วางแผนชีวิตแบบฉบับ LGBTQ+ 10 ข้อควรนึกถึงเมื่อคิดวางแผนการเงิน
The Bangkok Insight
อัพเดต 15 มิ.ย. 2568 เวลา 15.56 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 00.22 น. • The Bangkok Insightวางแผนชีวิตแบบฉบับ LGBTQ+ 10 ข้อควรนึกถึงเมื่อคิดวางแผนการเงิน
นายฐิติเมธ โภคชัย ฝ่ายพัฒนาความรู้ผู้ลงทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุว่า อิสรภาพทางการเงิน เป็นเป้าหมายสำหรับทุกคน อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าภาพรวมการวางแผนการเงินจะมีความคล้ายคลึงกัน แต่สำหรับกลุ่ม LGBTQ+ อาจมีรายละเอียดหรือเงื่อนไขบางอย่างที่แตกต่างกัน ดังนั้น กลุ่ม LGBTQ+ จึงควรพิจารณาและติดตามข้อมูลให้ถี่ถ้วนเพื่อให้การเริ่มต้นวางแผนการเงินเป็นไปอย่างราบรื่นและบรรลุเป้าหมาย
โดยภาพรวมของการวางแผนทางการเงินเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน รวมถึงหลักการก็มีความคล้ายคลึงกัน อย่างไรก็ตาม อาจมีความต่างกับกลุ่ม LGBTQ+ ที่ควรพิจารณาสำหรับการเริ่มต้นวางแผนการเงิน ดังนี้
1. ตั้งเป้าหมายทางการเงิน เริ่มต้นด้วยการระบุเป้าหมายทางการเงินของตัวเอง เช่น เก็บเงินดาวน์บ้าน เก็บเงินไปเที่ยว หรือเก็บเงินเพื่อใช้ตอนแก่ จากนั้นก็จัดลำดับความสำคัญของแต่ละเป้าหมายและกำหนดระยะเวลาในการบรรลุเป้าหมายนั้น เช่น เก็บเงินดาวน์บ้าน 2 แสนบาทภายในระยะเวลา 3 ปี หรือทุก ๆ เดือนจะแบ่งเงิน 2,000 บาท เพื่อลงทุนกองทุน RMF เพื่อเก็บเงินไว้ใช้ยามเกษียณ เป็นต้น
2. จัดทำงบประมาณ เป็นการวางแผนประมาณการรายได้และรายจ่ายล่วงหน้า ด้วยการกำหนดที่มาของรายได้ จัดหมวดหมู่รายจ่าย และติดตามรายได้ ควบคุมรายจ่ายผ่านงบประมาณตามเหมาะสม และสอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินของตัวเอง ลด ละ เลิก การซื้อของที่ไม่จำเป็น เพราะจะทำให้มีเงินเก็บน้อยลง
การจัดทำงบประมาณ เป็นการตรวจสอบสุขภาพทางการเงินตัวเอง ว่ามีความแข็งแรงมากน้อยแค่ไหน ด้วยการดูว่ารายได้มากกว่าหรือน้อยกว่ารายจ่ายแค่ไหน มีเงินออม และเงินลงทุนพอที่จะนำไปสร้างความมั่งคั่งได้หรือไม่ ระหว่างสินทรัพย์กับหนี้สิน อย่างไหนมากกว่ากัน เพราะความสำคัญในการจัดทำงบการเงินส่วนบุคคล อยู่ที่การรวบรวมรายการสินทรัพย์และหนี้สินทั้งหมด จากนั้นนำมาคำนวณหาความมั่งคั่งสุทธิ ก่อนเริ่มจัดทำแผนการเงินเพื่อสร้าง ความมั่งคั่งระยะยาวด้วยการเพิ่มสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ อะไรบ้าง
3. ตรวจสอบสถานะทางการเงิน ควรตรวจสอบสถานะทางการเงินของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ว่าปัจจุบันมีสินทรัพย์ (เช่น เงินสด เงินฝาก เงินลงทุน มูลค่าเงินสดกรมธรรม์ของประกันที่ทำไว้ บ้าน ทองคำ ของสะสม) และหนี้สิน (เช่น ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ หนี้สินต่าง ๆ) อะไรบ้าง
จากนั้นก็นำมาคำนวณโดยใช้สูตร สินทรัพย์ทั้งหมดลบหนี้สินทั้งหมด หากผลลัพธ์ออกมาพบว่าสินทรัพย์มากกว่าหนี้สิน สะท้อนว่ามีสถานะทางการเงินที่ดี มีวินัยในการบริหารเงิน แต่หากหนี้สินมากกว่าสินทรัพย์ สะท้อนถึงพฤติกรรมการใช้เงินในอดีต
4. ออมเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน เงินออมก้อนแรกในชีวิตที่ควรมี คือ เงินออมสำรองเผื่อฉุกเฉิน โดยแต่ละคนควรมี 3 - 6 เท่าของค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน พูดง่าย ๆ หากไม่มีรายได้ก็สามารถมีเงินใช้จ่ายเพียงพอไปอีก 3 - 6 เดือน โดยเงินออมสำรองเผื่อฉุกเฉินนี้ จะนำออกมาใช้ก็ต่อเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น ตกงาน หรือเจ็บป่วยกะทันหัน เป็นต้น โดยวิธีการเก็บเงินออมสำรองเผื่อฉุกเฉิน คือ หักเงินทุกเดือน เช่น 1,000 บาท แล้วไปเก็บไว้ที่สามารถถอนออกมาใช้ได้ทันทีและความเสี่ยงต่ำ เช่น เงินฝากออมทรัพย์ กองทุนรวมตลาดเงิน เป็นต้น
5. จัดการหนี้ เมื่อเป็นหนี้แล้วก็ต้องจ่ายหนี้ตามกำหนด แต่เมื่อมีหนี้สินพะรุงพะรังจนหนี้เริ่มท่วมหัวและต้องการปลดหนี้ให้เร็วที่สุด ควรมีแผนการชำระหนี้และปฏิบัติตามแผนอย่างเคร่งครัด เริ่มต้นด้วยการรวบรวมรายการหนี้ทั้งหมดเพื่อให้เห็นภาพรวม จากนั้นก็จัดอันดับหนี้ที่ต้องจ่าย เช่น จ่ายหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน หรือจ่ายหนี้ที่มียอดคงเหลือน้อยที่สุด ส่วนจะเลือกวิธีไหนก็ให้เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด จากนั้นก็หาเงินมาจ่ายหนี้ ที่สำคัญไม่ควรก่อหนี้ใหม่เพิ่ม
6. วางแผนซื้อประกัน ปัจจุบัน LGBTQ+ สามารถทำประกันได้และประกันจะคุ้มครองทุกอย่างเหมือนปกติ 100% แต่อาจจะต้องแนบหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มน้ำหนักของความสัมพันธ์ เช่น หลักฐานการทำธุรกรรมร่วมกัน โดยเฉพาะเอกสารทางการเงิน เอกสารราชการ หรือกรณีที่แปลงเพศเรียบร้อยก็สามารถทำประกันได้ โดยต้องชี้แจงข้อมูลให้บริษัทประกันทราบตามเงื่อนไขที่กำหนด
โดยประกันชีวิตที่น่าสนใจทำเป็นฉบับแรก คือ ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ซึ่งเป็นแบบประกันมีทั้งการออมเงินและความคุ้มครองชีวิต โดยการออมเงินจะมีเงินจ่ายคืนเป็นรายงวดตามเวลาที่กำหนด หรือคืนเป็นก้อนใหญ่ก้อนเดียวเมื่อครบสัญญา ส่วนความคุ้มครองชีวิต เมื่อผู้ถือกรมธรรม์เสียชีวิตระหว่างสัญญา ก็จะได้รับเงินก้อนให้คนข้างหลังไว้ใช้จ่ายเป็นจำนวนเงินตามที่กำหนดในสัญญาของแต่ละแบบประกัน
สำหรับแบบประกันสะสมทรัพย์ มีทั้งระยะเวลาออมเงินแบบระยะสั้น (2 - 5 ปี) ระยะปานกลาง (5 - 15 ปี) และระยะยาวเกิน 15 ปีขึ้นไป ที่สำคัญ สามารถซื้อสัญญาเพิ่มเติมการประกันสุขภาพ เช่น คุ้มครองโรคมะเร็ง คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยในได้ และในกรณีที่ต้องการซื้อการประกันสุขภาพเพิ่ม
7. วางแผนซื้อที่อยู่อาศัย ปัจจุบันมีสถาบันการเงินบางแห่งที่เปิดโอกาสให้คู่รัก LGBTQ+ สามารถขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย อีกทั้ง สถาบันการเงินที่เปิดกว้างก็จะมีเงื่อนไขและนโยบายที่ต่างกันพอสมควร ดังนั้น ควรสอบถามข้อมูลและพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อขอสินเชื่อให้เหมาะกับตัวเองและผู้กู้ร่วม เช่น สถาบันการเงินบางแห่งกำหนดเงื่อนไขว่าต้องมีรายได้ 50,000 ขึ้นไป ขณะที่บางแห่งกำหนดให้มีรายได้ตั้งแต่15,000 บาทขึ้นไป ทั้งผู้กู้หลักและผู้กู้ร่วมต้องเป็นพนักงานประจำและมีอายุงานรวมที่ทำงานเดิมและปัจจุบันตั้งแต่2 ปีขึ้นไป หรือผู้กู้ต้องมีเอกสารหรือหลักฐานแสดงความสัมพันธ์หรือการอยู่ร่วมกันอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปี เช่น ทะเบียนบ้านที่อยู่ด้วยกัน
8. ลงทุน นอกจากการเก็บออมเงินแล้ว ควรแบ่งเงินไปลงทุนเพื่อเพิ่มพูนความมั่งคั่งในระยะยาว ด้วยการกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ลงทุนในระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เช่น หุ้น กองทุนรวม อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ เป็นต้น
9. วางแผนการเกษียณอายุ กลุ่ม LGBTQ+ มีโอกาสน้อยที่จะมีลูก จึงต้องดูแลตัวเองและคู่ชีวิตไปจนแก่เฒ่า ดังนั้น การวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณจึงเป็นสิ่งสำคัญ ด้วยการเก็บออมเพื่อให้มีเงินใช้จ่ายอย่างสบาย ๆ ได้ตามต้องการ
10. ติดตามข้อมูล นอกจากติดตามข้อมูลข่าวสารด้านการเงิน การลงทุนอย่างสม่ำเสมอแล้ว ก็ต้องติดตามข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิและการคุ้มครอง LGBTQ+ ที่อาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางการเงินด้วย เช่น การเปลี่ยนแปลงกฎหมาย ข้อบังคับที่อาจส่งผลต่อภาษี ผลประโยชน์ หรือการวางแผนทางการเงินร่วมกัน เป็นต้น
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- เมื่อ ‘ทองคำ’ กลับมาเป็นขวัญใจ ส่อง 10 กองทุนรวมทองคำ ผลตอบแทนปังปีนี้
- ทำไมต้องลงทุน ‘ทองคำ’ เปิด 3 เหตุผลหลักที่ควรรู้ก่อนเริ่มลงทุน อ่านเลย!
- เคล็ดลับการลงทุน! ส่อง 3 เทคนิคสำคัญสร้างโอกาสทำกำไร
ติดตามเราได้ที่