โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วิเคราะห์ “ผลกระทบ” เศรษฐกิจชายแดน “ไทย-กัมพูชา”

Thai PBS

อัพเดต 14 มิ.ย. 2568 เวลา 11.23 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2568 เวลา 08.11 น. • Thai PBS

ความขัดแย้ง ระหว่างไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ สร้างความกังวลให้กับภาคธุรกิจทั้งฝั่งไทยและกัมพูชาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการค้าการขายที่อาจจะชะลอส่งผลกระทบไปถึงประชาชนทั้ง 2 ประเทศที่ไม่ได้รับความสะดวกสบายในการจับจ่ายใช้สอยเพื่อหาซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค

หลังจากที่มีการปรับเปลี่ยนเวลาเปิด-ปิดด่าน ทั้ง 18 แห่ง ใน 7 จังหวัด ชายแดนกัมพูชา คือ จ.ตราด จันทบุรี สระแก้ว บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี แบ่งเป็น จุดผ่านแดนถาวร 8 แห่ง จุดผ่อนปรนการค้า 9 แห่ง และจุดผ่อนปรนเพื่อการ ท่องเที่ยว 1 แห่ง

ปัจจุบัน เปิดทำการอยู่ 16 แห่ง และปิดทำการ 2 แห่ง คือ จุดผ่อนปรนการค้าบ้านหมื่นด่าน จ.ตราด และ จุดผ่อนปรนเพื่อการท่องเที่ยวช่องทางขึ้นเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อการค้าด้านชายแดนไทย - กัมพูชา

แหล่งข่าวจากกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า แม้ว่าสถานการณ์ในปัจจุบันจะยังไม่ได้รับผลกระทบด้านการค้าชายแดนและผ่านแดนไทย-กัมพูชา มาก การค้าขายยังสามารถดำเนินได้ตามปกติ รวมทั้งสินค้าไทยยังคงเป็นที่ต้องการและนิยมในตลาดกัมพูชา แต่ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อการส่งออกชายแดนไทย-กัมพูชามากนัก

โดยที่ผ่านมาไทยมีการนำเข้ามันสำปะหลังจากกัมพูชาสูงถึง 41%ของมูลค่าการนำเข้าทั้งหมด แต่หากมีการปิดด่านถาวรจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมต่อเนื่องของไทยทำให้เกิดความล่าช้าส่งผลต่อต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นรวมทั้งทำให้ห่วงโซ่การผลิตสะดุด

4 เดือน ส่งออกชายแดนไทย-กัมพูชา สูง 5 หมื่นล้านบาท

ในช่วง 4 เดือน (ม.ค.-เม.ย.2568) พบว่า การส่งออกชายแดนไทย-กัมพูชา มีมูลค่า 50,225 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 30 % ของมูลค่าการส่งออกชายแดนไทย-กัมพูชาทั้งหมด เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น นม นมถั่วเหลือง เครื่องดื่มไม่อัดลม/อัดลม และเครื่องดื่มชูกำลัง ในขณะที่สินค้า อุตสาหกรรมที่ส่งออกส่วนใหญ่เป็นส่วนประกอบรถยนต์/จักรยานยนต์ เครื่องยนต์ และเครื่องจักรกลการเกษตร

ส่วน การนำเข้าชายแดนไทย-กัมพูชา มีมูลค่า 14,387 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 86 % ของมูลค่าการนำเข้าทั้งหมด สินค้าอุปโภคบริโภคที่นำเข้าส่วนใหญ่เป็นผักและของปรุงแต่งจากผัก เช่น มันสำปะหลัง ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมที่นำเข้าส่วนใหญ่เป็นเศษโลหะ (อลูมิเนียม ทองแดง) และลวดสายไฟ

ขณะที่การค้าผ่านแดนไปยังประเทศที่ 3 ที่ต้องผ่านจุดผ่านแดนไทย - กัมพูชา ประเทศคู่ค้าสำคัญ ได้แก่ เวียดนาม และจีน ปี 2567 มูลค่าการค้าผ่านแดนไทย - กัมพูชา มีมูลค่า 6,790 ล้านบาท คิดเป็น 0.4 % ของ มูลค่าการค้ารวมชายแดนและผ่านแดนทั้งหมดของไทย มูลค่า1,815,666 ล้านบาm

นอกจากนี้ ยังมีจุดผ่านแดนด้าน อื่น อาทิ สปป.ลาว เป็นทางเลือกในการค้ากับจีน และเวียดนาม ดังนั้น การปิดด่านชายแดนด้านกัมพูชาจึงไม่กระทบการค้าผ่านแดนของไทยอย่างมีนัยสำคัญ

ชี้ “ปิดด่านอย่างถาวร” กระทบเชื่อมั่นของนักลงทุนพรมแดน

แม้ว่ารัฐบาลจะปรับวันและเวลาเปิด-ปิดด่าน ยังไม่กระทบกับการค้าสินค้าโดยรวม แต่หากมีการปิดด่านอย่างถาวรหรือปิดหลายด่านพร้อมๆกัน แน่นอนว่า จะส่งผลกระทบทันที ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศได้ทำการวิเคราะห์ผลกระทบไว้ 3 ระยะ ดังนี้

ระยะสั้น (0-3 เดือน) ธุรกิจรายย่อยข้ามแดน เช่น ตลาดชายแดนหยุดชะงัก เนื่องจากประชาชนทั้งสองฝั่งมีความกังวล ว่าสถานการณ์อาจยกระดับ จึงงดเว้นที่จะเดินทางข้ามแดนมาจับจ่ายใช้สอยในช่วงนี้ (สินค้าหิ้วมีสัดส่วนไม่เกิน 10 % ของการค้าชายแดนด้านกัมพูชา) ระบบโลจิสติกส์หยุดหรือเบี่ยงเบนเส้นทาง

ดังนั้นผู้ประกอบการต้องวางแผนการขนส่งสินค้าให้สอดคล้องกับการ ปรับเวลาเปิด-ปิดด่านชายแดน เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าถูกตีกลับหรือติดค้างที่ด่านชายแดน รวมถึงการปรับเปลี่ยนเส้นทางหรือรูปแบบการขนส่งสินค้าหากมีการปิดด่านชายแดนหลายด่านพร้อมกัน เช่น ทางน้ำ อย่างท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือมาบตาพุด ท่าเรือกรุงเทพ และทางอากาศ เช่น ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งอาจกระทบต่อ ต้นทุนและราคาขายสินค้า จนทำให้สูญเสียส่วนแบ่งตลาด (Market Share)

ระยะกลาง (3-12 เดือน) ผู้ส่งออกต้องหาตลาดหรือเส้นทางใหม่ หากสถานการณ์ยังคงอยู่ ผู้ประกอบการควรมีการแสวงหา ตลาดใหม่เพื่อทดแทนตลาดกัมพูชาที่อาจจะได้รับผลกระทบในวงกว้างและทวีความรุนแรงมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สินค้าไทยยังคงมีศักยภาพในการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ

โดยเฉพาะ สปป.ลาว และเมียนมา - อุตสาหกรรมไทยที่ใช้วัตถุดิบนำเข้าจากกัมพูชาเริ่มกระทบโดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ต้องใช้มัน สำปะหลังเป็นวัตถุดิบ มูลค่าการนำเข้า 5,817 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 40.4 % รวมถึงสินค้าประเภทวัตถุดิบ และกึ่งสำเร็จรูป อาทิ เศษอะลูมิเนียม มูลค่า2,777 ล้านบาท ลวดและสายเคเบิลที่หุ้มฉนวน มูลค่า 1,101 ล้านบาท และ ผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียม (576 ล้านบาท)

ระยะยาว (มากกว่า 1 ปี) หากความขัดแย้งยืดเยื้อ จะกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อเสถียรภาพพรมแดนลดลง อาจเกิดการโยกย้ายสถานประกอบกิจการ เพื่อลดความเสี่ยง ส่งผลกระทบต่อการถูกเลิกจ้างงานของแรงงานในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ความสัมพันธ์ทางการค้าอาจเปลี่ยนไปสู่ช่องทางทางทะเลหรือผ่านประเทศอื่นแทน เช่น ทางน้ำ และทางอากาศ เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการต้องพิจารณาหาแนวทางเพิ่มเติมในการดำเนินธุรกิจเพื่อรักษาส่วนแบ่ง ตลาด (Market Share) ต่อไป

นอกจากผลกระทบต่อการค้าสินค้า การปิดด่านอย่างถาวรหรือปิดหลายด่านพร้อมกันจะส่งผลกระทบ ทางอ้อมต่อภาคธุรกิจบริการและภาคแรงงาน เนื่องจากประชาชนชาวกัมพูชาเดินทางข้ามมาฝั่งไทยเพื่อ รักษาพยาบาลเป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อธุรกิจสถานพยาบาลและที่เกี่ยวข้อง เช่นเดียวกับแรงงานกัมพูชาที่ ข้ามมาทำงานฝั่งไทยเป็นจำนวนมากเช่นกัน

แนะผู้ประกอบการบริหารความเสี่ยงส่งออกสินค้าผ่านแดน

ทั้งนี้หากการปิดจุดผ่านแดนทางบกเป็นสถานการณ์ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ภาคเอกชนควรเตรียมความ พร้อมโดยพิจารณาแนวทางสำรองอื่น ๆ เพื่อลดผลกระทบต่อการค้าและธุรกิจ โดยอาจปรับเปลี่ยนช่องทางการ ขนส่งสินค้าไปยังกัมพูชาเป็นช่องทางการขนส่งทางน้ำหรือทางอากาศแทน โดยผ่านช่องทางสำคัญ เช่น ท่าเรือ แหลมฉบัง ท่าเรือมาบตาพุด ท่าเรือกรุงเทพ และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นต้น

การเลือกใช้ช่องทางควรพิจารณาอย่างรอบด้าน คำนึงถึงต้นทุนการดำเนินการ ความ คุ้มค่า ความเสี่ยง และความเหมาะสมของแต่ละช่องทาง เพื่อให้สามารถรักษาความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทานและ ลดความเสียหายทางเศรษฐกิจให้น้อยที่สุด

ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาความไม่สะดวกทางการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา สามารถดำเนินการเชิงบูรณาการ ผ่านเวทีความร่วมมือพหุภาคีในระดับอนุภูมิภาคที่ไทยและกัมพูชาเป็นภาคีร่วม เช่น เวทีคณะทำงานด้านการค้าและ การลงทุน (WGTI) ภายใต้แผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ (GMS)

และเวที คณะกรรมการประสานงานด้านการอำนวยความสะดวกความเชื่อมโยงทางกฎหมายและระเบียบภายใต้เสาที่สอง การสอดประสานด้านเศรษฐกิจ ภายใต้ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMECS) เพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีต่อกันและเพื่อแยกความขัดแย้งเรื่องเขตแดนออกจากการค้า อันจะนำไปสู่การ กระชับและพัฒนาความสัมพันธ์ไทย – กัมพูชาให้แน่นแฟ้นมากขึ้นอย่างมั่นคงในระยะยาว

สำหรับแนวโน้ม มูลค่าการค้าไทย-กัมพูชา ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2568 (ม.ค.-เม.ย.) พบว่า การค้าระหว่างประเทศไทย-กัมพูชา มีมูลค่ารวม 126,283 ล้านบาท ขยายตัว +2.3 % ในขณะที่การค้าชายแดนไทย-กัมพูชา มูลค่า 64,612 ล้านบาท ขยายตัว +12.4 %

โดยการค้าชายแดนคิดเป็นร้อยละ 51.2 % แบ่งเป็น ไทยส่งออกโดยรวมไปกัมพูชา 108,383 ล้านบาท (+1.6 %) และส่งออกชายแดน มูลค่า 50,225 ล้านบาท (+9.7 %) ขณะที่การส่งออกผ่านทางชายแดนคิดเป็น 46.3 % และการนำเข้าไทยนำเข้าโดยรวมจากกัมพูชา 17,900 ล้านบาท (+6.9 %) และนำเข้าชายแดนและ ผ่านแดน 14,387 ล้านบาท (+22.4 %)เป็นการนำเข้าผ่านทางชายแดนคิดเป็น 46.6 %

นอกจากนี้ การค้าผ่านแดนด้านกัมพูชาไปยังประเทศที่ 3 ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2568 (ม.ค.-เม.ย.) ก็ขยายตัวเช่นกัน มีมูลค่า 2,458 ล้านบาท (+15.2 %) เป็นการส่งออก 315 ล้านบาท (+3.3 %) และการ นำเข้า 2,143 ล้านบาท (+17.2 %) ประเทศคู่ค้าสำคัญ ได้แก่ เวียดนาม และจีน

ล่าสุดวัน 13 มิ.ย.2568 กรมการค้าต่างประเทศได้ติดตามสถานการณ์กับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชายแดนกัมพูชา ทั้ง 7 จังหวัด ได้รับแจ้งว่าจุดผ่านแดนต่าง ๆ ยังคงเปิดทำการตามปกติตามมาตรการของฝ่ายความมั่นคง การเข้าออกของคนและสินค้ายังคงเป็นไปตามปกติทั้งนี้ ในช่วงเวลา 10.00 น. ฝั่งกัมพูชามีการปิดประตูด่านเป็น การชั่วคราว (ประมาณ 30 นาที) ที่บ้านแหลม และบ้านผักกาด จ.จันทบุรี เนื่องจากมีคณะฝ่ายปกครองของ กัมพูชาลงตรวจพื้นที่ ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจก็เปิดประตูด่านตามปกติ

ชี้ กระแสแบนสินค้าไทยไม่ส่งผลกระทบ

ส่วนกรณที่ทีมีกระแสแบนสินค้าไทยนั้น แหล่งข่าวจากผู้ส่งออกสินค้าไทยกล่าวว่า ยังอยู่ในวงจำกัดเฉพาะกลุ่มแต่คงต้องติดตามต่อว่าจะมีทิศทางเป็นอย่างไร ขณะนี้ยังเร็วไป ประเมินเบื้องต้นได้ตามตัวเลขการค้าได้เท่านั้น หลังการเจรจา JBC พรุ่งนี้ จะเห็น ภาพชัดขึ้นว่ามาตรการที่สองฝ่ายจะใช้ต่อกันจะเป็นอย่างไร หรืออาจได้ข้อสรุปที่เป็นทางออกที่ดีก็ได้

ทั้งนี้สินค้าไทยที่ได้รับความนิยมในกัมพูชา ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค และของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น เครื่องดื่ม (นม นมถั่วเหลือง เครื่องดื่มไม่อัดลม/อัดลม และเครื่องดื่มชูกำลัง) กาแฟที่ผสมได้ทันที นมผง บุหรี่ และ อาหารปรุงแต่งอื่นๆ (เช่น ครีมเทียม กะทิสำเร็จรูป)

การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา (JBC)

ดังนั้นผลการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา (JBC)ในวันนี้ (14 มิ.ย.68)ทุกฝ่ายต่างหวังว่าจะดำเนินไปได้อย่างราบรื่น เพื่อให้เกิดความเป็นปกติสุขระหว่างสองประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และ วัฒนธรรม เพื่อนำไปสู่ความร่วมมือในการประคับประคองมิตรภาพและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และเกิดแนวทางความร่วมมือทุกระดับ เพื่อสันติสุขของประชาชนทั้งสองประเทศ ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

อ่านข่าว:

เศรษฐกิจชายแดน ระส่ำ หวั่นปิด16 ช่องการค้า กระทบวิถีชายขอบ

กรมการค้าต่างประเทศวิเคราะห์ผลกระทบ ปิดด่านชายแดนไทย–กัมพูชา

เปิดตัวเลขการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ปี 68 ไทยได้ดุลการค้า 3.5 หมื่นล้าน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

งานบุญฯ "ร้อยเอ็ด" ทำถึง ผู้ว่าฯ นำทีมแต่งกาย ธีม "มหาเวสสันดรชาดก"

37 นาทีที่แล้ว

K9 USAR Thailand ผนึกกำลังทหารฝึกกู้ภัยสึนามิในคอบร้าโกลด์ 2026

42 นาทีที่แล้ว

จับตา "ธรรมนัส" ลุ้นความชัดเจน "กล้าธรรม" ได้ร่วมรัฐบาลหรือไม่

48 นาทีที่แล้ว

"โรคไข้หูดับ" พบป่วยแล้ว 49 คน กระจายอยู่ใน 28 จังหวัด เสียชีวิต 3 คน

56 นาทีที่แล้ว

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ธุรกิจ-เศรษฐกิจ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...