โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ช่อ แนะ ‘อิ๊งค์’ ปรับปรุงภาวะผู้นำ หลังวีนสื่อ แนะลดสัมพันธ์ ‘ฮุนเซน-ชินวัตร’

Khaosod

อัพเดต 04 มิ.ย. 2568 เวลา 08.48 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2568 เวลา 08.33 น.
ช่อ แนะ ‘อิ๊งค์’ ปรับปรุงภาวะผู้นำ หลังวีนสื่อ แนะลดสัมพันธ์ ‘ฮุนเซน-ชินวัตร’

ช่อ แนะ ‘อิ๊งค์’ ปรับปรุงภาวะผู้นำ หลังวีนสื่อ ถามปมร้อนชายแดน แนะหามาตรการควบคู่เจรจา JBC แนะลดสัมพันธ์ ‘ฮุนเซน-ชินวัตร’ลง ตกใจนายกฯ รับผู้นำไทย-กัมพูชาเป็นเพื่อนกัน ทั้งที่สถานการณ์เป็นแบบนี้

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 มิ.ย. 2568 ที่รัฐสภา น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า กล่าวถึงการแก้ปัญหาของรัฐบาลกรณีชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า อย่างน้อยที่สุดต้องชมรัฐบาล โดยเฉพาะรมว.กลาโหม ที่ระบุว่าจะไม่มีการนำเรื่องนี้ขึ้นสู่ศาลโลก ขอให้เป็นเรื่องที่แขวนลอยอยู่บนอากาศเพราะโยนมาจากฝั่งกัมพูชาหลายวันแล้ว ซึ่งกลไกทวิภาคีระหว่าง 2 ประเทศจะเป็นกลไกที่ดีและมีประสิทธิภาพที่สุด ในการคลี่คลายความขัดแย้งทางชายแดน โดยไม่จำเป็นต้องไปขึ้นศาลโลก

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า วุฒิภาวะและภาวะผู้นำของนายกฯ ยังถือว่าพร่อง หลายวันที่ผ่านมาเราเห็นทั้งนายกฯกัมพูชาและบิดาของนายกฯกัมพูชาซึ่งดำรงตำแหน่งประธานองคมนตรี ออกมาตอบโต้โจมตีไทยทุกวัน แต่การตอบโต้ของไทยเราจะเห็น เพียงแต่นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ และนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.กลาโหมออกมาแถลง

ส่วนวันนี้ที่น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ แถลงเรื่องดังกล่าวควรเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ แต่กลายเป็นประเด็นที่นายกฯ ไม่พอใจนักข่าว ที่สอบถามในประเด็น จุดยืนของไทยอ่อนไปหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องนี้ที่ประเทศชาติอยู่ในสภาวะวิกฤตทางชายแดนแบบนี้

"เราต้องการภาวะผู้นำจากนายกฯ นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด แต่สิ่งที่เราได้รับในวันนี้ต้องขอให้นายกฯ ปรับปรุงจริงๆ เพื่อผลประโยชน์ของประเทศ ท่าทางเขาตอบโต้กลับมาโดยการใช้ นายกฯหรือพ่อของนายกฯ อย่างน้อยที่สุดทางการไทยต้องให้นายกฯ ตอบ ไม่ได้ตอบโต้เพื่อท้าตีท้าต่อย แต่มีหลายวิธีที่จะยืนยันในจุดยืน และเกียรติภูมิของประเทศเรา โดยผู้นำของเราเอง" น.ส.พรรณิการ์กล่าว

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวต่อว่า ประเด็นต่อมาคือ การแสดงจุดยืนและนโยบายที่เป็นรูปธรรม ว่าเราจะตอบโต้กัมพูชาอย่างไร โดยที่ไม่ใช่การรบ วันนี้ นายภูมิธรรม พูด 1 ประโยคที่ตนก็ตกใจเหมือนกัน ที่บอกว่า"คนไทยอย่ารู้มากไปเลย เดี๋ยวจะเสียเปรียบในการเจรจา รัฐบาลเตรียมไว้อยู่แล้ว" คือพูดในทำนองว่า"เชื่อผู้นำชาติพ้นภัย เชื่อเถอะว่าเอาอยู่เตรียมไว้หมดแล้ว ถ้าพูดออกไปเยอะเดี๋ยวจะไปเสียเปรียบเขา"

ตนคิดว่า ถ้าเราพูดโดยรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ และประชาชนมั่นใจว่า รัฐบาลเอาอยู่จัดการได้ ยังพอฟังได้ แต่ถามประชาชนทุกคนว่าวันนี้ รัฐบาลเรามีเครดิตขนาดนั้นหรือไม่ ไม่ว่าจะในประเทศหรือเวทีระหว่างประเทศ รัฐบาลเราได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ จากประชาชนในระดับนั้นหรือไม่

"เรื่องนี้ต้องยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของรัฐบาลเพื่อไทยจริงๆ ที่ประเทศเผชิญวิกฤตแบบนี้ แล้วยังมีรัฐบาลที่ขาดเสถียรภาพ ขาดความมั่นใจจากประชาชน ขาดแรงหนุนจากประชาชน แต่ในเมื่อเป็นแบบนั้นไปแล้ว แทนที่จะบอกว่าให้เชื่อผู้นำชาติพ้นภัย แต่สิ่งที่ดีที่สุดที่จะสร้างเครดิตให้กับรัฐบาลในภาวะฉุกเฉินแบบนี้ คือต้องเอาให้ชัดว่าจะทำอย่างไร" น.ส.พรรณิการ์กล่าว

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า ส่วนอีกข้อกังวลจากการที่ได้ฟังคำพูดของนายภูมิธรรม วันนี้ ที่ฝากความหวังไว้ที่คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (Joint Boundary Committee : JBC) ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 14 มิ.ย. การเจรจาโดยใช้กลไกปกติที่มีอยู่แล้ว เป็นเรื่องดี แต่ขอฝากไปให้พิจารณาว่า โต๊ะกลไก JBC ซึ่งเป็นกลไกปกติ เพียงพอหรือไม่ ในการคลี่คลายสถานการณ์วิกฤตในรอบนี้

เพราะฝั่งกัมพูชา ทั้งนายฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชาและ สมเด็จฮุน เซน ประธานองคมนตรีกัมพูชา ดูแล้วโหมกระพือหนัก คิดว่าเป็นไปได้ยากที่จะยอมลงให้กันในJBC ฉะนั้นแทนที่เราจะสงบอยู่ในที่ตั้งและรอเจรจาใน JBC อย่างเดียว รัฐบาลไทยควรพิจารณามาตรการควบคู่กันไป ซึ่งมีหลายวิธีที่ไม่ใช่การแสดงออกทางการทูต เช่น ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ปอยเปต ตัดไฟตัดเน็ตที่ส่งไปให้แก๊งคอล เรื่องเหล่านี้ได้ประโยชน์ทั้งฝั่งไทย และได้ประโยชน์กับทั้งฝั่งชาวกัมพูชา เพราะเราไม่ได้ไปตัดน้ำตัดไฟประชาชน แต่เราตัดไฟตัดเน็ต แก๊งคอล

เรื่องเหล่านี้เป็นกระบวนการที่เราทำได้ ภายใต้กรอบกฎหมายของเรา ขณะเดียวกันก็เป็นการแสดงท่าทีที่เราตอบโต้อย่างรักษาเกียรติภูมิของประเทศ และไม่ได้เป็นอันธพาล ไม่ได้ท้าตีท้าต่อย จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณา เพราะลำพังหวังเพียงการเจรจาใน JBC

ต้องบอกตามตรงว่า ดูจากประวัติที่ผ่านมา ถ้าเขายอมลงให้เรารอบนี้ใน JBC ถือว่าแปลกมาก คงจะไม่ใช่อดีตนายกฯฮุน เซน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเดินทางมาไกลขนาดนี้แล้ว ถึงขั้นพูดว่าจะเป็นฉนวนกาซ่า หรือจะเอาขึ้นศาลโลก คิดว่าไทยควรตอบโต้ ให้อยู่ในน้ำหนักเดียวกับ ที่กัมพูชาตอบโต้กับเรา

ส่วนที่มีความพยายามเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างสมเด็จฮุน เซนกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะเป็นผลดีหรือผลเสียนั้นน.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า เมื่อฟังคำพูดของนายกฯในวันนี้เป็นคำพูดที่น่าตกใจ ที่ยอมรับว่าผู้นำไทยกับกัมพูชาเป็นเพื่อนกัน คำนี้ถ้าพูดกันในภาวะปกติไม่แปลก ผู้นำประเทศในไหนก็เป็นเพื่อนกันได้อยู่แล้ว

แต่การพูดในสถานการณ์แบบนี้ นายกฯอาจจะขาดความเข้าใจ สถานการณ์ทางการเมืองภายในกัมพูชา นายสม รังสี ผู้นำฝ่ายค้านพลัดถิ่นของกัมพูชา โจมตีรัฐบาล สมเด็จฮุน เซน นายฮุน มาเนตมาตลอด ว่า เป็นพวกที่ขายชาติ เป็นคนที่มาเกี้ยเซี้ยกับตระกูลชินวัตรของไทย ทำให้ผลประโยชน์แห่งชาติของกัมพูชาสูญเสียไป และมีการคาดการณ์ว่านี่อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่ง ทำให้สมเด็จฮุน เซน นายฮุน มาเนต มีท่าทีแข็งกร้าว เพื่อลบข้อครหาที่ว่าตระกูลฮุนเซนกับชินวัตร เกี้ยเซี้ยกันเพื่อประโยชน์ของตนเอง และละเลยผลประโยชน์ชาติ

“ฉะนั้น คำพูดของนายกฯ ในวันนี้ ดิฉันจึงถือว่าเบาที่สุด คือนายกฯ ขาดความเข้าใจอย่างหนัก และคิดว่าอาจจะไร้เดียงสาทางการเมืองเกินไปที่พูดประโยคนี้ออกมา ซึ่งเราไม่รู้ว่ากัมพูชาจะนำไปต่อยอดหรือนำไปปั่นกระแสมากแค่ไหน แต่เมื่อพูดออกไปแล้ว เราก็ต้องเฝ้าระวัง และติดตามอย่างใกล้ชิด สถานการณ์ ตอนนี้สิ่งที่เราควรทำมากที่สุดคือ ยุติการชูความสนิทสนมส่วนบุคคล เพราะนี่คือเรื่องของบูรณภาพทางดินแดน นี่เป็นเรื่องของผลประโยชน์รัฐต่อรัฐ " น.ส.พรรณิการ์กล่าว

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า ตนเชื่อมั่นในกลไกของกระทรวงการต่างประเทศและสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ว่ากลไกเหล่านี้ รวมถึงทหารที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดน เป็นกลไกปกติ แบบรัฐต่อรัฐ ที่สามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้

ขอให้หยุดใช้เรื่องส่วนตัวหรือสายสัมพันธ์ส่วนตัว มาบอกว่าคลี่คลายสถานการณ์ได้ ด้วยความสนิทสนมกัน เพราะยิ่งเหมือนการราดน้ำมันลงบนกองไฟ จะทำให้ฮุนเซ็นอาจจะต้องตอบโต้ ด้วยท่าทีแข็งกร้าว ยิ่งขึ้นเพื่อลบข้อครหาที่เขาถูกโจมตี

ส่วนที่มีหลายคนห่วงว่าครั้งนี้ไทยอาจจะเสียดินแดนไปอีก เหมือนเช่นครั้งเขาพระวิหาร น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า ตนไม่เชื่อว่าเราจะเสียดินแดน เรื่องนี้ สามารถคลี่คลายไปได้ แต่สิ่งที่อยากให้ระวังคือกระแสชาตินิยมเข้มข้น ชาตินิยมสุดโต่งกันในช่วงนี้ ด้วยการกระตุ้นความยั่วยุ จากประเทศข้างๆ ซึ่งก็เห็นกันอยู่ว่ามีความพยายามยั่วยุปลุกปั่นเพื่อคะแนนนิยมภายในประเทศของเขาจริงๆ

ตนอยากจะเตือนคนไทยว่า อย่าไปเข้าทางเขา เรื่องการเสียดินแดนไม่เสีย เราสามารถพูดคุยเจรจา และใช้มาตรการตอบโต้อื่นๆที่ไม่ใช่การสู้รบ จัดการปัญหานี้ได้ แต่ขอให้รัฐบาล มีท่าทีที่ชัดเจน และเข้มแข็งกว่านี้ ในการตอบโต้กับกัมพูชาที่มีน้ำหนักเสมอกัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ช่อ แนะ ‘อิ๊งค์’ ปรับปรุงภาวะผู้นำ หลังวีนสื่อ แนะลดสัมพันธ์ ‘ฮุนเซน-ชินวัตร’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...