แหวกชีวิต "คนลุ่มน้ำบางปะกง" ฝ่าอุทกภัย 30 วันในวงน้ำล้อม
หากทุกพื้นที่ในเขตจังหวัดลุ่มน้ำบางปะกง นครนายก ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา ยังมีน้ำล้อมรอบ ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำบางปะกง ยังไม่มีแนวโน้มจะลดลง ตลอดระยะเกือบ 10 วัน น้ำไม่ได้ท่วมแค่บ้าน แต่เรือกสวนไร่นา ทั้งบ่อกุ้ง นาข้าว สวนมะม่วง มะพร้าว ทุเรียน กล้วย อ้อย และพืชผักสวนครัว ยืนต้นตาย บางส่วนที่ปลูกไว้จมหายอยู่ใต้น้ำ หากปริมาณน้ำค้างทุ่งภาคตะวันออก ยังเหลืออีกจำนวนมหาศาล ชาวบ้านจะใช้ชีวิตกันอย่างไรในอีก 1 เดือนข้างหน้าในวงล้อม
น้ำท่วมรอบนี้ พื้นที่รายลุ่มแม่น้ำบางปะกงอยู่ในขั้นวิกฤต จ.ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา น้ำท่วมครบทุกอำเภอ ยกเว้นบางตำบล ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่สูง ขณะที่พื้นที่ อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี และ อ.องครักษ์ จ.นครนายก แม้ขณะนี้ กรมชลประทานและกองทัพเรือจะเครื่องผลักดันน้ำและเรือผลักดันน้ำออกเพื่อเร่งระบายน้ำลงแม่น้ำบางปะกงก็ทำไม่ได้ง่าย หากมีน้ำเหนือ-น้ำทะเลหนุนต่อเนื่องกอปรกับลักษณะทางกายภาพของแม่น้ำที่มีความคดเคี้ยว ต่างจากแม่เจ้าพระยา
ชาวบ้านหลายตำบล พื้นที่ อ.คลองเขื่อน อ.บางน้ำเปรี้ยว และ อ.บางคล้า บอกผ่านทางสายโทรศัพท์เป็นเสียงเดียวกันว่าไม่สามารถออกไปไหนได้ และใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก แม้ทางเทศบาลฯ และ อบต.หรือหน่วยงานเอกชนจะมีถุงยังชีพมาแจกให้ แต่ก็บรรเทาความเดือดร้อนได้แค่ช่วงหนึ่งเท่านั้น แต่ระยะยาวยังมองไม่เห็นฝั่งว่าจะประกอบอาชีพอะไรเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน
มะม่วงปีนี้ คงไม่มีกินและมีขาย เพราะอาจจะยืนต้นตาย พวกที่เลี้ยงปลา กุ้ง น้ำพาไปหมดแล้ว ทุนหาย กำไรไม่มี พืชผักสวนครัว ที่ปลูกไว้ จมหมด มะม่วง หากจมเป็นเดือน ก็ต้องดูว่าจะรอดกี่ต้น ส่วนพวกกล้วย รอปลูกใหม่ได้เคย ปีหน้าคงหนีไม่พ้นปัญหาข้าวยาก หมากแพง จะเอาอะไรกินกัน ทำอะไรต้องใช้ทุนทั้งนั้น
เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 8 ต.ค.2569 ในส่วนการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำบางปะกงตอนหนึ่งว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้สรุปภาพรวมการติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักน้ำ เพื่อบริหารจัดการให้ครอบคลุมทุกพื้นที่อย่างสมดุลแล้ว ไม่เน้นเฉพาะจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง ซึ่งหลังติดตั้งพบว่าระดับน้ำลดลงอย่างชัดเจน คาดการณ์ว่าหากไม่มีปริมาณฝนตกเพิ่มเติม สถานการณ์น้ำจะเข้าสู่ภาวะปกติในช่วงวันที่ 13–15 พ.ย.นี้
สำหรับภาพรวมของพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมของ GISTDA ที่นำเสนอโดยศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ เปรียบเทียบพื้นที่น้ำท่วมปี 2556 กับสถานการณ์ปัจจุบัน ณ วันที่ 4 ต.ค.2569 พบว่า ปี 2556 มีพื้นที่น้ำท่วมประมาณ 1.55 ล้านไร่ ขณะที่ปี 2569 เพิ่มเป็น 1.61 ล้านไร่ หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 60,000 ไร่
ปัจจุบันพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกงตอนล่าง มีปัญหาหาน้ำท่วมสะสมรวม 528,888 ไร่ โดย จ.ฉะเชิงเทรา มีพื้นที่น้ำท่วมมากที่สุด 272,833 ไร่ หากแยกเป็นรายอำเภอในพื้นที่พบว่า อ.บางน้ำเปรี้ยว มีพื้นที่น้ำท่วมมากที่สุด รองลงมาคือ พนมสารคาม, ราชสาส์น, เมืองฉะเชิงเทรา, บางคล้า, คลองเขื่อน, บ้านโพธิ์, แปลงยาว และสนามชัยเขต ส่วนปราจีนบุรี มีพื้นที่น้ำท่วม 234,363 ไร่ และชลบุรี 21,692 ไร่
ข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊ก รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ระบุว่า ศูนย์ฯประเมินปริมาณน้ำท่วมขังในพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำบางปะกง โดยแบบจำลองฯพบว่า > 1,300 ล้าน ลบ.ม. ในขณะที่ สทนช. ประเมินไว้ถึงปัจจุบันประมาณ 2,100 ล้าน ลบ.ม. ถ้าใช้ค่าเฉลี่ยตัวเลขจะอยู่ประมาณ 1,700 ล้าน ลบ.ม. ต้องใช้เวลาประมาณ 30 วัน หากระบายโดยธรรมชาติ แต่เนื่องจากบางช่วงเวลามีน้ำทะเลหนุนสูงเป็นอุปสรรคต่อการระบาย
สอดคล้องกับข้อมูลของ ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ อดีตอธิบดีกรมชลประทาน และอดีตเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ว่า แก้วิกฤตลุ่มน้ำบางปะกง ในเชิงการบริหารจัดการ ต้องเร่งไล่น้ำให้ออกไปในเร็วที่สุด ทั้งการใช้เครื่องผลักดันน้ำ เครื่องสูบ การยกบานประตู ช่วงน้ำทะเลไม่หนุน
ตอนนี้น้ำจากนครนายกมาลงอยู่ที่ อ.บ้านสร้าง มารวมที่แม่น้ำปราจีน ก่อนจะระบายลงแม่น้ำบางปะกง ส่วนตรงเขื่อนบางปะกง ก็ต้องเร่งระบาย เอาเครื่องสูงน้ำ ผลักดันน้ำ ส่วนการแก้ปัญหาเบี่ยงเส้นน้ำ ที่ผ่านมากรมชลประทานเคยศึกษาแล้ว ที่ทุ่งบางพลวง เพื่อป้องกันไม่ให้ปราจีนท่วม แต่ยังไม่เคยมีการตัดสินใจจากคณะกรรมการลุ่มน้ำ
ดร.สมเกียรติ กล่าวว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วมลุ่มน้ำบางปะกงโดยใช้ ทุ่งบางพลวงโมเดล เคยมีการศึกษาเบื้องต้นแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการตัดสินใจ ซึ่งควรต้องทำเพราะปราจีนฯ เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ส่วนการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าการหากขุดลอกแม่ น้ำคูคลอง โดยเฉพาะแม่น้ำบางปะกง หากขุดลอกเยอะก็จะทำให้ความเค็มเข้ามาที่บางปะกงตอนล่าง เพราะเป็นดินอ่อนอาจมีผลกระทบขุดลอกยาก
ส่วนจะบายพาส ไปทางอื่นไม่ได้ ต้องเอาเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่มาช่วย แต่ก็ได้ระดับหนึ่ง หรือลงคลองสาขา-กทม.หากไปเร็วก็อาจได้ แต่ถ้า กทม.ยังน้ำเต็ม คนลุ่มน้ำบางปะกง หากต้องแช่น้ำก็คงถึงหนึ่งเดือนเต็ม ๆ
ทั้งนี้ สำหรับ "ทุ่งบางพลวงโมเดล" ที่กรมชลประทานเคยศึกษาเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมลุ่มน้ำบางปะกงนั้น เป็นพื้นที่การ เกษตรที่อยู่ในเขตชลประทาน ตั้งอยู่บริเวณฝั่งซ้ายของแม่น้ำปราจีนบุรี ต่อเนื่องถึงแม่น้ำบางปะกง เนื้อที่ประมาณ 499,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ ใน จ.ปราจีนบุรี คือ เมือง, ศรีมหาโพธิ์, ศรีมโหสถ และบ้านสร้าง รวมถึง 3 อำเภอใน จ.ฉะเชิงเทรา คือ บางคล้า,ราชสาส์น และพนมสารคาม
ในอดีตพื้นที่ทุ่งบางพลวงประสบปัญหาอุทกภัยเป็นประจำ ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ทางกรมชลประทานได้แก้ไขปัญหาด้วยการปรับปรุงพื้นที่โครงการ ก่อสร้างคันกั้นน้ำริมแม่น้ำปราจีนบุรีต่อเนื่องแม่น้ำบางปะกง และก่อสร้างประตูระบายน้ำบริเวณคลองสายหลักที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถทำกิจกรรมการเกษตรในทุ่งบางพลวงได้
การใช้ชีวิตท่ามกลางวงล้อมของน้ำท่วม ไม่ใช่เรื่องง่ายหาก แม้ปัญหาอุทกภัยไม่ได้เกิดขึ้นทุกปี แต่หากไม่มีการเตรียมพร้อมในระยะยาว คงหนีไม่พ้นความเสียหายในระยะยาวที่จะเกิดขึ้นกับชีวิต ทรัพย์สิน บ้านเรือนของประชาชน การลงทุนลงแรงที่สูญเสียไปกับค่าชดเชยที่ได้รับเยียวยาจากรัฐไม่คุ้มค่า โดยเฉพาะความรู้สึกที่ยากจะกู้คืนกลับมา!!
อ่านข่าว :
กทม.เร่งเคลียร์ขยะ เคหะร่มเกล้าค้าง 33 กอง ระดมเจ้าหน้าที่ลุยเก็บหลังน้ำลด
คมนาคมคุมเข้มเที่ยวบินผู้นำ IMF–World Bank ย้ำไม่ให้กระทบไฟลต์ปกติ
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคร่วง ประชาชนยังกังวลค่าครองชีพและภาระหนี้ แม้จะมีมาตรการไทยช่วยไทยพลัส