โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รมต.ทวี มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่ครอบครัวผู้เสียหาย ตาม พ.ร.บ. อุ้ม หาย ทรมาน รวมมูลค่า 750,000 บาท

VoiceTV

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 03.05 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 03.01 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

วันนี้ (19 มิถุนายน 2568) พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่ครอบครัวผู้เสียหาย ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 โดยมี นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนางสาวเอมอร เสียงใหญ่ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ผู้บริหารของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ บริเวณหน้าศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม ชั้น 1 อาคารกระทรวงยุติธรรม เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า พิธีมอบเงินช่วยเหลือแก่ผู้เสียหายจากการถูกทรมาน ถูกกระทำการที่โหดร้ายและถูกกระทำให้สูญหาย นับเป็นการดำเนินการครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่รัฐได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายอย่างเป็นทางการ ตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายว่าด้วยการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้เสียหาย พ.ศ. 2568 ซึ่งระเบียบฉบับนี้ไม่ใช่เพียงเครื่องมือทางกฎหมาย แต่คือหลักฐานของเจตจำนงของประเทศไทยที่ไม่เพิกเฉยต่อการกระทำที่เกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำทรมาน กระทำโหดร้ายหรืออุ้มหาย ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง และเป็นอาชญากรรมที่ไม่มีวันหมดอายุทางความรู้สึก ขอให้ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญ ร่วมมือไม่ให้คนตกเป็นเหยื่อของการทรมานและถูกอุ้มหายดังที่ตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน กำหนดไว้ว่า "บุคคลใดจะถูกกระทำการทรมานหรือการปฏิบัติหรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีไม่ได้ " พิธีในวันนี้จึงสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงจากการนิ่งเฉยสู่การยอมรับ และจากความทุกข์ส่วนบุคคลสู่ความรับผิดชอบของรัฐ กระทรวงยุติธรรมขอยืนยันว่า เราจะไม่ยุติความพยายามไว้เพียงแค่การเยียวยา แต่จะเดินหน้าปฏิรูปกฎหมาย กลไกตรวจสอบ และการเข้าถึงความยุติธรรมอย่างเท่าเทียม เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับความคุ้มครองและได้รับการเยียวยาอย่างเป็นธรรมต่อไป

สำหรับพิธีมอบเงินช่วยเหลือแก่ผู้เสียหายในวันนี้ เป็นการมอบเงินให้แก่ครอบครัวผู้เสียหาย จำนวน 2 ราย รวมเป็นเงิน 750,000 บาท พร้อมทั้งให้ได้รับการช่วยเหลือในรูปแบบอื่นที่มิใช่ตัวเงิน ดังนี้

1) ครอบครัวพลทหารกิตติธร เวียงบรรพต ทหารกองประจำการ (ทหารเกณฑ์) รุ่นปี 2566 ผลัดที่ 1 ที่หน่วยฝึกทหารใหม่ ค่ายเม็งรายมหาราช จังหวัดเชียงราย ถูกครูฝึกสั่งลงโทษจนเป็นเหตุให้พลทหารกิตติธรฯ มีอาการป่วยหนัก และไม่พาไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลจนเสียชีวิตในที่สุด กรณีดังกล่าวอัยการได้มีคำสั่งฟ้องครูฝึกทหาร 2 นาย ที่ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ เป็นคดีหมายเลข ปท 1/2566 ในฐานร่วมกระทำการที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตามมาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ และประมวลกฎหมายอาญา ม.83 โดยคณะอนุกรรมการช่วยเหลือเยียวยาฯ ได้มีมติให้ทายาทพลทหารกิตติธรฯ ได้รับเงินช่วยเหลือกรณีถูกกระทำการที่โหดร้ายฯ จำนวน 250,000 บาท (อัตราสูงสุดของกรณีถูกกระทำที่โหดร้ายฯ) และให้ได้รับการช่วยเหลือในรูปแบบอื่นที่มิใช่ตัวเงิน ได้แก่ การประสานผู้กระทำความผิดให้ขอโทษผู้เสียหายโดยเปิดเผยต่อสาธารณะ และการฟื้นฟูด้านจิตใจแก่ครอบครัว

2) ครอบครัวพลทหารวรปรัชญ์ พัดมาสกุล ทหารกองประจำการ (ทหารเกณฑ์) ที่หน่วยฝึกทหารใหม่สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ค่ายนวมินทราชินี จังหวัดชลบุรี เสียชีวิตจากการถูกครูฝึกจำนวน 2 นาย และผู้ช่วยครูฝึก จำนวน 11 นาย ร่วมกันลงโทษในลักษณะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำร้ายร่างกาย ซึ่งรูปแบบและวิธีการมีลักษณะรุนแรงและต่อเนื่อง กรณีดังกล่าวศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 2 จังหวัดระยอง ได้มีคำพิพากษาลงโทษครูฝึกและผู้ช่วยครูฝึก (จำเลยที่ 1 - 13) จำนวน 13 คน โดยคณะอนุกรรมการช่วยเหลือเยียวยาฯ ได้มีมติให้ทายาทผู้ได้รับความเสียหาย ได้รับเงินช่วยเหลือกรณีถูกกระทำทรมาน จำนวน 500,000 บาท และให้ได้รับการช่วยเหลือในรูปแบบอื่นที่มิใช่ตัวเงินได้แก่

1) การประสานงานและให้คำปรึกษาทางกฎหมาย

2) การฟื้นฟูด้านจิตใจแก่ครอบครัว

3) ประสานหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อกำชับการปฏิบัติงาน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...