CGSI มองกรอบ SET วันนี้ 1,100-1,125 จุด จับตาการเมืองไทย-ประชุมเฟด
ข่าวหุ้นธุรกิจ
อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 02.57 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 02.57 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทย (SET Index) ในระยะสั้นว่า จะเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบแคบที่ระดับ 1,100–1,125 จุด ในลักษณะ Sideway ถึง Sideway Down โดยมีปัจจัยกดดันจากความไม่แน่นอนในหลายด้าน
ทั้งสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ ภายหลังอิหร่านปฏิเสธการเจรจาหยุดยิง ประกอบกับท่าทีของประเทศมหาอำนาจในการประชุม G7 ที่แสดงจุดยืนสนับสนุนอิสราเอล ขณะเดียวกันสหรัฐอเมริกาได้เปิดห้อง “Situation Room” ซึ่งจากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมามักตามมาด้วยความตึงเครียดในภูมิภาค
นอกจากนี้ ยังมีความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ โดยเฉพาะกรณีการปรับคณะรัฐมนตรี ซึ่งพรรคเพื่อไทยเสนอขอกระทรวงมหาดไทยคืน และเสนอให้พรรคภูมิใจไทยโยกไปบริหารกระทรวงสาธารณสุขและสำนักนายกรัฐมนตรีแทน พร้อมกำหนดเส้นตายให้ตอบภายในวันที่ 19 มิถุนายน เวลา 15:00 น. หากพรรคภูมิใจไทยตัดสินใจออกจากรัฐบาลไปอยู่ฝ่ายค้าน อาจทำให้เสียงสนับสนุนรัฐบาลในสภาไม่ถึงครึ่งหนึ่ง สร้างแรงกดดันต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ทั้งนี้ ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว CGSI แนะนำกลยุทธ์ลงทุนแบบ Defensive Play และ Trading-Selective Buy โดยเน้นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งหรือมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว พร้อมจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในวันที่ 18 มิถุนายน รวมถึงถ้อยแถลงของประธานเฟด นายเจอโรม พาวเวลล์ การคาดการณ์ Dot Plot และประมาณการเศรษฐกิจของสหรัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินในระยะต่อไป
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญในประเทศคือ การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่คณะกรรมการค่าจ้างมีมติให้เพิ่มเป็น 400 บาทต่อวันในพื้นที่กรุงเทพฯ (+7.5% จากเดิม 372 บาท) และในธุรกิจโรงแรมระดับ 2 ดาวขึ้นไป รวมถึงสถานบริการในจังหวัดอื่นทั่วประเทศ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้ โดยจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติต่อไป คาดว่าจะเป็นประโยชน์กับแรงงานกว่า 700,000 ราย อย่างไรก็ดี จะส่งผลกระทบต่อกลุ่มผู้รับเหมารายย่อยและธุรกิจก่อสร้างที่ใช้แรงงานต่างด้าวเป็นสัดส่วนสูง
อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบน้อย ได้แก่ ธุรกิจค้าปลีก เช่น CPALL ที่มีฐานค่าจ้างสูงอยู่แล้ว และผู้รับเหมารายใหญ่ที่มีโครงการบ้านแนวราบในมือ หรือโครงการคอนโดที่ใช้ระบบ Turn Key ซึ่งต้นทุนตกอยู่กับผู้รับเหมาโดยตรง ไม่ใช่ผู้พัฒนาโครงการ
สำหรับหุ้นเด่นประจำวันของ CGSI ได้แก่
GULF : มองว่าบริษัทมีการเติบโตของกำไรที่มั่นคง งบดุลแข็งแกร่ง เป็นผู้นำตลาด และมีการขยายธุรกิจสาธารณูปโภคและ LNG อย่างต่อเนื่อง คาดว่ากำไรจากธุรกิจใหม่จะหนุนราคาหุ้นให้ปรับขึ้น (จุดทำกำไร: 44.50 บาท / จุดตัดขาดทุน: 42.50 บาท)
MINT : คาดว่าความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวได้รับการสะท้อนในราคาหุ้นไปแล้ว อีกทั้ง MINT มีสัดส่วนรายได้จากโรงแรมในไทยน้อยกว่าคู่แข่ง ทำให้ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ น้อยที่สุด (จุดทำกำไร: 23.80 บาท / จุดตัดขาดทุน: 22.60 บาท)