โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ผู้เชี่ยวชาญ ไขข้อสงสัย ปมลูกในท้องกินพี่น้องฝาแฝด?

อีจัน

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 19.35 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 11.39 น. • อีจัน

ช็อกทั่วโลก! คุณแม่ตั้งครรภ์แชร์ประสบการณ์สุดพีค ตอนแรกอัลตราซาวด์เจอแฝด 2 ไปๆ มาๆ กลายเป็นแฝด 3 ก่อนจะพลิกผันเหลือเพียง 1 คน จนหลายคนบอกว่า “ทารกกินพี่น้องตัวเอง?” ล่าสุด มีผู้เชี่ยวชาญออกมาให้ความรู้เกี่ยวกับภาวะนี้แล้วค่ะ

เมื่อไม่นานมานี้สื่อต่างประเทศ รายงานว่า คุณแม่รายหนึ่ง ได้ออกมาโพสต์ TikTok @vfbabygirl28 ได้แบ่งปันเรื่องราวสุดเหลือเชื่อว่า การตรวจอัลตราซาวด์ครั้งแรก เธอได้รับข่าวดีว่ากำลังจะมีลูกแฝดสอง แต่แล้วเมื่อถึงการตรวจครั้งที่สองกลับพบว่าเธอตั้งครรภ์ลูกแฝดสาม กระทั่งการตรวจครั้งที่สาม ทุกอย่างกลับตาลปัตร คุณหมอแจ้งข่าวว่า ทารกสองคนได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงทารกคนเดียวที่แข็งแรง

โดยเธอได้โพสต์ภาพทารกแรกเกิดที่ดูสุขภาพดี ผิวพรรณเปล่งปลั่ง พร้อมแคปชั่นที่ว่า “เจ้าตัวน้อยคนนี้กินพี่น้องของมันเอง! พระเจ้าช่วย!”

เมื่อเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างตกใจ พร้อมตั้งคำถามมากมาย หลายคนสงสัยว่า “ทารกจะกินทารกอีกคนได้อย่างไร?”

กระทั่งมีผู้เชี่ยวชาญออกมาอธิบายถึงปรากฏการณ์นี้ว่า มีสาเหตุที่เป็นไปได้ 2 อย่าง ได้แก่

1. ภาวะฝาแฝดอันตรธาน (Vanishing Twin Syndrome – VTS): เป็นภาวะที่พบได้บ่อย เกิดขึ้นเมื่อตัวอ่อนหลายตัวเริ่มพัฒนาในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ แต่แล้วตัวอ่อนบางตัวก็หยุดการเจริญเติบโตและถูกร่างกายของแม่หรือทารกที่เหลืออยู่ดูดซึมกลับไป มักเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ และอาจไม่ถูกตรวจพบหากไม่มีการอัลตราซาวด์เป็นประจำ

2. ภาวะมนุษย์ไคเมอริซึม (Human Chimerism): เป็นภาวะที่หายากกว่า เกิดขึ้นเมื่อตัวอ่อนสองตัวหลอมรวมกันตั้งแต่ช่วงแรกของการพัฒนา ส่งผลให้เกิดเป็นบุคคลที่มี DNA สองชุด หากเป็นเช่นนี้ ทารกอาจมี DNA ที่แตกต่างกันในส่วนต่างๆ ของผิวหนัง มีเลือดสองชนิด หรือมี DNA ในอวัยวะภายในที่แตกต่างจากส่วนอื่นๆ ของร่างกาย

แล้วลูกเพจล่ะคะคิดยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...