“ชาย” น้อมรับบอร์ด THAI สั่งพักงาน เปิดทางสอบปมบริหารพลาด ยัน “โอเปอเรชั่น” ใกล้ปกติแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชาย เอี่ยมศิริ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ว่า ที่ประชุมได้มีการรายงานและสรุปสถานการณ์จากเหตุการณ์น้ำท่วมซึ่งส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของบริษัท ก่อนที่ภายหลังการประชุมในส่วนที่ตนไม่ได้เข้าร่วม จะได้รับแจ้งว่าที่ประชุมมีมติให้พักการปฏิบัติหน้าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เพื่อเปิดทางให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นายชายระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับขอบเขตหรือประเด็นในการสอบสวน โดยเข้าใจว่าการตรวจสอบอาจเกี่ยวข้องกับสาเหตุที่เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง รวมถึงเหตุผลที่บริษัทไม่สามารถลดผลกระทบหรือยุติภาวะชะงักงันในการให้บริการได้เร็วกว่านี้
อย่างไรก็ตาม นายชายยอมรับว่า ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กร ย่อมมีหน้าที่รับผิดชอบต่อการดำเนินงานของบริษัท โดยมองว่า คณะกรรมการอาจพิจารณาจากผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อชื่อเสียงขององค์กรและผู้โดยสาร แม้ว่าฝ่ายบริหารจะเร่งแก้ไขสถานการณ์อย่างต่อเนื่องจนใกล้กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้วก็ตาม
นายชายกล่าวว่า หากมองจากมุมของผู้ถูกตรวจสอบ อาจรู้สึกว่าการพักงานไม่เป็นธรรม แต่หากพิจารณาจากมุมของคณะกรรมการบริษัท ก็สามารถเข้าใจได้ว่าเป็นกระบวนการเพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใสและสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล โดยรายละเอียดของการสอบสวนจะขึ้นอยู่กับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่จะกำหนดขอบเขตต่อไป
สำหรับสถานการณ์ด้านการให้บริการ นายชายระบุว่า บริษัทคาดว่าจะสามารถกลับมาให้บริการเที่ยวบินได้ครบตามตารางปกติในวันถัดไป ขณะที่การแก้ไขปัญหาสัมภาระตกค้างได้เร่งระดมบุคลากรจากหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ พร้อมเพิ่มจำนวนคู่สาย Call Center จากเดิม 2 คู่สาย เป็น 24 คู่สาย เพื่อเร่งแก้ปัญหาคอขวดในการติดตามและส่งคืนสัมภาระให้แก่ผู้โดยสาร
ทั้งนี้ คาดว่าสัมภาระตกค้างในส่วนที่สามารถดำเนินการส่งคืนได้โดยตรงจะทยอยคลี่คลายเกือบทั้งหมดภายใน 1-2 วัน ขณะที่สัมภาระที่ต้องส่งต่อไปยังต่างประเทศอาจต้องใช้เวลาเพิ่มอีกประมาณ 2-3 วัน เนื่องจากมีขั้นตอนที่ซับซ้อนกว่า ทั้งการรอเที่ยวบิน พื้นที่บรรทุก และการประสานข้อมูลผู้โดยสาร โดยประเมินว่าจะสามารถจัดการสัมภาระตกค้างได้ประมาณ 98-99% ภายในช่วงดังกล่าว
นายชายยังระบุว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุได้เข้ามาดูแลสถานการณ์ด้วยตนเอง พร้อมเรียกผู้บริหารที่เกี่ยวข้องเข้ามาปฏิบัติงานที่ศูนย์บัญชาการ และยืนยันว่าไม่ได้กล่าวโทษพนักงานหรือบุคลากรรายใดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนการพิจารณาตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องรายอื่นจะเป็นอำนาจของคณะกรรมการบริษัท
สำหรับสถานะของตนเอง นายชายย้ำว่า มติของคณะกรรมการเป็นการ พักการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ใช่การเลิกจ้าง และยังไม่ได้รับแจ้งให้พ้นจากความเป็นพนักงานของบริษัท ขณะที่รายละเอียดเกี่ยวกับสถานะการเป็นกรรมการบริษัทยังต้องพิจารณาตามข้อกำหนดและมติที่เกี่ยวข้องต่อไป
นอกจากนี้ นายชายเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยได้รับการติดต่อให้ลาออกจากตำแหน่ง โดยเพิ่งได้รับแจ้งมติภายหลังการประชุม และระบุว่า หากคณะกรรมการเห็นว่าการพักงานจะช่วยให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างราบรื่น ก็พร้อมยอมรับกระบวนการดังกล่าว
เมื่อถูกถามถึงกระแสเรื่องการเมืองภายในหรือภายนอกองค์กร นายชายไม่ได้ยืนยันว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ โดยระบุเพียงว่า มีหลายฝ่ายทั้งภายในและภายนอกที่สนใจตำแหน่งดังกล่าว แต่ไม่ขอประเมินว่าปัจจัยเหล่านั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับมติของคณะกรรมการหรือไม่
นายชายกล่าวทิ้งท้ายว่า ตลอดระยะเวลาการทำงานกว่า 41 ปี และช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้ทุ่มเทให้กับองค์กรอย่างเต็มที่ พร้อมขอบคุณพนักงานทุกคนที่ร่วมทำงานและช่วยกันแก้ไขสถานการณ์ โดยหลังจากนี้จะใช้เวลาไปพักผ่อนกับครอบครัว ขณะที่การบริหารงานของบริษัทจะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการและผู้บริหารที่ได้รับมอบหมายต่อไป