โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

อดีตพระธรรมวชิรธีรคุณ สึกเพราะไม่ต้องการให้ศาสนามัวหมอง

Amarin TV

เผยแพร่ 20 ก.ค. 2568 เวลา 05.16 น.
อดีตพระธรรมวชิรธีรคุณ มอบสมุดธนาคารบัญชีเงินฝากของวัดนครสวรรค์ ให้รองเจ้าอาวาสดูแลต่อ ชี้สึกเพราะไม่ต้องการให้พระพุทธศาสนาต้องมัวหมอง

อดีตพระธรรมวชิรธีรคุณ มอบสมุดธนาคารบัญชีเงินฝากของวัดนครสวรรค์ ให้รองเจ้าอาวาสดูแลต่อ ชี้สึกเพราะไม่ต้องการให้พระพุทธศาสนาต้องมัวหมอง

กุฏิอดีตเจ้าคณะจังหวัดและอาวาสวัดนครสวรรค์ อามรามหลวง ยังคงถูกปิดและห้ามไม่ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปอย่างเด็ดขาด หลังอดีตพระธรรมวชิรธีรคุณ เจ้าอาวาสวัดนครสวรรค์ พระอารามหลวง และเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ ได้ สึก (ลาสิกขา) ในช่วงกลางดึกของวันที่ 19 กรกฎาคม 2568 เวลา 23:49 น. ที่พระอุโบสถ วัดนครสวรรค์ พระอารามหลวง โดยอ้างว่ามีปัญหาด้านสุขภาพ อาพาธและมีข่าวในด้านลบทางสื่อมวลชนทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อคณะสงฆ์ จึงขอลาออกจากตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์

ล่าสุดพระครูสุธีธรรมบัณฑิต ดร. ผู้อำนวยการสำนักวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์ ในฐานะผู้ช่วยเจ้าอาวาสและพระเลขาวัดนครสวรรค์ ได้แถลงต่อสื่อมวลชนหลังการลาสิกขาของพระธรรมวชิรธีรคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดนครสวรรค์ และอดีตเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ ว่าอดีตเจ้าอาวาสไม่ได้หลบหนีหรือเดินทางไปที่ใด และยังคงพักอาศัยอยู่ในพื้นที่และกลับมาใช้ชีวิตอย่างสงบในฐานะ “อุบาสก” และท่านได้กล่าวยืนยันว่าความผิดที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ต้องการให้พระพุทธศาสนาต้องมัวหมอง พร้อมฝากสมุดธนาคารบัญชีเงินฝากของวัดให้รองเจ้าอาวาสดูแลกิจการภายในวัดต่อไป

ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวที่เกี่ยวโยงกับการตรวจสอบพระระดับชั้นธรรมรูปหนึ่ง ที่มีความสัมพันธ์กับสีกามานานกว่า 15 ปี และอยู่ระหว่างการสืบสวนข้อเท็จจริงโดยกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งทางวัดยืนยันจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน และจะเปิดเผยข้อมูลตามขั้นตอนอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนหรือกระทบต่อความรู้สึกของพุทธศาสนิกชน

ในขณะที่ นางสุมาลี พิมพ์พันธ์ พุทธศาสนิกชนที่เข้ามาไหว้พระทำบุญบริเวณวัดนครสวรรค์ บอกว่า รู้สึกใจหายหลังทราบเรื่องและการลาสิขาของเจ้าคณะจังหวัด และไม่เชื่อว่าเรื่องที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์นั้นเป็นเรื่องจริง แต่ถึงอย่างไรก็ยังไม่เลิกที่ศรัทธาในพระพุทธศาสนาและยังคงทำบุญต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...