โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ครม.ขยายเวลา ต่างด้าว 4 สัญชาติ ที่สถานะไม่ถูกต้อง ทำงานในไทยได้ถึง 31 ก.ค.66

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 ก.ค. 2566 เวลา 09.53 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2566 เวลา 02.53 น.

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแนวทางการบริหารจัดการทำงานของคน ต่างด้าว ที่มีสถานะไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยมอบหมายให้กระทรวงแรงงาน และกระทรวงมหาดไทย ดำเนินการออกประกาศที่เกี่ยวข้องต่อไป

การพิจารณาของ ครม.ครั้งนี้สืบเนื่องจาก ครม.เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 66 ได้เห็นชอบให้ คนต่างด้าว ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 65 (คนต่างด้าว 4 สัญชาติ ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวถึงวันที่ 13 ก.พ. 66) ที่ประสงค์จะทำงานต่อในประเทศไทย จะต้องยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตภายใน 13 ก.พ. 66 และให้ไปดำเนินการเพื่อให้ได้เอกสารหลักฐานต่างๆ แล้วนำมายื่นกับกรมการจัดหางานภายใน 15 พ.ค. 66

ซึ่งภายหลังสิ้นสุดช่วงเวลาดังกล่าวแล้ว ปรากฏว่ามีคนต่างด้าวประมาณ 5 แสนคน ยังไม่สามารถดำเนินการได้ตามที่กำหนด จึงจำเป็นต้องผ่อนผันให้กับคนต่างด้าวที่สถานะไม่ถูกกฎหมาย เพื่อให้นายจ้าง ผู้ประกอบการ สามารถบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวได้อย่างเหมาะสม และไม่ให้กระทบต่อความต่อเนื่องในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังโควิด-19 ในขณะนี้

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า สำหรับแนวทางการบริหารจัดการทำงานของคนต่างด้าวที่มีสถานะไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ จะครอบคลุมแรงงานเป้าหมาย 3 กลุ่ม ได้แก่

1) คนต่างด้าว 4 สัญชาติ ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ที่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทนหนังสือเดินทางที่มีอายุหรือหมดอายุ และมีรอยตราประทับซึ่งการอนุญาตทำงาน หรืออนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดลงโดยกฎหมาย เช่น กรณีคนต่างด้าวออกจากนายจ้างรายเดิมแล้ว ไม่สามารถหานายจ้างรายใหม่ได้ภายในเวลากำหนด หรือกรณีไม่สามารถทำงานต่อไปได้ เนื่องจากดำเนินการตามมติ ครม. ที่ผ่านมาไม่ครอบคลุมทุกขั้นตอน

2) คนต่างด้าว 4 สัญชาติฯ ที่ระยะเวลาการได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดลง แต่ไม่ได้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร (Over Stay) และ 3) คนต่างด้าว 3 สัญชาติ ได้แก่ กัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่เข้าเมืองผิดกฎหมายหรือการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดลง และทำงานกับนายจ้างก่อนที่ ครม. มีมติให้ความเห็นชอบ

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า วิธีดำเนินการบริหารจัดการ ประกอบด้วย

1) ผ่อนผันให้คนต่างด้าวเป้าหมายทั้ง 3 กลุ่ม อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวและทำงานได้ถึง 31 ก.ค. 66

2) ให้นายจ้างยื่นบัญชีรายชื่อ พร้อมรูปถ่าย เพื่อแจ้งความต้องการจ้างแรงงานต่างด้าว (Name list) ต่อกรมการจัดหางานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ณ สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว สำนักงานจัดหางานจังหวังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ เป็นเวลา 15 วัน ตามที่กรมการจัดหางานกำหนด

3) เมื่อ Name list ได้รับการอนุมัติแล้ว คนต่างด้าวจะใช้ Name List ดังกล่าวเป็นเอกสารหลักฐาน แสดงว่าคนต่างด้าวได้รับการผ่อนผันให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษและทำงานได้ถึง 31 ก.ค. 66

ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ติดตาม ซึ่งเป็นบุตรของคนต่างด้าวกลุ่มเป้าหมาย ที่มีอายุไม่เกิน 18 ปีบริบูรณ์ มีสิทธิอยู่ในราชอาณาจักรตามสิทธิของคนต่างด้าว ซึ่งเป็นบิดา-มารดา โดยดำเนินการตามแนวทางที่กระทรวงแรงงานกำหนดต่อไป

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า กระทรวงแรงงาน ได้ประเมินผลที่คาดว่าจะได้รับจากการออกแนวทางบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวฯ ครั้งนี้ว่า จะเป็นการผ่อนผันให้คนต่างด้าวเป้าหมาย สามารถอยู่ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราวเพื่อทำงานต่อไปได้ เพื่อรอระยะเวลาดำเนินการเอกสารให้ถูกต้อง และสามารถทำงานในประเทศไทยได้ตามกำหนดอย่างถูกต้องต่อไป และคนต่างด้าวกลุ่มดังกล่าว เป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ภายหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วย การผ่อนผันดังกล่าว จะช่วยแก้ไขการขาดแคลนแรงงานของผู้ประกอบการ และยังคงคำนึงถึงความสมดุลของเศรษฐกิจประเทศและความมั่นคง

นอกจากนี้ การบริหารจัดการที่เหมาะสม จะเป็นการช่วยคุ้มครองให้คนต่างด้าวได้รับการจ้างงานโดยถูกกฎหมาย มีสิทธิประโยชน์ สวัสดิการ คุ้มครองสิทธิที่พึงได้ และจะมีให้ภาครัฐมีข้อมูลการทำงานของคนต่างด้าวที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เพื่อให้สำหรับการบริหารจัดการทำงานของคนต่างด้าวในระยะต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...