ) เดินทางจาก จ.นราธิวาส มาที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เพื่อขอให้นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือกรณีโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.นราธิวาส ทำคลอดลูกตนเองเสียชีวิต

นางสาวแซน กล่าวว่า ตนท้องลูกคนที่ 3 มีกำหนดคลอดวันที่ 26 ส.ค.66 จากการอัลตร้าซาวด์ แพทย์บอกเป็นเด็กผู้ชายตัวใหญ่ แข็งแรงดี ต่อมาวันที่ 11 ส.ค.66 ตนได้ไปพบแพทย์ตามนัดก่อนคลอด ตรวจพบว่ามีภาวะความดันโลหิตสูง และเป็นเบาหวาน แพทย์จึงให้นอนแอดมิทเพื่อดูอาการเพราะความเสี่ยงต่อแม่และลูกในครรภ์ จนวันที่ 14 ส.ค.66 พยาบาลได้ให้ยากระตุ้นคลอด 3 ครั้ง จากนั้นเวลา 22.00 น. ตนเริ่มปวดท้องพยาบาลมาดูพบว่ามดลูกเปิด 2 ซม. กระทั่งเที่ยงคืนเข้าวันที่ 15 ส.ค.66 ปวดท้องหนักขึ้นพยาบาลมาดูอีกครั้งพบมดลูกเปิด 7 ซม. จึงได้พาเข้าห้องคลอด

ทั้งนี้ ภายในห้องคลอดมีพยาบาลอยู่ 2 คน ไม่มีแพทย์มาทำคลอด พยาบาลทำคลอดกันเอง แต่เนื่องจากเด็กตัวใหญ่ทำให้หัวไหล่ติดออกไม่ได้ พยาบาลจึงไปตามแพทย์เวรมาดู และมีการกรีดช่องคลอดนำเด็กออกมา เด็กมีน้ำหนักถึง 4,230 กรัม และมีชีพจรอ่อน แพทย์จึงได้ให้ออกซิเจนและทำการปั๊มหัวใจอยู่ประมาณ 40 นาที แพทย์แจ้งว่าจะส่งตัวเด็กไปรักษาต่อที่อีกโรงพยาบาล และได้ปั๊มหัวใจต่ออีก 5 นาที ลูกได้เสียชีวิตลงในเวลา 03.20 น. จากนั้นโรงพยาบาลแรกได้ส่งตัวตนไปรักษาต่อที่อีกโรงพยาบาล เนื่องจากอุปกรณ์การแพทย์ไม่เพียงพอ โดยแพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตของลูก จากภาวะขาดออกซิเจนอย่างรุนแรงในทารกแรกเกิด ซึ่งลูกคนนี้เป็นลูกคนที่ 3 และขณะนี้ทางโรงพยาบาลยังไม่ออกมารับผิดชอบที่ทำคลอดลูกตนเองเสียชีวิต

ขณะที่นางปวีณา ได้ช่วยประสาน นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ หัวหน้าที่ปรึกษาระดับกระทรวง (นพ.ทรงคุณวุฒิ ระดับ 11) และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์ชัยวัฒน์ พัฒนาพิศาลศักดิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส จนได้รับการอนุมัติเงินกรณีคลอดลูกเสียชีวิต 4.5 แสนบาท เป็นส่วนของแม่ 9 หมื่นบาท และส่วนของลูก 3.6 แสนบาท ตอนนี้ตนและครอบครัวก็ยังทำใจไม่ได้ ฝากเป็นอุทาหรณ์ ขอให้ครั้งนี้เป็นรายสุดท้ายที่ต้องสูญเสียลูก ไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับใครอีก และขอให้โรงพยาบาลปรับปรุงให้ดูแลคนไข้อย่างรวดเร็ว ให้มีหมอสูตินารีเวชมาทำคลอด ไม่ใช่มีเฉพาะพยาบาล เมื่อมีเหตุฉุกเฉินก็ไม่สามารถตัดสินใจเองได้ และเคสนี้ไม่ใช่เคสแรกที่มาขอความช่วยเหลือทางมูลนิธิปวีณาฯ ซึ่งอยากให้ทางโรงพยาบาลใส่ใจกับการทำคลอดให้มากกว่านี้

-005

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...