โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลุ้นสหรัฐลดภาษีไทย ไม่เสียเปรียบประเทศในอาเซียน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 19 ก.ค. 2568 เวลา 17.44 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2568 เวลา 00.30 น.

*** คอลัมน์ฐานโซไซตี หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ “ลึก ตรงประเด็น เห็นโอกาส” ฉบับ 4,115 ระหว่างวันที่ 20-23 ก.ค.2568 “ว.เชิงดอย” ประจำการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ที่มีสาระ เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะเช่นเคย

*** เรื่อง “ภาษีส่งออก” ไปสหรัฐอเมริกา หรือที่เรียกว่า “ภาษีทรัมป์” ยังคงต้องจับตากันอย่างใกล้ชิดต่อไป เพราะเหลือเวลาอีกราว 2 สัปดาห์ ก่อนที่จะถึง “เส้นตาย” ที่ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ สหรัฐขีดเอาไว้ คือ วันที่ 1 ส.ค. 2568 สำหรับ “ประเทศไทย” จะเจอกับการจัดเก็บภาษีตอบโต้ในอัตรา 36%

ก่อนหน้านั้น รัฐบาลสหรัฐ ได้กำหนดภาษีส่งออกในกลุ่มประเทศอาเซียน ดังนี้ ไทย ภาษีส่งออกไปสหรัฐ อยู่ที่ 36%, กัมพูชา ภาษีสูงสุด 49%, ลาว ภาษี 36%, ฟิลิปปินส์ ภาษีเดิม 17% เพิ่มเป็น 20%, อินโดนีเซีย ภาษี 32% ก่อนทำดีลลดเหลือ 19% ผ่านข้อตกลงพิเศษ, มาเลเซีย ภาษีเบื้องต้น 24–25%, เวียดนาม โดน 46% ก่อนเจรจาลดลงเหลือ 20–40% แล้วแต่สินค้า  สำหรับอัตราภาษีในกลุ่มอาเซียน ขณะนี้“ไทย” เสียเปรียบที่สุด รองจากลาว และ กัมพูชา เนื่องจากถูกปรับเป็น 36% สูงกว่าประเทศใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งเวียดนาม และ อินโดนีเซีย

*** เหตุที่“ไทย” จะเจอกับผลกระทบหนักจากมาตรการภาษีของสหรัฐ ก็เนื่องจากโครงสร้างทางเศรษฐกิจพึ่งพาการส่งออก สินค้าไทยที่ส่งไปสหรัฐ เช่น อิเล็กทรอนิกส์ อะไหล่ยานยนต์ และ การเกษตร มีสัดส่วนสูง ภาษี 36% จะทำให้ต้นทุนสูงขึ้น กระทบการแข่งขันในตลาดสหรัฐ เสียเปรียบทั้ง เวียดนาม และ อินโดนีเซีย …จะก่อให้เกิดการย้ายฐานการผลิต ผู้ประกอบการไทยอาจถูกบีบให้ย้ายฐานไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เวียดนาม หรือ อินโดนีเซีย เพื่อลดต้นทุนภาษี, ภาษีที่สูงขึ้นจะลดแรงจูงใจของนักลงทุนต่างชาติ ที่จะใช้ไทยเป็นฐานผลิตเพื่อส่งออกไปสหรัฐ

ขณะเดียวกัน หากไทยโดนภาษี 36% จะส่งผลกระทบต้นทุน +36% ปัญหาการแข่งขันสินค้าไทยมีต้นทุนสูงขึ้นทันที ตลาดสหรัฐเผชิญคู่แข่งอื่นที่ภาษีต่ำกว่า ทั้งจากอาเซียน เอง และ จากประเทศนอกอาเซียน, ยอดส่งออกจะหดตัวลงทันที, นักลงทุนสหรัฐ อาจไม่ใช้ไทยเป็นฐานผลิต จะแสวงหาประเทศที่มีภาษีต่ำกว่า เช่น อินโดนีเซีย (19%) หรือ เวียดนาม (20%) , การลงทุนใหม่อาจหดตัว เกิดการเคลื่อนไหวของสายผลิต ย้ายฐาน , แรงกดดันค่าเงินบาท อัตราดอกเบี้ย เงินบาทอาจอ่อนค่า ทำให้นำเข้าสินค้าและวัตถุดิบแพงขึ้น ดันอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นเพื่อดูแลเงินเฟ้อ

*** ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย ออกมาพูดถึงข้อกังวลของผู้ส่งออกไทย 8 ประเด็นสำคัญ คื่อ 1.การขึ้นภาษีทำให้ต้นทุนสินค้าของสหรัฐสูงขึ้น ช่วงที่ผ่านมาผู้นำเข้ามีการกดดันต่อรองด้านราคาและให้ช่วยรับภาระค่าภาษี กระทบต้นทุนของผู้ส่งออกไทย ทำให้ผู้ส่งออกต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น 2.ราคาสินค้าในสหรัฐ เริ่มมีการปรับตัวสูง กระทบการบริโภคในประเทศลดลงหาก หลังวันที่ 1 ส.ค. หากประเทศผู้นำเข้าส่วนใหญ่ ยังไม่สามารถตกลงด้านการลดภาษีนำเข้า จะกระทบต่อราคาสินค้าในตลาดสหรัฐให้สูงมาก และกระทบผู้นำเข้าต้องหาเงินทุนหมุนเวียนในการจ่ายภาษีมากขึ้น

3.เริ่มเห็นสัญญานการลดลงของออเดอร์ส่งออก โดยเฉพาะคำสั่งซื้อระยะยาวที่ลดลง ความกังวลของผู้ส่งออกหากยังคงอัตราภาษี 36% ผู้ประกอบการอยู่ไม่ได้ พบว่า ออเดอร์จากสหรัฐ เริ่มไหลไปเวียดนาม ที่มีอัตราภาษีต่ำกว่าไทย และต้นทุนโดยรวมต่ำกว่าไทย 4.ช่วงตั้งแต่เดือน ก.ค. กำลังการผลิตของผู้ส่งออกเริ่มลดลง และจะรุนแรงมากขึ้น หลังพ้นกำหนดผ่อนผันด้านภาษี กำลังการผลิตที่ลดลงมาจากตัวเลขส่งออกที่ลดลงกระทบเป็นลูกโซ่ในโซ่อุปทาน ทั้งอุตสาหกรรมที่สนับสนุนการส่งออก ภาคโลจิสติกส์ และ ขนส่ง

5.ผู้ส่งออกดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด เนื่องจากแนวโน้มออเดอร์สั่งซื้อที่ลดลงทำให้ “Overhead Cost” สูงขึ้น มีการลดค่าใช้จ่าย เช่น ค่าไฟฟ้า และการต่อรองราคาวัตถุดิบในประเทศ 6.การแข่งขันในตลาดอื่นนอกสหรัฐ มีความรุนแรง เนื่องจากทุกประเทศได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีทรัมป์ ทำให้ผู้ส่งออกของประเทศต่าง ๆ ล้วนหันไปหาตลาดทดแทนการส่งออกไปสหรัฐ ส่งผลให้มีการแข่งขันด้านราคาอย่างรุนแรง การหาตลาดใหม่จึงไม่ใช่เรื่องง่าย

7.ความผันผวนของราคาค่าระวางเรือ โดยเฉพาะที่มาจากสหรัฐ มีความผันผวนและไม่แน่นอน เช่น ค่าระวางเรือมาจากท่าเรือลอสแองเจลิส ราคาตู้ละประมาณ 638 ดอลลาร์/TEU ขณะที่ตู้ Reefer Container หรือตู้แช่แข็งราคา 4,300 ดอลลาร์/TEU 8.อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทแข็งค่าในช่วง 6 เดือนครึ่งของปี 2568 แข็งค่า 1.286 บาท/ดอลลาร์ หรือแข็งค่าประมาณร้อยละ 3.75 (บางช่วงแข็งค่าถึงร้อยละ 4.8) ทำให้แข่งขันด้านราคาได้ยาก

*** ภาษี 36% ถือเป็นแรงสั่นสะเทือนระดับชาติต่อ “เศรษฐกิจไทย” เพราะจะส่งผลต่อ “อุปทานสินค้า” ที่อาจย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศ ส่งผลต่อการจ้างงาน การลงทุน และโอกาสฟื้นฟูเศรษฐกิจในอนาคต …หากไม่สามารถเจรจาได้ ไทยจะกลายเป็นผู้เล่นที่เสียเปรียบในประเทศอาเซียน ดังนั้น ต้องมาร่วมกันลุ้นไม่ให้สหรัฐ เก็บภาษีไทยเต็มอัตราศึก 36% อย่างที่ “ทรัมป์” ประกาศไว้ อย่างน้อยๆ ขอให้เก็บไทยไม่สูงกว่า เวียดนาม (20%) และ อินโดนีเซีย (19%) ก็ยังพอทน…

คอลัมน์ฐานโซไซตี โดย…ว.เชิงดอย หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4115

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...