โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ตำรวจไซเบอร์แถลงความคืบหน้าคดีลวง ชาลอต ปิดเกมกองร้อยปอยเปต รวบ 4 ตัวการ ศาลสั่งจำคุกเกือบ 20 ปี เร่งล่าเจ้าของบัญชีคริปโตชาวเขมร

สยามนิวส์

เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2568 เวลา 08.07 น. • สยามนิวส์
ตำรวจไซเบอร์แถลงความคืบหน้าคดีลวง ชาลอต ปิดเกมกองร้อยปอยเปต รวบ 4 ตัวการ ศาลสั่งจำคุกเกือบ 20 ปี เร่งล่าเจ้าของบัญชีคริปโตชาวเขมร

วันพฤหัสบดีที่ 5 มิ.ย.68 ที่ บริเวณชั้น 1 บก.สอท.2 นำโดย พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท., พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ตำรวจไซเบอร์แถลงความคืบหน้าคดีลวง “ชาลอต” ปิดเกมกองร้อยปอยเปต รวบ 4 ตัวการ ศาลสั่งจำคุกเกือบ 20 ปี เร่งล่าเจ้าของบัญชีคริปโตชาวเขมร

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 ธ.ค.67 น.ส.ชาล็อต ออสติน ดารานักแสดงชื่อดัง ได้ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการฟอกเงิน และข่มขู่ให้โอนเงินไปเพื่อตรวจสอบจำนวน 3 ครั้ง รวมจำนวน 4 ล้านบาท โดยระหว่างการหลอกลวง ได้มีคนร้ายแต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ตำรวจวิดีโอคอลข่มขู่ตลอดเวลาช่วงสนทนา

หลังผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความจากกรณีดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้อนุมัติโอนคดีจาก สน.สุทธิสาร บช.น. มาอยู่ในความารับผิดชอบของ บก.สอท.1 บช.สอท. โดยรับเป็นเลขคดีที่ 286/2567 และต่อมา พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. ได้มีคำสั่ง บช.สอท.ที่ 6/2568 แต่งตั้ง พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนรับผิดชอบ แต่เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีความผิดซึ่งมีโทษตามกฎหมายไทยได้กระทำลง นอกราชอาณาจักรไทย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20 ให้อัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทนเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ และอัยการสูงสุดได้กรุณามอบหมายอัยการร่วมสอบสวนกับพนักงานสอบสวนของ บช.สอท. ด้วย

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดี โดยมีตัวการหลักในขบวนการ จำนวน 5 ราย โดยติดตามจับกุมได้แล้วจำนวน 4 ราย ส่วนอีก 1 ราย เป็นเจ้าของบัญชีคริปโตเคอเรนซี่ชาวกัมพูชา อยู่ระหว่างหลบหนี ในต่างประเทศ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับไว้แล้ว และอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัว ในส่วนข้อหาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี ได้แก่ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ,ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใด ๆ เพื่อให้มีการขายบัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด, อั้งยี่, ซ่องโจร, มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และ สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน

ต่อมา วันที่ 5 มี.ค.68 คณะพนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนการสอบสวนให้อัยการพิเศษแผนกคดีอาญา 10 และอัยการ ได้สั่งฟ้องผู้ต้องทั้ง 4 คน เป็นจำเลยต่อศาลอาญา กระทั่ง เมื่อวันที่ 29 พ.ค.68 ศาลอาญาได้พิพากษาตามคดีหมายเลขดำที่ อทย.256/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อทย.424/2568 ดังนี้

- จำคุกจำเลยที่ 1 (น.ส.ปารีฉัตต์ อายุ 40 ปี) จำนวน 6 ปี 150 เดือน (หรือประมาณ 18 ปี) ซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่ เปิดบัญชีธนาคาร และข้ามไปสแกนใบหน้า ตึก 25 ชั้น ฝั่งกัมพูชา แล้วส่งมอบข้อมูลต่างๆให้ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไว้

- จำคุกจำเลยที่ 2 (นายอาทิตญา อายุ 43 ปี) จำนวน 7 ปี 150 เดือน (หรือประมาณ 19 ปี) ซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่ รวบรวมบัญชีธนาคาร ส่งต่อให้กลุ่มของจำเลยที่ 4

- จำคุกจำเลยที่ 3 (นางจันทร์ทา อายุ 51 ปี) จำนวน 7 ปี 150 เดือน (หรือประมาณ 19 ปี) ซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่ รวบรวมบัญชีธนาคาร ส่งต่อให้กลุ่มของจำเลยที่ 4 เช่นเดียวกับจำเลยที่ 2

- จำคุกจำเลยที่ 4 (นายธนาวุฒิ อายุ 28 ปี ) จำนวน 6 ปี 146 เดือน (หรือประมาณ 18 ปี) ซึ่งจำเลยรายนี้คือ “กองร้อยปอยเปต” ทำหน้าที่สวมเครื่องแบบข้าราชการตำรวจเพื่อวีดีโอคอลสนทนากับเหยื่อ เมื่อหลอกลวงเหยื่อสำเร็จ ก็จะให้เหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของจำเลยที่ 1 ซึ่งกลุ่มของจำเลยที่ 4 นั้นจะมีแอปธนาคารของจำเลยที่ 1 และให้จำเลยที่ 1 แสกนใบหน้าโอนต่อไปยังกระเป๋าบัญชีซื้อขายเหรียญคริปโตเคอเรนซี่ของชาวกัมพูชาที่ยังหลบหนี โดยจำเลยที่ 1 ได้เปิดไว้ และมอบยูสเซอร์เนมกับรหัสผ่านให้แก่กลุ่มจำเลยที่ 4 ไว้เช่นกัน

ในส่วนของความเสียหายนั้น ศาลได้สั่งให้จำเลยทั้ง 4 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 4 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา ร้อยละ 5 ต่อปี นับจากวันที่ 8 ธ.ค.67 ซึ่งจำเลยสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้นได้ ในกำหนด 1 เดือน ตาม ป.วิอาญา มาตรา 198

โดยหลังจากนี้ บช.สอท. จะดำเนินการขอคัดคำพิพากษาฉบับเต็ม และจะมีหนังสือไปยัง อัยการสูงสุด เพื่อขอหารือ ในประเด็นเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ เหรียญคริปโต ที่ทาง บช.สอท. ได้ขออายัดของผู้ต้องหาชาวกัมพูชาที่หลบหนีเอาไว้ที่ผู้ให้บริการ (Binance) ซึ่งตามขั้นตอนนั้น จะเป็นการขอความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา เพื่อนำเหรียญคริปโตที่อายัดกลับคืนมาเยียวยาให้แก่ผู้เสียหาย

ในส่วนคดีอื่นๆ อีกจำนวน 71 คดี ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้โอนมา บช.สอท. นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน และจะแถลงความคืบหน้าให้แก่พี่น้องประชาชนทราบต่อไป

ผู้สื่อข่าวนครบาล ทีมข่าวสยามนิวส์ รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...