Infobip ชี้ Hyper-Personalization กุญแจสู่การเติบโตธุรกิจไทยในยุคดิจิทัล
Infobip เผยรายงานชี้ Hyper-Personalization ไม่ใช่แค่เทรนด์แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างประสบการณ์ลูกค้าเฉพาะบุคคล ผลักดันการเติบโตและสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนให้ธุรกิจไทย
วันที่ 2 กรกฎาคม 2568 - การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของภูมิทัศน์ดิจิทัลในประเทศไทยส่งผลให้ความคาดหวังของผู้บริโภคสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง Infobip แพลตฟอร์มการสื่อสารบนคลาวด์ระดับโลก ชี้ Hyper-Personalization หรือการนำเทคโนโลยีขั้นสูงและข้อมูลเรียลไทม์มาสร้างประสบการณ์ที่ปรับแต่งอย่างละเอียดสำหรับผู้บริโภคแต่ละบุคคล คือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตและยกระดับการมีส่วนร่วมกับลูกค้าในยุคดิจิทัลสำหรับธุรกิจไทย
นายเอกรัฐ งานดี ผู้จัดการ Infobip (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า รายงานล่าสุดของInfobip ในหัวข้อ “Hyper-Personalization: Intelligent Customer Engagement for Business Growth” ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจาก IDC เน้นย้ำความเชื่อมโยงระหว่าง Hyper-Personalization กับ Communications-Platform-as-a-Service (CPaaS) โดยระบุว่าการใช้ข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์จะช่วยยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในทุกขั้นตอน
ปัจจุบัน ผู้บริโภคชาวไทยมองความสัมพันธ์กับแบรนด์เสมือนความสัมพันธ์ส่วนตัว จากงานวิจัยของInfobip พบว่า 83% ของผู้บริโภค Gen Z ทั่วโลกคาดหวังประสบการณ์ที่เฉพาะตัวและสะท้อนความชอบและพฤติกรรมของตนเอง ไม่ใช่เพียงแค่การเห็นชื่อในอีเมลหรือโปรโมชันวันเกิดทั่วไป
Hyper-Personalization แตกต่างจากการปรับแต่งประสบการณ์ลูกค้าแบบดั้งเดิม โดยมุ่งเน้นที่ข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล, การมีส่วนร่วมแบบ Omnichannel และการตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วย AI ธุรกิจที่นำกลยุทธ์นี้ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนในรูปแบบของการซื้อซ้ำที่เพิ่มขึ้นและการขยายมูลค่าการใช้จ่ายของลูกค้าในระยะยาว
แม้หลายธุรกิจในเอเชียแปซิฟิก รวมถึงประเทศไทย จะเผชิญความท้าทายด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและการสร้างสมดุลระหว่างระบบอัตโนมัติกับการสื่อสารที่เป็นมนุษย์ แต่การผสานโซลูชัน CPaaS เข้ากับระบบนิเวศข้อมูลครบวงจร เช่น Customer Data Platform (CDP) สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้
IDC คาดการณ์ว่าการใช้จ่ายของภาคธุรกิจในด้าน CDP ของไทยจะเติบโตเฉลี่ย 26% ในช่วงปี 2024–2028 ซึ่งสะท้อนความเข้าใจในบทบาทของ CDP ในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Hyper-Personalization
การผสาน CDP และ CPaaS เข้าด้วยกันถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ โดย CDP ทำหน้าที่จัดการข้อมูลลูกค้าให้เป็นมุมมองแบบองค์รวม ซึ่งจะถูกนำไปใช้ขับเคลื่อนโซลูชัน CPaaS เพื่อสร้างประสบการณ์การสื่อสารอัจฉริยะและเรียลไทม์ IDC คาดการณ์ว่าภายในปี 2026 องค์กรธุรกิจถึง 65% ในเอเชียแปซิฟิกจะใช้งาน API ด้านการสื่อสารบนคลาวด์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างแพร่หลาย ซึ่งจะเร่งให้เกิดการทำการตลาดแบบ Hyper-Personalization ทั่วทั้งภูมิภาค
Infobipมุ่งมั่นที่จะช่วยธุรกิจไทยก้าวสู่เส้นทางการใช้กลยุทธ์ Hyper-Personalization อย่างมั่นคงและมั่งคั่ง ด้วยการสร้างระบบนิเวศข้อมูลที่เป็นหนึ่งเดียวและขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เพื่อให้แบรนด์สามารถส่งมอบประสบการณ์ลูกค้าที่ชาญฉลาดและมีความหมายยิ่งขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตทางธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ