โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หนีเอาชีวิตรอดใต้ดิน กู้ภัยโคลอมเบียแข่งกับเวลา ช่วย 18 คนงานสำเร็จ

News In Thailand

อัพเดต 19 ก.ค. 2568 เวลา 04.37 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 03.50 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
หนีเอาชีวิตรอดใต้ดิน กู้ภัยโคลอมเบียแข่งกับเวลา ช่วย 18 คนงานสำเร็จ

เป็นปฏิบัติการกู้ภัยที่ยาวนานกว่า 12 ชั่วโมง แต่เต็มไปด้วยความหวัง เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยในโคลอมเบียสามารถช่วยชีวิตคนงานเหมืองทองจำนวน 18 คน ที่ติดอยู่ภายในเหมืองเอล มิโนน รัฐอันติโอกีอา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศได้อย่างปลอดภัย เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา

เหตุการณ์เริ่มต้นจากระบบโครงสร้างที่ใช้ป้องกันดินถล่มภายในเหมืองเกิดขัดข้องและพังเสียหาย จนปิดกั้นทางออกหลักของอุโมงค์ ส่งผลให้คนงานทั้งหมดติดค้างอยู่ใต้ดินทันทีโดยไม่มีทางออก

ระหว่างการรอความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ต้องส่งออกซิเจนลงไปผ่านสายยาง พร้อมควบคุมความดันอากาศอย่างใกล้ชิดเพื่อให้คนงานสามารถมีชีวิตรอดได้ในสภาพที่จำกัด

นายยาร์เลย์ เอราสโม มาริน ตัวแทนจากสมาคมคนงานเหมืองโคลอมเบีย เปิดเผยว่า การถล่มครั้งนี้มีสาเหตุมาจากความล้มเหลวของระบบป้องกันดินถล่ม ซึ่งเกิดจากปัญหาทางกลไก พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า เหมืองแห่งนี้อาจไม่มีใบอนุญาตดำเนินกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ด้านสำนักงานเหมืองแร่แห่งชาติโคลอมเบีย ออกแถลงการณ์เตือนประชาชนในพื้นที่ หลีกเลี่ยงการทำเหมืองผิดกฎหมาย เพราะไม่เพียงเป็นอันตรายต่อชีวิตคนงาน แต่ยังสร้างผลกระทบร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรของประเทศ

โคลอมเบียยังคงเผชิญปัญหาอุบัติเหตุในเหมืองมาโดยตลอด โดยเฉพาะเหมืองที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในเหมืองนับสิบรายในแต่ละปี สะท้อนถึงความเปราะบางในระบบความปลอดภัยของอุตสาหกรรมนี้อย่างแท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...