โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ณัฐพงษ์ แถลงจุดยืน ปชน. จี้ นายกฯ ยุบสภา ปิดทางรัฐประหาร ย้ำ พร้อมเลือกตั้งทันที

MATICHON ONLINE

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 08.05 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 03.22 น.

ปฏิวัติรัฐประหารไม่ใช่ทางออก ‘ณัฐพงษ์’ นำ ‘ปชน.’ แถลงเรียกร้อง ‘นายกฯ’ ยุบสภา-พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัว เหตุผู้นำหมดความชอบธรรม มอง ภายใต้บริบทปัจจุบัน แม้ได้ ‘แคนดิเดตนายกฯ’ ที่มีอยู่ ก็ยังไม่ใช่ ‘รัฐบาล’ ที่ดี

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 มิถุนายน ที่รัฐสภา พรรคประชาชน นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงกรณีสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา ตั้งแต่กรณีคลิปเสียงของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และสมเด็จฯฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา รวมถึงการประกาศถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย จนนำมาสู่เหตุการณ์เมื่อเช้านี้ ซึ่งนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ซึ่งประกาศลาออกจากตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นความชอบธรรมสุดท้ายที่นางสาวแพทองธารในฐานะนายกรัฐมนตรีได้ทำลายความเชื่อมั่นของประชาชน ต่อการบริหารราชการแผ่นดินหมดสิ้นแล้ว” นายณัฐพงษ์กล่าว

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า หลังจากก่อนหน้านี้ การจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย ที่มีการตระบัดสัตย์ ผสมพันธุ์ข้ามขั้ว ซึ่งตนและเพื่อนสมาชิกได้มีการเตือนแล้วว่า การจัดตั้งรัฐบาลแบบนี้ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาใหญ่ๆ ให้กับประเทศได้ 2 ปีที่ผ่านมา ภายใต้การบริหารประเทศของพรรคเพื่อไทย เราเห็นแล้วว่า ไม่สามารถที่จะส่งมอบคำสัญญาต่างๆ รวมถึงการแก้ไขปัญหาใหญ่ๆ ให้กับประเทศ ทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การปฏิรูประเบียบราชการกระทรวงกลาโหม รวมถึงการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน ซึ่งในวันนั้น หลายคนอาจจะพอมีความหวังอยู่บ้าง ว่าพรรคเพื่อไทยที่เคยเก่งเรื่องเศรษฐกิจ จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ แต่สำหรับ 2 ปีที่ผ่านมา ในภาพใหญ่ เราเห็นแล้วว่า การจัดตั้งรัฐบาลที่เป็นการข้ามขั้ว ไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้ และทำลายความเชื่อมั่นของประชาชน ต่อการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลมาโดยตลอด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์วิกฤตต่อตัวผู้นำ ที่นางสาวแพทองธารได้ทำลายความเชื่อมั่นต่อตัวผู้นำประเทศไปจนหมดสิ้น

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า วันนี้ตนและเพื่อนสมาชิกพรรค ขอส่งข้อเรียกร้อง ที่มี 2 วัตถุประสงค์คือ ข้อเรียกร้องที่ 1.เพื่อเตือนสติสังคม และคนไทยทุกคน เพื่อร่วมหาทางออกให้กับประเทศร่วมกัน จากข้อเรียกร้องที่แตกต่างหลากหลายเมื่อวานนี้ ทั้งของตนเองที่โพสต์ให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจในการยุบสภา ข้อเรียกร้องที่ 2 ที่อยากจะให้นายกรัฐมนตรีลาออก และข้อเรียกร้องที่สามที่อาจเลยเถิดไปค่อนข้างมาก คือการเรียกร้องให้เกิดการใช้อำนาจนอกระบบ เช่น การปฏิวัติรัฐประหาร

แต่ตนคิดว่า อารมณ์ของสังคม ณ ตอนนี้ สิ่งที่เราขาดความเชื่อมั่นต่อตัวผู้นำประเทศ สิ่งที่ตนอยากเชิญชวนประชาชนให้ตั้งคำถามกับตัวเองว่า สิ่งที่วันนี้ทุกคนต้องการคืออะไร ตนเชื่อมั่นว่าประชาชนทุกคนต้องการรัฐบาลที่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับประเทศได้ ดังนั้น ทางออกเดียวที่เราจะได้รัฐบาลที่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับประเทศได้ รัฐบาลที่มีความชอบธรรม เป็นรัฐบาลที่มาตามระบบกลไกของระบอบประชาธิปไตย แม้อารมณ์ของสังคมที่เกิดขึ้นในวันนี้ อาจจะมีการจัดตั้งม็อบเรียกร้องหน้าทำเนียบรัฐบาลหรือที่ต่างๆ แต่สิ่งที่ตนอยากให้ทุกคนช่วยกัน คือการปฏิวัติรัฐประหาร ไม่ใช่ทางออกแน่นอน อย่าให้อารมณ์สังคมเลยเถิดไป

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า สำหรับการลาออกจะเพียงพอหรือไม่เพียงพออย่างไรนั้น สมการทางการเมือง ที่เป็นอยู่ตัวเลข ส.ส.ในสภาของแต่ละพรรคจากที่เป็นอยู่ รวมถึงการที่พรรคประชาชนเราประกาศชัดมาตลอด แม้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุด ภายใต้รัฐสภาชุดนี้ เราจะไม่เป็นรัฐบาลแน่นอน รวมถึงรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่ได้มีการยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในปี’66 ที่ผ่านมา เช่น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรี, พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และท่านอื่นๆ นั้น

“การใช้ช่องทางตามกระแสเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก ภายใต้สมการทางการเมือง หน้ากระดานทางการเมืองที่เป็นอยู่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่เหลืออยู่ไม่ใช่ทางออก ไม่ใช่รัฐบาลที่ดีที่สุด ไม่ใช่รัฐบาลที่สามารถสร้างทางออกให้กับประเทศได้ ดังนั้น ด้วยบริบทสถานการณ์ทั้งหมดที่เป็นอยู่ จุดยืนของผมและพรรคประชาชนคือการร้องเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจในการยุบสภา เพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชนในการเลือกตั้งครั้งใหม่ เลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ รวมถึงการส่งข้อเรียกร้องไปยังพรรคร่วมรัฐบาลในปัจจุบัน ที่อาจจะยังไม่ได้ออกมาประกาศถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล ว่าถ้าท่านเห็นตรงกันเช่นเดียวกับพวกเรา ว่าการใช้อำนาจนอกระบบไม่ใช่ทางออก รวมถึงการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีไม่ใช่ทางออก และถ้าท่านไม่ได้ต้องการอยู่ในอำนาจต่อ เพื่อต่อรองตำแหน่งต่างๆ ท่านเห็นเรื่องการหาทางออกให้กับประเทศเป็นสิ่งสำคัญมากกว่า สร้างรัฐบาลเพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นประชาชนมากกว่า เราขอเรียกร้องให้หลายๆ พรรคที่จะมีการประชุมในวันนี้ ให้มีมติออกมาประกาศถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล” นายณัฐพงษ์กล่าว

จากนั้นเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสอบถาม โดยนายณัฐพงษ์ย้ำอีกรอบว่า หากวันนี้มีการประกาศยุบสภา เราพร้อมเลือกตั้งทันทีตอนนี้ โครงสร้างต่างๆ เรามีความพร้อมเต็มที่ รวมถึงนโยบายที่เราได้ทำงานสะสมมาหลายปี กฎหมายอีกหลายชุด ที่ตนเชื่อมั่นเป็นอย่างมากว่าถ้าเราได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ภายใต้การประชุมสภาสมัยแรก เราพร้อมจะผลักดันกฎหมายทุกฉบับ

เมื่อถามว่าประเมินว่ายุบสภาดีกว่าการลาออกแล้วใช้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเดิมอย่างไร นายณัฐพงษ์กล่าวว่า อยากให้ประชาชนทุกกลุ่ม ไม่ว่าท่านจะออกมาเรียกร้องใช้กลไก วิธีการใดต่อนายกรัฐมนตรี ตนก็อยากให้ตั้งคำถามกับตัวเองว่าท่านกำลังต้องการอะไร ตนเชื่อว่าทุกตนต้องการรัฐบาลที่แก้ไขปัญหาให้กับประเทศได้ รัฐบาลที่มีความชอบธรรม ที่สามารถสร้างสรรค์ทางมิติใหม่ให้กับประชาชนคนไทยได้ ดังนั้น กลไกการปฏิวัติรัฐประหารไม่ใช่ทางออกแน่นอน เพราะไม่ได้เป็นไปตามกลไกของระบอบประชาธิปไตย ขณะเดียวกันบริบททางการในเมือง เสียงสภา รวมถึงแคนดิเดตนายกที่มีอยู่ หากกางออกมาดูทั้งหมด จะเห็นว่าอาจมีหลายส่วนที่ต้องตั้งคำถาม ดังนั้น สิ่งที่เป็นทางออกให้กับประเทศจริงๆ คือการยุบสภา เปิดโอกาสให้ทุกพรรคนำเสนอนโยบายของตัวเอง เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ออกไปใช้สิทธิใช้เสียงของเขา ซึ่งเป็นอำนาจสูงสุดในการตัดสินใจเลือกรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อถามว่าประเมินฉากทัศน์ระหว่างนี้จนถึงสถานการณ์คลี่คลายจะเป็นไปในทิศทางใด นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนคิดว่าเป็นไปได้หลายรูปแบบ วันนี้ต้องรอการประชุมจากพรรคร่วมรัฐบาลอีกหลายพรรค ซึ่งไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าหรือตัดสินใจแทนเขาได้ แต่ตนอยากส่งข้อเรียกร้องให้อย่างทุกพรรคการเมือง หน้าที่ของท่านคือการบริหารนโยบายตามที่ได้หาเสียงไว้ ในเมื่อพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่มั่นว่าอำนาจต่อสุดเป็นของประชาชน แต่ภายใต้รัฐบาลที่เป็นอยู่ ไม่สามารถหาทางออกให้กับประเทศได้ ทางออกเดียวคือการยุบสภา

ส่วนจะไปเข้าทางกัมพูชาหรือไม่ กลไกตามรัฐธรรมนูญปัจจุบัน รัฐบาลรักษาการมีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินระดับหนึ่ง อาจจะมีเพียงเงื่อนไขบางอย่าง เช่น ไม่สามารถตั้งงบประมาณผูกพันไปยังคณะรัฐมนตรีชุดหน้าได้ ดังนั้น ถึงแม้จะมีการยุบสภาแล้ว แต่รัฐบาลรักษาการ ก็ยังสามารถใช้กลไกในระบบราชการปัจจุบัน แก้ไขปัญหาระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นได้อยู่ ไม่ใช่ว่าการยุบสภาจะทำให้การเกิดสุญญากาศแต่อย่างใด สิ่งที่ทำให้เกิดสุญญากาศคือการขาดความเชื่อมั่นของประชาชนและภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามว่าคลิปที่ปรากฏ นายกรัฐมนตรีขัดจริยธรรมหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เราทราบว่าจะมีทั้งผู้ร้องที่น่าจะเข้าไปร้องเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่จุดยืนของตนและพรรคประชาชนเรายังมีจุดยืนที่ไม่อยากใช้กลไกใดๆ ที่เป็นกลไกฝั่งตรงข้าม ใช้นิติสงคราม ทำลายล้างพรรคการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ดังนั้น ตนคิดว่าใครจะยื่นร้องอย่างไร ก็ไปตามกระบวนการที่เขามีช่องทางดู พรรคประชาชนอย่างเราเรียกร้องอย่างเดียว คือการยุบสภา

เมื่อถามว่าหากยุบสภาไปแล้ว จะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยกับการเลือกตั้งปี 2557 ที่ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า บริบทในตอนนี้กับตอนนั้นต่างกันสำหรับพรรคประชาชนในตอนนี้ เราไม่มีทางที่จะคัดค้านการเลือกตั้งแน่นอน ดังนั้นถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีการประกาศยุบสภามา เราคงไม่ได้เห็นการแสดงออกของพรรคประชาชนแน่นอน และยืนยันจะเดินหน้ามุ่งสู่การเลือกตั้งนำเสนอนโยบายต่อพี่น้องประชาชนให้มากที่สุดและเดินหน้ากระบวนการในการตั้งรัฐบาลใหม่ที่มีความชอบธรรมสูงให้เกิดขึ้นเร็วๆ มากกว่า

ส่วนร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาจะมีผลหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ในส่วนนี้อาจจะมีผลอยู่บ้าง แต่หากตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ หากสภาไม่สามารถผ่านร่างพระราชบัญญัติงบประมาณได้ ก็ใช้งบประมาณของเก่าไปก่อน ซึ่งคิดว่าการยุบสภา ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรเลย

เมื่อถามว่า เรื่องที่นายกรัฐมนตรีคุยโทรศัพท์กับสมเด็จฯฮุน เซน นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ควรจะออกมาพูดอะไรหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า วิธีทางการทูตมีทั้งในระบบและนอกระบบ ไม่ได้เห็นค้านว่าเราจะต้องใช้ทุกช่องทางในการสร้างประโยชน์หรือหาทางออกให้กับประเทศ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคลิปเสียงที่หลุดออกมาที่เห็นว่าตัวนายกรัฐมนตรีพยายามใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัว โดยมีการสื่อสารบางอย่างที่อาจจะเป็นปัญหา เช่น การสื่อสารบอกว่ารัฐบาลอยู่ตรงข้ามกับกองทัพ ทั้งที่ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีก็สื่อสารมาโดยตลอดว่าเป็นเนื้อเดียวกับกองทัพไปตลอด ซึ่งการสื่อสารแบบนี้โดยอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัว เป็นปัญหามากกว่า รวมถึงความสัมพันธ์อื่นๆ ที่นายทักษิณ ชินวัตร ดำเนินการ ดังนั้น สิ่งจำเป็น ณ ตอนนี้คือการใช้เวทีระหว่างสองประเทศในการเจรจา และจากที่คลิปเสียงหลุดออกมา สิ่งที่เราอยากจะเห็นมากที่สุดจากการสื่อสารของนายกรัฐมนตรี คือการโน้มน้าวให้กัมพูชาใช้เวทีระหว่างประเทศมาพูดคุยกัน

ทั้งนี้ หน้าที่ของกองทัพคือหน้าที่ในการปกป้องประเทศ และการสื่อสารใดๆ ที่เป็นการสื่อสารทางการเมืองหรือกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจะต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาล และกองทัพมีหน้าที่ในการทำตามคำสั่งภายใต้รัฐบาลพลเรือน ดังนั้น ณ ตอนนี้หากจะให้ส่งข้อเรียกร้องไปยังทางกองทัพต่างๆ ตนก็ไม่คิดว่าในภาพรวมส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้ อาจจะมีบางส่วน ที่หากมีการสื่อสารออกมาและพยายามใช้กระแสในปัจจุบันเพื่อนำไปสู่บางอย่าง เช่น กระบวนการที่จะได้รัฐบาลใหม่ที่ไม่เป็นไปตามกลไกประชาธิปไตยก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น และไม่อยากให้การสื่อสารออกมาจากกองทัพแบบนี้

นายณัฐพงษ์ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า จะต้องจับตา ต้องดูการประชุมของพรรคร่วมรัฐบาลแต่ละพรรคในวันนี้ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร หากพรรคเพื่อไทยสามารถคุมเสียงข้างมากได้อยู่ สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่นอนคือความเชื่อมั่นศรัทธาของพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่เสื่อมลงเรื่อยๆ และพรรคประชาชนก็พร้อมที่จะใช้กลไกทุกอย่าง อย่างเช่นการลงมติในทุกเวทีเพื่อที่จะกดดันให้นายกรัฐมนตรียุบสภาโดยเร็ว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ณัฐพงษ์ แถลงจุดยืน ปชน. จี้ นายกฯ ยุบสภา ปิดทางรัฐประหาร ย้ำ พร้อมเลือกตั้งทันที

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...