โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

5 สิ่งที่ต้องเช็คก่อนที่จะซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามือสอง ต้องเช็คอะไรบ้างมาดูกัน

AutoFun Thailand

อัพเดต 19 ธ.ค. 2566 เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2566 เวลา 12.06 น. • Superbom
ปัจจุบันวงการรถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV เติบโตอย่างมาก ในประเทศไทย โดยปีที่ผ่านมายอดการซื้อรถ EV เพิ่มขึ้นมากกว่าหนึ่งเท่าตัว ส่งผลให้จำนวนรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดเพิ่มอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดรถไฟฟ้ามือสอง ที่

ปัจจุบันวงการรถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV เติบโตอย่างมาก ในประเทศไทย โดยปีที่ผ่านมายอดการซื้อรถ EV เพิ่มขึ้นมากกว่าหนึ่งเท่าตัว ส่งผลให้จำนวนรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดเพิ่มอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดรถไฟฟ้ามือสอง ที่เริ่มมีมาในตลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ วันนี้เราจะมาแนะนำดูรถไฟฟ้ามือสองว่าหลัก ๆ ต้องดูอะไรบ้าง

1.หาข้อมูลรถ EV ที่อยากจะได้

ปัจจุบันวงการรถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV เติบโตอย่างมาก ในประเทศไทย โดยปีที่ผ่านมายอดการซื้อรถ EV เพิ่มขึ้นมากกว่าหนึ่งเท่าตัว ส่งผลให้จำนวนรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดเพิ่มอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดรถไฟฟ้ามือสอง ที่

ก่อนที่เราจะเริ่มซื้อรถ EV นั้นแนะนำว่าให้หาข้อมูลของรถที่เราอยากจะได้ ว่าเหมาะกับการใช้งานของเราหรือไม่ ชาร์จ AC หรือ DC บริเวณที่เราทำงานหรือพักอาศัยมีสถานนีชาร์จ EV หรือไม่ ซึ่งถ้าคุณไม่ขอข้อมูลเลยก่อนซื้อ อาจจะทำให้คุณรู้สึกเสียใจที่ซื้อรถไฟฟ้าก็เป็นได้

อ่านเพิ่มเติม : สัมผัสรถ EV ที่งาน Fast Auto Show 2023 เราพบรถไฟฟ้าที่ขับสนุกที่สุดในงาน

2.เช็คสุขภาพแบตเตอรี่

สิ่งที่ควรเช็คมาก ๆ เลยคือสภาพของแบตเตอรี่ของรถไฟฟ้าว่า มีสภาพสมบรูณ์หรือไม่ Capacity เหลือกี่ % เพราะว่าแบตเตอรี่ถือว่าเป็นหัวใจของรถยนต์ไฟฟ้า ถ้าสุขภาพของแบตเตอรี่ไม่ดี อาจจะนำมาสู่ปัญหาของการใช้งานอนาคต

อ่านเพิ่มเติม : Toyota จับมือ Idemitsu ผลิตแบตเตอรี่โซลิดสเตท วิ่งไกล 1,200 กม.!

3.เช็คประวัติการซ่อมบำรุง

ปัจจุบันวงการรถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV เติบโตอย่างมาก ในประเทศไทย โดยปีที่ผ่านมายอดการซื้อรถ EV เพิ่มขึ้นมากกว่าหนึ่งเท่าตัว ส่งผลให้จำนวนรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดเพิ่มอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดรถไฟฟ้ามือสอง ที่

หลังจากเช็คแบตเตอรี่เสร็จแล้ว ลองถามประวัติการซ่อมบำรุงจากทางเต็นท์ว่า รถคันนี้ผ่านการซ่อมบำรุงอะไรบ้าง มีการเปลี่ยนแบตเตอรี่หรือไม่ โดยการถามส่วนนี้นอกจากจะทำให้เห็นสภาพโดยรวมของรถแล้ว ยังสามารถเช็คได้ว่าตัวรถนั้นโดนย้อมมาหรือเปล่า

อ่านเพิ่มเติม : ช่างไฟฟ้าสหรัฐฯ ขาดแคลนหนัก เพราะเครื่องชาร์จ EV เสียแล้วไม่มีคนซ่อม

4.ลองขับรถและทดสอบการชาร์จของรถ

ปัจจุบันวงการรถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV เติบโตอย่างมาก ในประเทศไทย โดยปีที่ผ่านมายอดการซื้อรถ EV เพิ่มขึ้นมากกว่าหนึ่งเท่าตัว ส่งผลให้จำนวนรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดเพิ่มอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดรถไฟฟ้ามือสอง ที่

เมื่อได้ข้อมูลมากพอสมควรแล้ว ให้ลองขับรถดูว่ารถมีอัตราเร่งที่ดีไหม ลองเบรค ลองใช้ฟังก์ชั่นต่าง ๆ ประมาณแบตที่ลดสัมพันธ์กับระยะทางที่ขับรถหรือไม่ นอกจากนี้หาพอมีเวลาควรที่จะลองชาร์จรถกับสถานนีชาร์จไฟฟ้า ว่าอัตราการชาร์จนั้นดีหรือไม่ ลองสักประมาณ 20-30 นาที โดยระหว่างรอนี้อาจจะสอบถามข้อถัดไปก็ได้

อ่านเพิ่มเติม : ลือหนัก Toyota MR2 เตรียมคัมแบ็กด้วยขุมพลัง 3 สูบ เทอร์โบชาร์จ

5.เช็คประกันของตัวรถและแบตเตอรี่

ปัจจุบันวงการรถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV เติบโตอย่างมาก ในประเทศไทย โดยปีที่ผ่านมายอดการซื้อรถ EV เพิ่มขึ้นมากกว่าหนึ่งเท่าตัว ส่งผลให้จำนวนรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดเพิ่มอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดรถไฟฟ้ามือสอง ที่

เนื่องจากรถไฟฟ้ามีความพิเศษหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซ่อมบำรุง ควรสอบถามถึงเรื่องของการรับประกันของตัวรถว่า กี่ปีหรือกี่กิโลเมตร ซึ่งจะทำให้เราสามารถใช้งานรถได้อุ่นใจมากขึ้น

อ่านเพิ่มเติม : ผู้บริหารค่ายยุโรปเผยเหตุผล แบตเตอรี่รถอีวีต้องเบาลงกว่าเดิม 50%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...