โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Citi คาดแนวโน้ม ราคาน้ำมันพุ่งแตะ 75-78 ดอลล์ต่อบาร์เรล หากสงครามกระทบส่งออกน้ำมันอิหร่าน

efinanceThai

เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 03.02 น.

Citi คาดแนวโน้ม ราคาน้ำมันพุ่งแตะ 75-78 ดอลล์ต่อบาร์เรล หากสงครามกระทบส่งออกน้ำมันอิหร่าน

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -20 มิ.ย. 68 10:02 น.

นักวิเคราะห์จาก Citibank ระบุว่า หากความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและอิสราเอลทวีความรุนแรงขึ้น จนกระทบต่อการส่งออกน้ำมันของอิหร่านที่ 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ อาจซื้อขายสูงกว่าระดับก่อนเกิดความขัดแย้งประมาณ 15-20%

Citi คาดว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์อาจขยับขึ้นไปอยู่ในช่วง 75-78 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล” โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคยอยู่ที่ประมาณ 65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในเดือนพ.ค.

นอกจากนี้ JP Morgan ระบุว่า ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดของความขัดแย้งในภูมิภาคที่ขยายวงกว้าง ซึ่งรวมถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงขึ้นถึง 120-130 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและอิสราเอล ได้เพิ่มความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการหยุดชะงักของอุปทานในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นภูมิภาคสำคัญในการผลิตน้ำมัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากนักลงทุนตอบสนองต่อความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น โดยอิหร่าน ถือเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ของโอเปก (OPEC) และมีกำลังการผลิตน้ำมันดิบประมาณ 3.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ตามที่ Citi ระบุ การหยุดชะงักของน้ำมันประมาณ 3 ล้านบาร์เรลต่อวันเป็นระยะเวลาหลายเดือน อาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงถึง 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ อาจทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ Citi เชื่อว่าจะเป็นเพียงช่วงสั้น

นอกจากนี้ Citi ยังกล่าวอีกว่า การหยุดชะงักของการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันน้อยกว่าที่คาดไว้ เนื่องจากปริมาณการส่งออกที่ลดลงและการลดการซื้อของจีน เนื่องจากราคาในปัจจุบันที่เพิ่มสูงขึ้น

Citi ตั้งข้อสังเกตว่า “การผลิตในแหล่งอื่นของโลก อาจเพิ่มขึ้นเพียงพอที่จะชดเชยผลกระทบจากการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฝั่งการผลิต” นอกจากนี้ การเพิ่มอุปทานน้ำมันจากองค์การประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) อาจช่วยบรรเทาผลกระทบจากการหยุดชะงักของการส่งออกน้ำมันของอิหร่านได้

ทางด้าน Goldman Sachs ตั้งข้อสังเกตว่า ค่า Risk premium จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ จะอยู่ที่ 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังจากที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวขึ้นไปที่ 76-77 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ Barclays กล่าวว่า หากการส่งออกของอิหร่านลดลงครึ่งหนึ่ง ราคาน้ำมันดิบอาจเพิ่มขึ้นเป็น 85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และอาจทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐ ในสถานการณ์ “เลวร้ายที่สุด” หากความขัดแย้งขยายวงกว้าง

ขณะที่สถานการณ์การสู้รบล่าสุดของสงครามทางอากาศระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน ทวีความรุนแรงมากขึ้นและดำเนินมาได้ 1 สัปดาห์แล้ว โดยปราศจากสัญญาณใด ๆ ที่บ่งชี้ถึงทางออกของความขัดแย้งจากทั้ง 2 ฝ่าย หลังอิสราเอลทิ้งระเบิดพุ่งเป้าโครงการนิวเคลียร์ในอิหร่าน และอิหร่านยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีโรงพยาบาลของอิสราเอลไปก่อนหน้านั้น

โดยนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีของอิสราเอล กล่าวว่า “ทรราช” ของอิหร่านจะต้อง “จ่ายเต็มราคา” สำหรับการโจมตีที่สร้างความเสียหายให้กับศูนย์การแพทย์ของอิสราเอล พร้อมเสริมว่า “เรากำลังตั้งเป้าโค่นล้มระบอบการปกครองหรือไม่ นั่นอาจเป็นผลลัพธ์ แต่ขึ้นอยู่กับประชาชนชาวอิหร่านที่จะลุกขึ้นต่อสู้เพื่ออิสรภาพของพวกเขา” ทั้งนี้ นายเนทันยาฮู ต้องการให้อิหร่านอ่อนแอลง จนยอมประนีประนอมและยกเลิกการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ รวมถึงโครงการขีปนาวุธ และการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธทั่วภูมิภาคอย่างถาวร

ที่มา Reuters (1) และ (2)

รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี
อีเมล์. siripong@efinancethai.comอนุมัติ โดย Supak Hopuengju
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...