โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ด่วน! รวบ นายก อบต.ดัง เอี่ยวเครือข่ายทุจริตสอบท้องถิ่น เงินสะพัด 155 ล้าน

มุมข่าว

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • neen
วันที่ 9 ตุลาคม 2569 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายทุจริตสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่น นำกำลังเข้าจับกุม นางสาวเอ (นามสมมติ) อายุ 63 ปี หรือผู้ที่ถูกเรียกว่า นายกอร ซึ่งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหญ่ จ.นครนายก และถูกระบุว่าเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ โดยจับกุมได้ภายในสำนักงาน อบต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในข้อหาเกี่ยวกับการเรียกรับผลประโยชน์ เพื่อใช้อิทธิพลจูงใจเจ้าพนักงานให้กระทำการอันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใดโดยทุจริต

วันที่ 9 ตุลาคม 2569 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายทุจริตสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่น นำกำลังเข้าจับกุม นางสาวเอ (นามสมมติ) อายุ 63 ปี หรือผู้ที่ถูกเรียกว่า นายกอร ซึ่งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหญ่ จ.นครนายก และถูกระบุว่าเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ โดยจับกุมได้ภายในสำนักงาน อบต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในข้อหาเกี่ยวกับการเรียกรับผลประโยชน์ เพื่อใช้อิทธิพลจูงใจเจ้าพนักงานให้กระทำการอันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใดโดยทุจริต

คดีนี้เริ่มต้นจากผู้เสียหายรายหนึ่งร้องเรียน หลังหลงเชื่อกลุ่มนายหน้าที่อ้างว่าสามารถใช้เงินจ่ายเป็นค่าน้ำร้อนน้ำชาเพื่อฝากเข้ารับราชการท้องถิ่นได้ โดยผู้เสียหายจ่ายเงินจำนวน 350,000 บาท ผ่าน นายบี (นามสมมติ) หรือผู้ที่ถูกเรียกว่าเสี่ยน้อย เพื่อแลกกับตำแหน่งเจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้ ต่อมาผู้เสียหายสอบได้อันดับ 1 และได้รับการแต่งตั้งให้เข้าทำงานที่เทศบาลเมืองพัทลุงจริง แต่ภายหลังคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นตรวจพบความผิดปกติ จึงมีคำสั่งยกเลิกบัญชีผู้สอบได้และให้พ้นจากตำแหน่ง ส่งผลให้ผู้เสียหายทราบว่าตนสูญเสียเงินไปโดยไม่ได้รับสิทธิตามที่คาดหวัง จึงนำหลักฐานเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อให้ตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปปป. พบข้อมูลว่าคดีนี้อาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายวิ่งเต้นสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นที่มีเงินเกี่ยวข้องมูลค่าสูง โดยก่อนหน้านี้มีการจับกุม นายซี (นามสมมติ) หรือผู้ที่ถูกเรียกว่าเสี่ยเฮง ซึ่งทำหน้าที่แนะนำผู้สมัครให้กับกลุ่มนายหน้า ก่อนส่งต่อไปยัง นายดี (นามสมมติ) และ นายอี (นามสมมติ) ซึ่งถูกจับกุมไปก่อนแล้ว ตามข้อมูลการสืบสวน กลุ่มนายหน้ารวบรวมรายชื่อผู้ต้องการฝากเข้ารับราชการท้องถิ่นไว้ถึง 1,738 รายชื่อ พร้อมตกลงเงินมัดจำรวม 100 ล้านบาท โดยมีการโอนเงินเบื้องต้น 20 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เมื่อเสี่ยน้อยเริ่มไม่มั่นใจในความสามารถของกลุ่มแรก จึงเปลี่ยนไปติดต่อ นางสาวเอ (นามสมมติ) ซึ่งรู้จักกันมานานกว่า 20 ปี และนำเงินอีก 80 ล้านบาทไปให้ช่วยวิ่งเต้นแทน

ผลการสอบแข่งขันรอบแรกพบว่ามีผู้ผ่านเพียง 108 คน จากรายชื่อทั้งหมด 1,738 คน ข้อมูลระบุว่า นางสาวเอจึงปรับแผน โดยนำเงินที่เกี่ยวข้องกับผู้สอบไม่ผ่านไปใช้กับการสอบแข่งขันในพื้นที่ภาคใต้แทน ต่อมาเสี่ยน้อยรวบรวมรายชื่อผู้สมัครในภาคใต้เพิ่มอีก 602 รายชื่อ พร้อมนำเงินสดจากนายหน้าสายใต้มาเพิ่มอีก 30 ล้านบาท ผลสอบภาค ก. ภาค ข. และภาค ค. รอบดังกล่าวปรากฏว่ามีผู้สอบผ่าน 577 คน จากนั้นมีการติดต่อขอรับเงินส่วนที่เหลือ และนัดส่งมอบเงินสดหลายครั้งในช่วงเดือนพฤษภาคม รวม 5 ครั้ง เป็นเงิน 25 ล้านบาท เมื่อรวมยอดเงินที่มีการกล่าวอ้างว่าเข้าสู่เครือข่ายของนางสาวเอแล้ว มีมูลค่ารวมประมาณ 155 ล้านบาท

ภายหลังรวบรวมพยานหลักฐาน ศาลได้อนุมัติหมายจับและนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหารายล่าสุด อย่างไรก็ตาม จากการสอบปากคำเบื้องต้นโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. นางสาวเอ (นามสมมติ) ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบบุคคลและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...