โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อดีตบิ๊กทหารอากาศ ชี้ รักชาติแบบฉลาด ใช้การทูตนำ ไม่ใช่กำลังรบ

SpringNews

อัพเดต 07 มิ.ย. 2568 เวลา 03.08 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2568 เวลา 02.48 น.

ในห้วงเวลาที่ประเด็นความขัดแย้งตามแนวชายแดนถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยและมีความเห็นต่างหลากหลาย พล.อ.อ.ฐากูร นาครทรรพ นายทหารนอกประจำการ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านข้อความบนเฟซบุ๊ก Thak Na ของท่าน โดยเสนอแนวคิดเกี่ยวกับ "รักชาติแบบไหน" ในมุมมองที่แตกต่างออกไปจากกระแสที่อาจเรียกร้องให้มีการใช้กำลัง พล.อ.อ.ฐากูร นาครทรรพ ซึ่งระบุว่าท่านเป็นทหารมาตั้งแต่อายุ 16 ปี และรับราชการจนเกษียณอายุเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2567 ยืนยันว่าความรักชาติของท่านนั้นไม่เป็นรองใคร แต่ท่านอยากจะให้ข้อคิดว่า การรักชาติอย่างแท้จริงนั้น ไม่จำเป็นต้องทำสงครามเสมอไป โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่คนจำนวนไม่น้อยเรียกร้องให้ไทยใช้กำลังผลักดันกัมพูชาออกจากพื้นที่ขัดแย้ง ท่านชวนให้คิดอีกมุมว่า การรักชาติจริง ๆ จำเป็นต้องใช้กำลังรบหรือไม่
เนื้อหา

พล.อ.อ.ฐากูร นาครทรรพ ชี้ให้เห็นถึงผลเสียที่จะตามมาอย่างมหาศาล หากประเทศไทยเป็นฝ่ายเริ่มต้นใช้กำลัง แม้จะอ้างว่าเป็นการกระทำ "เพื่อปกป้องแผ่นดิน" แต่ในสายตาของเวทีโลก ไทยจะถูกมองว่าเป็น "ผู้เริ่มใช้ความรุนแรง" ทันที ซึ่งผลลัพธ์ที่คาดว่าจะตามมาคือ ประเทศสมาชิกอาเซียนอาจจะไม่เข้าข้างไทย องค์การสหประชาชาติ (UN) อาจมีการออกมติประณาม ขณะที่สหภาพยุโรป (EU) และประเทศอื่น ๆ อาจมองไทยในฐานะ "ประเทศก้าวร้าว" สิ่งนี้จะนำไปสู่การ พังทลายของความเชื่อมั่นในเวทีโลกที่สะสมมาอย่างยาวนาน

อดีตบิ๊ก ท.อ. ย้ำว่าเราจะเสียมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสูญเสียชีวิตของบุคลากรสำคัญอย่าง "ชีวิตของลูกหลานที่ต้องตายในสนามรบ" ซึ่งท่าน contrasts ว่า ในขณะเดียวกัน คนที่ปลุกกระแสอาจจะแค่นั่งสะใจอยู่หน้าจอโทรศัพท์ และคนที่หวังผลทางการเมืองก็จะนั่งยิ้มกริ่ม เพราะเห็นว่าหากฝ่ายตรงข้ามพังลง ตัวเองก็จะได้เกิด ท่านยังกล่าวด้วยว่าสงครามทุกสงครามจบลงด้วยการเจรจา ยกเว้นสงครามที่จบลงด้วยการยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข หรือการทำลายล้างระบอบศัตรูอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเป็นไปได้ยากมากในทางปฏิบัติและแทบไม่เกิดขึ้นแล้วในโลกปัจจุบัน เนื่องจากกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศคอยกำกับให้สงครามเป็น "มาตรการสุดท้าย" และอยู่ภายใต้กรอบที่มีเหตุผล

ดังนั้น สิ่งที่ประเทศชาติต้องการในยามนี้ ในมุมมองของ พล.อ.อ.ฐากูร นาครทรรพ ไม่น่าใช่การบดขยี้กำลังทหารของฝ่ายตรงข้ามด้วยแสนยานุภาพทางทหารที่เหนือกว่า หรือการใช้กำลังรบต่าง ๆ หากแต่เป็นผู้นำรัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์ ซึ่งสามารถวางแผนการเจรจาทางการทูตได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของประเทศชาติ โดยไม่จำเป็นต้องเสียเลือดเนื้อหรือทรัพยากรแม้แต่น้อย ท่านเชื่อว่าคนไทยอีกจำนวนมากปรารถนาที่จะเห็นประเทศไทยยืนหยัดอย่างสง่างามบนเวทีโลกด้วย สติปัญญาและศักยภาพทางการทูต ไม่ใช่ด้วยอำนาจการยิง

พล.อ.อ.ฐากูร นาครทรรพ ยังเชิญชวนให้ประชาชน จงอย่ากลัวที่จะแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง และอย่าหวั่นไหวกับคำว่า "ไม่รักชาติ" เพราะท่านเชื่อว่า การรักชาติที่แท้จริงคือการกล้าคิด กล้าพูด และกล้าที่จะตักเตือนกันด้วยเหตุผล ก่อนที่ปัญหาจะบานปลายจนเกินแก้ไข ท่านในวัย 61 ปี ซึ่งเป็นทหารรับใช้ชาติมาตั้งแต่วัยเยาว์ ปรารถนาที่จะเห็นการรักชาติในแนวทางที่ทุกชีวิตปลอดภัย และมองว่า โต๊ะเจรจาทางการทูตไม่ใช่สัญลักษณ์แห่งความอ่อนแอ หากแต่เป็นการแสดงออกถึงวุฒิภาวะและความเข้มแข็งทางสติปัญญา

อย่างไรก็ตาม แม้ท่านจะไม่ได้กาคะแนนให้รัฐบาลชุดปัจจุบัน ท่านและเพื่อน ๆ อีกหลายคนก็พร้อมสนับสนุนการเจรจาและชัยชนะด้วยการทูต แต่สิ่งที่ยังไม่เห็นคือ ท่าทีที่มั่นใจ ชัดเจน และเป็นมืออาชีพของรัฐบาล ท่านขอร้องให้รัฐบาลช่วยทำสิ่งนี้เพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ ท่านยังแสดงความขัดใจต่อทีมงานโฆษกของรัฐบาลว่า สื่อสารกับประชาชนช้า ไม่ทันการณ์ และเหมือนคนที่เพิ่งอ่านสรุปมาเพียงครึ่งหน้า เพื่อให้คนทั้งประเทศเชื่อมั่น ท่านเรียกร้องให้รัฐบาล เลิกพูดแบบคนกำลังหลบในปี๊บ (สำนวนไทยที่หมายถึงการหลีกเลี่ยงเผชิญหน้าปัญหา) และออกมานำหน้าประชาชน ประเทศไทยต้องการคนที่นำด้วยปัญญา ไม่ใช่แค่ตำแหน่งและอำนาจ

โดยสรุปแล้ว ข้อคิดจากอดีตนายทหารอากาศอย่าง พล.อ.อ.ฐากูร นาครทรรพ ชี้ให้เห็นว่าการรักชาติในบริบทปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในความขัดแย้งตามแนวชายแดน ไม่จำเป็นต้องมุ่งไปที่การใช้กำลังทางทหาร ซึ่งมีแต่จะนำมาซึ่งความสูญเสีย โดยเฉพาะชีวิตผู้คน และส่งผลเสียต่อสถานะของประเทศในเวทีโลก ท่านเน้นย้ำว่าแนวทางที่เหมาะสมกว่าคือ การใช้สติปัญญาและศักยภาพทางการทูตผ่านการเจรจา ซึ่งไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นความเข้มแข็งทางสติปัญญา ท่านยังเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงท่าทีที่ชัดเจน เป็นมืออาชีพ และนำประชาชนด้วยปัญญา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนทั้งประเทศในการแก้ไขปัญหาโดยไม่จำเป็นต้องใช้กำลัง และส่งเสริมแนวคิดว่าการรักชาติที่แท้จริงคือการกล้าแสดงความคิดเห็นและตักเตือนด้วยเหตุผล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...