เล้ง-แสตมป์ ส่งซีรีส์วายแนวพีเรียด 'ลอยแก้ว' สะท้อนรักต้องห้าม เสิร์ฟหนักทั้งดราม่า-เลิฟซีน
“เล้ง-แสตมป์” ส่งซีรีส์วายแนวพีเรียด “ลอยแก้ว” สะท้อนรักต้องห้าม เสิร์ฟหนักทั้งดราม่า-เลิฟซีน
อีกหนึ่งซีรีส์วายแนวใหม่ที่ออกมาให้แฟนๆ ได้ติดตาม สำหรับ ลอยแก้ว ซีรีส์แนวพีเรียด ที่ได้ 2 นักแสดงหนุ่ม เล้ง ณัฐพล และ แสตมป์ พรวศิน มารับบทนำเป็น “ลอย” และ “แก้ว” สองเพื่อนรักต่างฐานะ ที่ต้องเผชิญกับความรู้สึกซับซ้อนกลางยุคสมัยที่ยังไม่เปิดรับความรักระหว่างเพศเดียวกัน ที่ เล้ง-แสตมป์ ได้เปิดใจแบบหมดเปลือกกับ มติชนออนไลน์ ตั้งแต่เบื้องหลังการถ่ายทำ ชีวิตในกอง ความยากของการแสดงพีเรียด ไปจนถึงความผูกพันในจอและนอกจอ
คาแรกเตอร์แต่ละคน?
เล้ง : ลอยจะเป็นหนุ่มนิ่งๆ สุขุม มีความอดทนสูง และเป็นคนขยันหมั่นเพียร
แสตมป์ : ผมเล่นเป็นแก้ว เป็นลูกผู้ใหญ่บ้าน มีฐานะร่ำรวย เป็นหนุ่มหน้าตาดี เป็นที่หมายปองของสาวๆ บุคคลิกสุขุมนุ่มลึก เป็นคนที่ใช้เหตุผลและสนิทกับเจ้าลอย
เล้ง : ด้วยความเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็ก ก็จะมีหยอกล้อ หยอกเล่นกัน หรือมีต่อยกันบ้าง แต่ก็เป็นเพื่อนรัก เพื่อนที่ดีต่อกัน เล่นกันแรง เพราะโตมาด้วยกัน
แสตมป์ : แต่มันจะมีอยู่ปมนึง พอสนิทกันมากๆ ช่วงวัยรุ่นมันเลยมีเหตุการณ์บางอย่างที่รู้สึกว่า ผู้ชายมันสนิทกันถึงเนื้อถึงตัว ก็รู้สึกว่าอันนี้มันแปลกๆ อันนี้มันใช่รักหรือเปล่า ก็ทำให้สองคนนี้ยังไม่ยอมรับว่าคืออะไร ก็เลยแสดงออกในพฤติกรรมที่ก้าวร้าวใส่กัน แต่การก้าวร้าวมันก็ปิดบังความรู้สึกที่มันอยู่ข้างในอยู่ ก็เลยเป็นคีย์หลักของเรื่องนี้ เพราะมันก็มองไปถึงสังคมในยุคนั้น เพราะในช่วงยุคประมาณรัชกาลที่ 7 ที่เขาไม่ยอมรับ และมีกรอบสังคมที่เยอะมากๆ ผู้ชายก็ต้องมีคู่ ที่บ้านก็จับคู่ให้ ต่างคนต่างมีคู่ แล้วยิ่งเกิดเหตุการณ์แบบนี้ที่ทำให้รู้สึกว่า เราเป็นอะไรกัน แล้วอยู่กับกรอบสังคมแบบนั้น มันยิ่งทำให้ไม่ยอมรับตัวเองอีก ก็เลยทำให้อะไรมันยากไปหมด แต่สุดท้ายก็อยากให้ติดตามว่าจะเป็นแบบไหน ไอ้ลอย ไอ้แก้วจะเลือกเส้นทางไหน จะจบแบบไหน
ความเป็นพีเรียดในเรื่องนี้มันหนักขนาดไหน?
เล้ง : ก็ค่อนข้างหนักในเรื่องของภาษาด้วย เราก็เป็นเด็กรุ่นใหม่ ถ้าเป็นตัวผมเอง คือเป็นคนพูดห้าวๆ คิดอยากจะพูดอะไรก็พูด แต่พอเราปรับตัวเข้ากับคาแรกเตอร์พีเรียดมันก็ยากไปอีกระดับนึง ซึ่งเราต้องใช้สมาธิและแอคติ้งเยอะมาก แล้วยิ่งเป็นพีเรียดเราไม่คุ้นในเรื่องของภาษา ก็ค่อนข้างต้องทำการบ้านอย่างหนัก
แสตมป์ : ผมเป็นอีกคนนึงที่ชอบเล่นอิมโพรไวซ์ แต่พอมาเจอพีเรียด อิมโพรไวซ์ไม่ได้เลย มันเลยชาเลนจ์มากๆ เลย คืออย่างผมก็เล่นมาหลายเรื่อง ตัวประกอบต่างๆ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่มาเป็นตัวหลักเลย อย่างว่าคือบางครั้งอิมโพรไวซ์มันจะมีความเรียลของมันอยู่ แต่พอมาเจอแบบนี้ มันชาเลนจ์ตรงที่ว่ามันเป็นคำอดีต แล้วไม่สามารถเล่นอิมโพรไวซ์ไปได้เลย ต้องทำการบ้านหนักมากๆ
เราต้องปรับตัวยังไง พออิมโพรไวซ์ไม่ได้ขนาดนั้น?
แสตมป์ : ก็เลยต้องทำการบ้านหนักขึ้นจริงๆ คือเมื่อก่อนจะแค่อาศัยเข้าใจเนื้อเรื่องคร่าวๆ และเล่นเลย แต่อันนี้ก็คือจำเป๊ะ แต่บางครั้งพอเป๊ะมากๆ ก็จะเป็นดาบสองคม บางทีแอคติ้งเราอาจจะไม่ถึงเพระเป๊ะเกิน ก็เลยต้องเบลนด์ให้เข้ากัน ก็คือยากจริงๆ แต่ก็คิดว่าทำออกมาโอเคมากๆ แล้ว
อย่างเล้งเคยเล่นมนต์รักลูกทุ่ง มันต่างกันไหม?
เล้ง : มันต่าง มนต์รักลูกทุ่ง ของผมก็คือเล่นในยุค 2567 ไม่ได้ห่างจากตรงนี้มาก แต่ตรงนี้เราเล่นในยุคสมัยรัชกาลที่ 7 ก็จะใช้คำสมัยโบราณ ก็ยากมาก ซึ่งก็จะเห็นว่าผมให้สัมภาษณ์ต่างๆ ว่าผมเป็นคนพูดไม่ชัดอยู่แล้ว มันก็ยิ่งยากเข้าไปอีกที่ผมจะต้องมาพูดในภาษายุคโบราณ
ในเรื่องนี้มีในเรื่องของความรักที่ยุคนั้นมันยังไม่เปิด?
เล้ง : สำหรับผมก็ยากมาก เพราะเราเองก็ไม่สามารถยอมรับตัวเองได้ด้วยว่าทำไมเราต้องคิดถึงผู้ชายด้วยกัน มันคืออะไร แล้วเราก็ไม่รู้จักตัวเองด้วยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเรา เพราะยุคสมัยก่อนก็จะมีแต่ผู้หญิงกับผู้ชายที่รักกัน ที่แต่งงานกัน แต่พอมาวันนึงเรามารู้สึกดีรู้สึกชอบกับเพื่อนตัวเองที่เป็นผู้ชาย ทำให้เราสงสัยและลังเลในตัวเองว่าเราเป็นอะไรกันแน่ เหมือนสับสนใจตัวเอง
แสตมป์ : ผมชอบปมเรื่องตรงนี้ ที่ว่าบางคนเกิดมาในยุคปัจจุบันก็ยังไม่เห็นปัญหาอะไรขนาดนั้น ก็มีบ้างแหละ แต่พอมันเป็นอดีตอย่างนี้ เหมือนเราขยี้ ดราม่าไปให้มันเห็นว่าการเป็น LGBTQ ในยุคนั้นบางครั้งมันต้องเก็บอะไรหลายๆ อย่าง แบกอะไรหลายๆ อย่าง หรือบางครั้งเป็นลูกคนเดียว ต้องมีคู่แต่งงาน ต้องทำตามใจตัวเองได้หรือเปล่า หรือแม้กระทั่งบางครั้งไม่ใช่แค่สังคมไม่ยอมรับ ในยุคนั้นมันสอนให้ยอมรับตัวเองด้วยอะไรด้วย ก็เลยรู้สึกว่าบางครั้งอินมากๆ นะพอเราสวมบทบาทอะไรแบบนั้น ก็เลยอยากให้ทุกคนเห็นเหมือนที่พวกเราเห็น ที่เราเล่นไปแล้ว มันอาจจะได้เมจเสจอะไรบางอย่างจริงๆ จากเรื่องนี้ในยุคนั้น
อย่างที่บอกเราอินกับเรื่องนี้มากๆ ถ้าสมมุติย้อนกลับมาเป็นตัวเราเองที่เจอสถานการณ์แบบนี้ เราจะเลือกทำเหมือนตัวละครที่เราเล่นไหม?
แสตมป์ : ยังไงผมก็ทำเหมือนตัวละครตัดสินใจ ตัวละครตัดสินใจเป็นอะไรที่ใช่ พูดได้แค่นี้
แสดงว่าที่เราเล่น เราไม่รู้สึกว่าเขาตัดสินถูกตัดสินใจผิดหรือเปล่านะ?
แสตมป์ : มันจะมีเป็นขั้นระดับของมัน เป็นฟีลว่าบางครั้งมันตัดสินใจเส้นทางนึงแล้ว บางอย่างมันก็จะตบๆ เข้ากลับมา มันก็เหมือนพยายามแตะกิ่งก้านแล้ว แต่สุดท้ายเหมือนบางอย่างกำหนดมาแล้ว มันก็ไปเส้นทางของมันจริงๆ ด้วยมีเหตุและผลของมัน
เล้ง : ของผมก็เหมือนเจ้าแก้วเลย มันก็จะมีเหตุและผลของมัน เพราะว่าเจ้าลอยจะเป็นคนที่มีเหตุผลมาก ๆ ค่อนข้างเก็บความรู้สึก มีความอดทนสูง แต่บางทีถ้ามองในมุมเป็นเล้ง บางทีเราก็คิดว่าทำไมเราต้งอดทนในเมื่อเราไม่ได้ทำอะไรผิด ก็จะมีข้อแตกต่าง ทำไมเราต้องยอมด้วย แต่ด้วยความเป็นลอยเขาก็จะเป็นคนที่เก็บกด ทะนงตน ถ่อมตน ว่าตัวเองเป็นคนไม่มีฐานะ ก็ต้องยอมในสิ่งที่ตัวเองไม่สามารถสู้กับเขาได้
ลอยแก้ว เป็นซีรีส์แนวไหน?
แสตมป์ : เป็นดราม่า – โรแมนติก
โซนไหนยากกว่ากันระหว่างโรแมนติกกับดราม่า?
เล้ง : ดราม่า มันใช้อารมณ์เยอะมาก ซึ่งเวลาซีนอารมณ์ค่อนข้างที่จะยากมากๆ ในมุมที่เราเป็นนักแสดงใหม่ มันซับซ้อนกัน บางครั้งต่อยกันเสร็จมาต่อเลิฟซีนเลย เลิฟซีนเสร็จอยู่ดีๆ ก็จะเป็นซีนอารมณ์ ดราม่าใส่กัน
แสตมป์ : อย่างที่ผมบอกลึกๆ มันรักกันนั่นแหละ แต่ว่าสังคมทำให้มันไม่ยอมรับ และไม่ยอมรับตัวเอง มันก็เลยแสดงออกในรูปแบบที่ว่า ห้าวใส่กัน ห้าวไปห้าวมา มันไม่ได้เป็นคำตอบ ห้าวไปห้าวมาบางครั้งมันจบที่จูบ พอจูบเสร็จ อันนี้คือคำตอบเหรอ พอเราแสดงจริงๆ เราจะรู้สึกว่าลึกๆ ต้องรู้สึกรักมันนะ แต่ข้างหน้าต้องแสดงว่าโกรธมันนะ จะต้องต่อยมันนะ มันจะมีความซับซ้อนของอารณ์เยอะมากๆ ก็เลยรู้สึกว่ายาก
หน้าเซ็ตมันยากขนาดไหน ใครเทคเยอะกว่ากัน?
แสตมป์ : ก็ผลัดกันเทคนะบางครั้ง
เล้ง : บางทีเขามาผมไม่มา มันก็ค่อนข้างยาก แต่ผู้กำกับเขาก็จะให้เราทำสมาธิก่อน เราก็เลยค่อนข้างราบรื่นได้ยิ่งขึ้น ก็จะค่อยๆ ปรับ ในแต่ละวัน เราก็จะฟีดแบ็กว่าในวันนี้มันเกิดปัญหาอะไรบ้างในการทำงาน อย่างนักแสดงไม่มีสมาธิ วันต่อมาเราต้องทำสมาธิ ตั้งใจศึกษาบทดีๆ นะ ทำงานเสร็จเป๊ะๆ ให้ผ่านไปได้ดีในแต่ละวัน ให้มันได้จบ
แสตมป์ : บางครั้งเรานอนด้วยกัน บางครั้งเราก็ซ้อมก่อนนอนด้วย ซ้อมฉากต่างๆ เป็นซีนอารณ์ ซีนดราม่า ก็สนิทกันมาก่อนด้วยแหละ ถามว่ายากไหมมันยาก แต่ว่าเราทำให้มันผ่านไปได้ด้วยดี เท่าที่เราดูก็รู้สึกว่าก็พอใจมากๆ แล้วนะ สำหรับเป็นบทนำครั้งแรกของเราทั้งคู่ ในซีนที่มันซับซ้อนขนาดนี้
ที่บอกว่าสนิทกันมาก่อน คือรู้จักกันมาก่อนหน้าที่จะได้มาเจอกัน?
แสตมป์ : ใช่ เพราะเราเคยเรียนการแสดงมาด้วยกัน คือก่อนเข้าวงการเลยแหละ เหมือนหนุ่มนักล่าฝันมาเจอกันที่โรงเรียนการแสดง ก็สนิทกัน ก็พากันไปแคส
วันที่รู้ว่าต้องทำงานด้วยกันล่ะ?
เล้ง : ก็แฮปปี้ดีครับ เพราะเรากับพี่แสตมป์ก็เป็นพี่น้องที่หวังดีกันมาตลอด แต่พอเราได้ร่วมงานกัน เราก็รู้สึกแฮปี้ แล้วก็ทำงานร่วมกันได้ง่าย แล้วก็ค่อนข้างที่จะซนในกอง ผมก็จะเป็นฝ่ายที่แกล้งเขาบ้าง
พอเวลาเราสนิทกันมากๆ อย่างเลิฟซีนเราเขินไหม?
เล้ง : ตอนแรกเขินครับ แต่พอเล่นกันไปก็เริ่มชินแล้ว
ละลายพฤติกรรมกันยังไง?
เล้ง : เรามาเวิร์กช็อปกันก่อนที่จะเล่น แล้วก็จะมีนักแสดงทุกคนมาเวิร์กช็อปกัน ก็ยอมรับว่าแรกๆก็เขิน เพราะเราสนิทกันมาก่อน แล้วมาเล่นอย่างนี้ด้วยกันมันก็เขิน
แสตมป์ : แต่มันมีจุดหนึ่งที่ผมเพิ่งจับได้เหมือนกัน คือช่วงเวิร์กช็อปแรกๆ เรามาติดสกินชิพอยู่ช่วงนึง มันเลยรู้สึกพอเราเข้าฉากมันมีความเขินแหละ แต่บางครั้งมันชินแล้ว เพราะเวลาอยู่ด้วยกันก็จะตัวติดกันตลอด ก็เลยรู้สึกว่ามันก็เขินแต่ก็ทำได้ ก็สุดอยู่นะ มีแบบทั้งทุ่งนา ทั้งในน้ำ ทั้งท่าน้ำ กระท่อม ครบหมดจริงๆ
แสดงว่ามีให้แฟนๆ ได้จิกหมอน?
แสตมป์ : ใช่ ดราม่าหนัก โรแมนติก เลิฟซีนก็หนัก
เห็นว่ามีงานแฟนมีตกันแล้ว ตั้งแต่ซีรีส์ยังไม่ได้ออน?
แสตมป์ : อันนี้เป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์มากๆ จริงๆเราเดินทางมาไม่ถึงปีเลยด้วยซ้ำ เราเพิ่งปิดกล้องประมาณปลายปีเอง แล้วอันนี้มันแค่ครึ่งปีกว่าๆ เอง ก็รู้สึกว่ามันมาไกลระดับนึง เรารู้สึกว่าตื้นตันมากๆ เลย
เล้ง : ใช่เพราะว่าฐานแฟนคลับวายเป็นแฟนคลับที่เหนียวแน่นมาก การตลาดใหญ่ ซึ่งเรามันเริ่มทำกันตั้งแต่เริ่มมีโปรเจกต์ เราก็มีการไปโปรโมต และก็ไปโชว์ตัวตามงานต่างๆ เพื่อที่จะได้ฐานแฟนคลับ และอยากให้คนรู้จักลอยแก้วมากๆ แต่พอเราเริ่มจับกลุ่มแฟนคลับได้ ก็เริ่มมีแฟนคลับชาวไทยและแฟนคลับชาวต่างชาติมา ซึ่งเขาทุ่มเทกับเรามากๆ เขาก็จะดึงเพื่อนๆ ให้มาซัพพอร์ตกัน อย่างเช่นแก๊งเพื่อนกลุ่มนี้เขามาพบเจอ ลอยแก้ว เล้ง-แสตมป์ แล้วเขาชื่นชอบ เขาก็จะบอกต่อๆ เพื่อนเขาแล้วพาเพื่อนเขามาหาเรา ในอีเวนต์หน้า ซึ่งมันก็ประทับใจจริงๆ เป็นแฟนๆที่เหนียวแน่นและซัพพอร์ตนักแสดงมากๆ
แสตมป์ : ในส่วนของไทยก็อย่างที่เล้งบอกก็น่ารักแบบนี้เลย และของต่างชาติเราก็เพิ่งมีแฟนมีตไป 2-3 รอบเป็นแฟนมีตออนไลน์เลย แล้วพอยิ่งใกล้ออนเราก็อัดคลิปสัมภาษณ์พิเศษไปอีก ประมาณ 2-3 เพจเลย ที่เขาจะตัดลงช่วงซีรีส์ออน แล้วก็ยังมีอีกในช่วงวันที่ 28 มิถุนายนคือเขาเคาะวันแล้ว เป็นแฟนมิตติ้งออนไลน์ต่างชาติที่ขายบัตรเลย แล้วก็จะมีขายบัตร 40 นาทีแรกก็คือรวมทุกคน แล้วก็มีแยกคุยอีก ซึ่งก็เป็นอีกเรตหนึ่ง ซึ่งดูจริงจังมากๆ เลย แล้วเรามาตื้นตันตรงที่ว่าเขาลงวันแล้ว แต่ซีรีส์ยังไม่ออน เขายังไม่รู้กระแส ไม่รู้อะไรเลย แต่เขาเลือกที่จะลงขันกับเราเพื่อที่จะโปรโมตให้เต็มที่ เหมือนลงเรือลำเดียวกันแล้วทั้งๆ ที่ยังไม่เจอหน้า หรืออะไรกันเลย ผมก็รู้สึกว่าเขาน่าจะเห็นบางอย่างอะไรของเรา
รู้สึกยังไงเวลาที่ออกงานแล้วเริ่มเจอแฟนคลับที่มาตามเราแล้ว?
เล้ง : ตื้นตันใจครับ รู้สึกว่าผลงานของพวกเราไปในทิศทางที่ค่อนข้างดี มันทำให้เราอยากตื่นขึ้นมาในแต่ละวัน
แสตมป์ : มันพูดได้เต็มปากจริงๆ ว่าเรามาจากไหน เราเล่นเรื่องอะไร เราไม่ต้องอายว่าอะไรเหรอ? ใครหรอ? มันกลายเป็นคุ้นหน้าคุ้นตา แต่เราก็ทำตัวเหมือนเดิม คือบางคนไม่รู้จักเรา เราก็เดินเข้ามาหา หรือกวักมือเรียกเข้ามา มันก็เป็นสไตล์ อย่างที่บอกสไตล์ซีรีส์เรา เป็นสไตล์ซีรีส์ชนบท การวางตัวเราก็ต้องเข้าถึงง่ายเลย มันอาจจะเป็นจุดขายจุดหนึ่งที่ทำให้เรามีถึงทุกวันนี้
อย่างฟีดแบ็กออนไลน์ ในโซเชียลต่างๆ เราเช็กกันบ่อยไหม?
เล้ง: เช็กบ่อยครับ ก็จะไปอ่านทางคอมเมนต์ ส่วนใหญ่ก็จะมีอินเตอร์แฟน แท็กกันทุกวันเลย
แสตมป์: เอาจริงๆ เพจของพวกเรา ที่ต่างชาติเขาทำประมาณ 5-6 เพจแล้วครับ มีทั้งเพจคู่เพจเดี่ยว
เป็นไงบ้างกับอินเตอร์แฟน?
เล้ง: ต้องขอบคุณมากๆ ครับ อินเตอร์แฟน คือ ซัพพอร์ตเราตลอด แล้วก็แท็กตลอด เราไปงานต่างๆ ก็จะคอยติดตามว่าวันนี้เล้งแสตมป์ไปไหน แล้วก็ในด้อมถ้าทางทีมแอดมินบ้านลงรูปเราปุ๊บ เขาก็จะเริ่มตัดต่อ แล้วก็แปลเป็นภาษาของเขา แล้วก็จะปล่อยคลิป แล้วก็แท็กเรามา
แสตมป์: ล่าสุดเขาเพิ่งตั้งกลุ่มไลน์ที่เป็นกลุ่มแฟนต่างชาติด้วย ปกติเราจะเป็นบ้านเบสไทยที่เป็นไลน์ออฟฟิเชี่ยล ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าต่างชาติเขาเข้ามาไม่ได้ แล้วเหมือนเขารับรู้ปัญหานี้เขาเลยตั้งเป็นกลุ่มต่างชาติ ผมก็เพิ่งรู้กันในวันนี้เหมือนกันว่าคนนอกเข้ามาไม่ได้ แต่ถ้าเขาตั้งของเขาเองเขาจะเอาแฟนคลับต่างชาติเข้ามาได้ เขาตั้งเป็นไลน์กลุ่มเลย เป็นฟีลแบบว่าเขารับมาจากบ้านใหญ่ หรือจากเพจต่างๆ แล้วเขาแปลลงไลน์กลุ่ม เขาซัพพอร์ตเราจริงจังมากเลยนะ เป็นชาติสเปนด้วยนะ แต่เขาก็แปลทั้งภาษาอังกฤษและภาษาสเปนของเขา
ตั้งใจจะทำโปรเจกต์อะไรขอบคุณแฟนๆ บ้างไหม?
เล้ง: ก็มีครับ หลักๆ เลยเราก็จะมีแฟนมีตติ้งอีพี สุดท้ายที่จะฉายในภาพยนตร์ ดูในโรงหนังพร้อมกัน และถ้าลอยแก้วเราสำเร็จ เราก็มีการคุยโปรเจกต์กันแล้ว
แสตมป์: เรื่อง Prince love เจ้าชายเมฆาของพสุธา จริงๆ ก็ถ่ายโปสเตอร์ หรือถ่ายเป็นเรื่องย่อมาคร่าวๆ ก็ยังเป็นฟีลไทยๆ จักรๆ วงศ์ๆ
จริงๆ ถ้าเราเช็กแฟนคลับเรามีฐานประเทศไหนบ้าง?
เล้ง: อเมริกา บราซิล สเปน และอินโดนีเซีย
แสตมป์: ถ้าหลักๆ นะครับ แต่จริงๆ ก็จะกระจายอยู่ แต่อยากได้ฐานจีนมาก ซึ่งแฟนจีนก็มีแต่ออนไลน์มันยาก แต่เจอกันก็จะเจอจีนบ่อย
ถ้าจะให้นิยามเล้ง-แสตมป์ในรูปแบบของเรา?
เล้ง: ตัวติดกัน ไปไหนไปกัน ขนาดหลังจากงาน ไปกินข้าวหรือไปอะไรก็จะตัวติดกันตลอด เหมือนแพ็กคู่ ไปออกงานก็ต้องไปด้วยกัน ถ้างานเดี่ยวก็จะไม่ค่อยได้ไปกัน ต้องไปด้วยกันตลอด
แสตมป์: มันจะฟีลแบบว่า มันอาจจะไม่ใช่คำคมขนาดนั้น แต่เหมือนแพ็กคู่ เหมือนไทยแพ็กเกจ เหมือนเราจะไปในนามที่จะมีความเป็นไทย วัฒนธรรมไทย เพราะล่าสุดเราก็เพิ่งได้รับรางวัลเกี่ยวกับซีรีส์ส่งเสริมวัฒนธรรมไทยของพิฆเณศวรครั้งที่ 13 คือธีมเราจะชัดมากๆ เลยนะเพราะซีรีส์ต่างๆ เราก็จะเป็นทรงไทยหมดเลย ถ้าให้นิยาม เป็นแพ็คคู่ไทยแพ็กเกจ เหมือนตุ๊กตามาสคอต
ฝากซีรีส์กับแฟนๆ หน่อย?
เล้ง : ก็ตื่นเต้นมากๆ อยากให้ทุกคนเข้ามาดูกันเยอะๆ อยากให้เรตติ้งกระแสดี เพราะว่าเป็นซีรีส์วายอีกเรื่องหนึ่งที่แปลกใหม่ เป็นแนวพีเรียด แล้วพอเราเป็นนักแสดงกันเอง เราไปดูพร้อมกันวันแฟนมีตติ้งก่อนที่จะออนแอร์ มันก็ค่อนข้างดีในมุมนักแสดงของเรา เราดูก็ถือว่าโอเค ก็อยากให้ทุกคนช่วยเข้าไปดูและช่วยปั่นเรตติ้งกันเยอะๆ
แสตมป์ : อย่างที่บอกก็เป็นค่ายน้องใหม่ค่ายหนึ่ง แล้วก็เป็นซีรีส์เรื่องแรกของค่าย นักแสดงก็ใหม่หมดเลย แล้วเรามาได้ถึงขนาดนี้ ก็เลยรู้สึกว่าเวลาออนก็อยากให้อยู่กับเราจนออนจบ แล้วดันเราไปให้เต็มที่เลย และเราก็พูดเสมอยิ่งต่างชาติ เราพูดว่าสักวันเราจะไปหาพวกคุณ เราจะไปกอดคุณ ไปเจอพวกคุณเลย
เล้ง: ถ้าสำเร็จก็พร้อมเสิร์ฟแฟนๆ ครับ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เล้ง-แสตมป์ ส่งซีรีส์วายแนวพีเรียด ‘ลอยแก้ว’ สะท้อนรักต้องห้าม เสิร์ฟหนักทั้งดราม่า-เลิฟซีน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th