“แบงก์ยักษ์สหรัฐ” แห่ขึ้นเงินปันผล-ซื้อหุ้นคืน หลังผ่าน Stress Test ของเฟด
"แบงก์ยักษ์สหรัฐ" ประกาศแผนเพิ่มเงินปันผลและโครงการซื้อหุ้นคืน หลังผ่านการทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) ของเฟดที่ชี้ว่าธนาคารมีเงินทุนแข็งแกร่งพอรองรับเศรษฐกิจถดถอยและความปั่นป่วนทางการเงิน
วันที่ 2 กรกฎาคม 2568 เวลา 05.03 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ธนาคารยักษ์ใหญ่ของสหรัฐประกาศแผนปรับเพิ่มเงินปันผลสำหรับไตรมาส 3 หลังผ่านการทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) ประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
การประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังจากผลการทดสอบชี้ว่าธนาคารต่าง ๆ มีเงินทุนเพียงพอที่จะรองรับสถานการณ์เลวร้าย เช่น ภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรง อัตราว่างงานพุ่งสูง และความปั่นป่วนในตลาดการเงิน
JPMorgan Chase ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ประกาศเพิ่มเงินปันผลเป็น 1.50 ดอลลาร์ต่อหุ้น จากเดิม 1.40 ดอลลาร์ พร้อมเปิดโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงิน 50,000 ล้านดอลลาร์ มีผลตั้งแต่วันอังคาร โดยไม่ระบุวันสิ้นสุด
เจมี ไดมอน ซีอีโอของ JPMorgan กล่าวว่า "การเพิ่มเงินปันผลครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งที่สองของปีนี้ สะท้อนถึงระดับการจ่ายเงินคืนผู้ถือหุ้นที่ยั่งยืน และได้รับการสนับสนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของเรา" พร้อมระบุว่า โครงการซื้อหุ้นคืนใหม่นี้เปิดทางให้ธนาคารสามารถคืนทุนให้ผู้ถือหุ้นตามความเหมาะสม และการทดสอบภาวะวิกฤตครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าธนาคารมีความแข็งแกร่ง
+Bank of America ประกาศเพิ่มเงินปันผล 8% เป็น 28 เซนต์ต่อหุ้น Wells Fargo เพิ่มเป็น 45 เซนต์ต่อหุ้น จากเดิม 40 เซนต์ ด้าน Morgan Stanley อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนใหม่มูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์ และเตรียมเพิ่มเงินปันผลรายไตรมาสเป็น 1 ดอลลาร์ต่อหุ้น +
ขณะที่ Goldman Sachs จะเพิ่มเงินปันผลเป็น 4 ดอลลาร์ต่อหุ้น จากเดิม 3 ดอลลาร์ และ Citigroup จะเพิ่มเงินปันผลเป็น 60 เซนต์ต่อหุ้น จากเดิม 56 เซนต์
โดยเฉลี่ยแล้ว ผลการทดสอบ Stress Test ของเฟดระบุว่าธนาคารมีอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นที่ 1 (Common Equity Tier 1) อยู่ที่ 11.6% ซึ่งสูงกว่าขั้นต่ำที่กำหนดไว้ที่ 4.5% ทั้งนี้ ธนาคารที่ใหญ่ที่สุด 6 แห่งของสหรัฐต่างมีอัตราส่วนเงินกองทุนเป็นเลขสองหลักทั้งหมด
ขณะนี้เฟดอยู่ระหว่างการปรับปรุงกระบวนการทดสอบ โดยได้เสนอในเดือนเมษายนว่า ผลการทดสอบควรนำมาเฉลี่ยเป็นเวลา 2 ปี เพื่อลดความผันผวนของผลลัพธ์
เดวิด โซโลมอน ซีอีโอของ Goldman Sachs กล่าวว่า "เฟดแสดงเจตนาชัดเจนว่าจะสร้างแนวทางทดสอบที่โปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น เพื่อรักษาความมั่นคงของระบบการเงินของเรา"
ด้าน เจมี ไดมอน ซีอีโอของ JPMorgan กล่าวว่า แบบจำลองการทดสอบใหม่จะช่วยเพิ่มความโปร่งใสให้กับกระบวนการ
ทั้งนี้โครงการปรับปรุงกฎเกณฑ์ดังกล่าวยังอยู่ระหว่างดำเนินการ แต่เฟดระบุเมื่อวันศุกร์ว่า หากผลการทดสอบของปี 2568 และ 2567 นำมาเฉลี่ยกันจริง ธนาคารจะต้องกันเงินทุนสำรองเพิ่มขึ้นเพื่อให้ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด
อ้างอิง : www.reuters.com